
เปิดแผนอุดม15ปี4ม.ดังพัฒนาการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ
ประเทศจะก้าวหน้าและยั่งยืนได้ต้องเริ่ม พัฒนาการศึกษา เพราะการแก้ไขปัญหาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ล้วนขึ้นอยู่กับ "ความรู้ความชำนาญ" ของคนในวิชาชีพนั้น
ดังนั้นการพัฒนาคนโดยเฉพาะอุดมศึกษาเป็นการสร้างคนสู่งานที่มีความสำคัญมากที่สุด ดังนั้นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) จึงจัดงาน “ราชมงคล RT สร้างคนสู่งาน” โดยเชิญอธิการบดีสถาบันการศึกษามาเล่าถึงแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศพร้อมแผน 15 ปี (2550-2564) วันที่ 19 มกราคม เพื่อเป็นแนวทางในการปรับตัว รองรับกับสภาพการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
ส่วนแนวทางการพัฒนาการศึกษาของ มทร.ธัญบุรี "รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์" อธิการบดี ให้มุมมองว่า กลยุทธ์ของการพัฒนาจะเป็นการมองในระยะ 10 ปีข้างหน้า (2552-2561) ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงภายใต้แนวทางปฏิบัติ แผนดำเนินงาน การสร้างความเชื่อมั่น รวมทั้งความพร้อมที่จะปรับปรุง ดังนั้นนโยบายและแผนพัฒนามหาวิทยาลัยได้ถูกกำหนดให้มีความสอดรับกับกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี โดยใช้กรอบแนวทางในการพัฒนาที่เน้นความร่วมมือกับอาชีวศึกษาและภาคการปฏิบัติจริง การแก้ปัญหาอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและตลาดแรงงาน บัณฑิตมีความสามารถในการทำงานได้ทันทีเมื่อสำเร็จการศึกษา
ด้าน รศ.ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) กล่าวว่าภารกิจมหาวิทยาลัยราชภัฏเน้นพัฒนาท้องถิ่น ชุมชน และผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ ภายใต้การจัดการเรียนการสอน พัฒนาความคิด ความรู้ และพร้อมทำงานรับใช้สังคม ซึ่งมหาวิทยาลัยสามารถจัดการศึกษาสู่คุณภาพได้ หากผู้บริหารมีความมุ่งมั่น ภาวะผู้นำ ที่สำคัญต้องมีระบบบริหารจัดการเป็นไปภายใต้กรอบแผน 15 ปี และทำงานอย่างต่อเนื่อง คือ ไม่เปลี่ยนผู้บริหารบ่อยครั้ง เพราะการเปลี่ยนผู้บริหารย่อมหมายถึงการเปลี่ยนการบริหารงานต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยด้วย
การจัดการศึกษาให้มีคุณภาพต้องเชื่อมโยง ทุกระดับไม่ว่าพื้นฐาน อาชีวะ อุดมศึกษา ต้องเชื่อมโยงกัน รัฐบาลต้อง พัฒนาการศึกษาทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรม ต้องผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ มีความชัดเจนในการส่งเสริม เรียนรู้ ให้เยาวชนเกิดความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ความรู้ที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ส่วนอุดมศึกษาต้องพัฒนาหลักสูตร เปิดปริญญาตรีสามารถแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งไม่ใช่แข่งขันเรื่องจำนวน แต่ต้องแข่งขันเรื่องคุณภาพบัณฑิต
เช่นเดียวกับ รศ.ดร.ไทย ทิพย์สุวรรณกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ บอกว่ามหาวิทยาลัยต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดรับ เพราะแผน 15 ปี เป็นพิมพ์เขียวในการพัฒนาคุณภาพบัณฑิต การศึกษาไทยให้ก้าวหน้าและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพ ปรัชญาของมหาวิทยาลัยร่วมด้วย บัณฑิตไม่ว่าจบจากสถาบันอุดมศึกษาใดต้องสามารถทำงานได้ มหาวิทยาลัยต้องดำเนินงานตามภารกิจ หน้าที่ เพื่อผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพ ตรงคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ การเปิดหลักสูตรควรเน้นเฉพาะหลักสูตรที่จำเป็น ไม่ใช่เปิดหลักสูตรแบบเดียวกันหมด
"เด็กที่เข้ามาเรียนอุดมศึกษา มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งออกมาพูดว่าด้อยคุณภาพ เข้ามาเรียนแล้วมีปัญหาเรียนไม่จบ เรียนไม่ได้ แถมยังมีค่านิยมเลือกเรียนเฉพาะสิ่งที่ง่าย เรื่องเหล่านี้ถึงเวลาแล้วที่มหาวิทยาลัยต้องนำมาเป็นโจทย์ในการแก้ปัญหา หรือพัฒนาคุณภาพ ที่สอดคล้องกับระบบการสอนคณาจารย์ ระบบประกันคุณภาพ และแผน 15 ปี เช่น ปรับวิธีการสอน ปรับพื้นฐานความรู้ ลงพื้นที่ช่วยพัฒนาครู โรงเรียนระดับพื้นฐาน" รศ.ดร.ไทย กล่าว
ขณะที่ รศ.ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (มกค.) บอกว่า แผน 15 ปี ไม่เอื้อต่อมหาวิทยาลัยเอกชน เพราะการดำเนินงานมหาวิทยาลัยเอกชนเป็นไปตามนโยบายของแต่ละแห่ง เน้นสู่ความเป็นเลิศ และคุณภาพบัณฑิต แต่มหาวิทยาลัยไทยตอนนี้มี 300 กว่าแห่ง ประชากรเด็กที่เข้าสู่มหาวิทยาลัยมีเพียงไม่กี่แสนคน ทำให้มีการแข่งขันรุนแรง ทั้งๆ ที่ตามหลักการตลาด มหาวิทยาลัยต้องมีจำนวนน้อยกว่านักศึกษา เพราะมัวแต่ขยายเรื่องปริมาณ ไม่สนเรื่องคุณภาพ
ไม่ว่ามหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ มหาวิทยาลัยรัฐ มหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยราชมงคล มหาวิทยาลัยราชภัฏ ล้วนมีรูปแบบคล้ายกัน เปิดหลักสูตร สาขาเหมือนกัน ทำให้กลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มเดียวกัน ทั้งๆ ที่มหาวิทยาลัยแต่ละประเภทมีภารกิจแตกต่างกัน รัฐบาลจึงควรกำหนดทิศทางการศึกษารูปแบบใหม่ เพื่อไม่ให้มหาวิทยาลัยกลายเป็นธุรกิจการค้ามากกว่าการศึกษาหาความรู้
0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0



