ไลฟ์สไตล์

ชัยวุฒิไฟเขียวปทุมวันปิด15วันอุเทนถวายปิด7วัน

ชัยวุฒิไฟเขียวปทุมวันปิด15วันอุเทนถวายปิด7วัน

12 ม.ค. 2553

"ชัยวุฒิ"รมช.ศึกษาธิการ รับรายงานปทุมวันขอปิด 15 วัน อุเทนถวายปิด 7 วัน ป้องกันการก่อเหตุอีกหลังนักศึกษาปทุมวันถูกยิง

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 12 ม.ค.นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่าได้รับรายงานจากผู้บริหารสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เพื่อขอหยุดการเรียนการสอน เป็นเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.2553 เป็นต่นไป และได้ขอให้เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ประสานไปยังนายสืบพงษ์ ม่วงชู รักษาการรองอธิการบดีวิทยาเขตอุเทนถวาย เพื่อขอให้นำเรื่องดังกล่าวไปหารือในที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย และคณะผู้บริหารว่าจะปิดการเรียนการสอน พร้อมกันไปด้วย 15 วัน เพื่อเป็นการป้องกันการเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้อีก เนื่องจากที่ผ่านมาพอเกิดปัญหาสังคม หรือแม้แต่คนในสถาบันจะมองว่าเป็นคู่อริ จึงให้ปิดการเรียนการสอนชั่วคราว ทั้งนี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เฝ้าระวัง ตรวจสอบดูแลนักศึกษากลุ่มสุ่มเสี่ยงของทั้ง 2 สถาบันตลอดเวลา อีกทั้งในช่วงกลางคืนจะไม่อนุญาตให้นักศึกษาเข้าออกมหาวิทยาลัย

 นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อซักถามถึงการกำหนดมาตรการที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังเกิดเหตุอีก จะมีการพิจารณาถึงขั้นปิดสถาบันเลยหรือไม่นั้น มาตรการการลงโทษต้องพิจารณาตามข้อผิดพลาดว่าหนักเบาเพียงใด ซึ่งการลงโทษ ก็มีต้องการหยุดเรียนชั่วคราว หยุดรับนักศึกษาบางสาขา หยุดรับนักศึกษาทั้งหมด และหนักสุดก็คือปิดสถาบันซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาโทษ เพราะเหตุที่เกิดเชื่อว่า เกิดจากบุคคลที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงจำนวนไม่มากนัก ซึ่งอาจมีทั้งนักศึกษา ศิษย์เก่า หรือผู้ไม่หวังดีต่อทั้ง 2 สถาบัน การจะลงโทษสถานศึกษา จะกระทบต่อนักศึกษาที่ดีซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่

 นายสืบพงษ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สกอ. ได้นำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหารวิทยาเขตอุเทนถวาย ซึ่งได้สั่งให้หยุดการเรียนการสอนเป็นเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.2553 เป็นต้นไป

ก่อนหน้านี้นายชัยวุฒิ ให้สัมภาษณ์กรณีนักศึกษาปทุมวันถูกยิงว่า ได้รับรายงานจากดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) แล้วว่ามีนักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันถูกยิง 4 คน โดยรายแรกเป็นนักศึกษาชายถูกยิงเมื่อคืนวันที่ 11 ม.ค. ที่หน้าหอพัก แถวซอยพญานาค ถูกยิงทะลุปอด และส่งตัวไปที่โรงพยาบาลหัวเฉียว อาการปลอดภัยแล้ว ส่วนอีก 3 ราย เป็นนักศึกษาชาย 2 คน และหญิง 1 คน ถูกยิงที่หน้าสถาบันเมื่อช่วงเช้าวันนี้ โดยนักศึกษาชาย 2 คน ถูกส่งตัวไปที่รพ.หัวเฉลียว และนักศึกษาหญิงถูกส่งตัวไปที่รพ.รามา ซึ่งทุกคนปลอดภัยแล้ว

 นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ยังไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือใคร แต่ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เพื่อขอให้เร่งจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ ซึ่งที่ผ่านมากรณีนักศึกษาทั้ง 2 สถาบันไม่ว่าจะเป็นอุเทนถวายหรือปทุมวันจับคนร้ายมาลงโทษได้น้อยมาก ขณะที่ผ่านทางสถาบันก็หามาตรการและดูแลนักศึกษาไม่ให้เกิดปัญหาภายในสถาบันอย่าเข้มข้น แต่ขณะนี้ปัญหาเกิดขึ้นนอกสถาบันจึงต้องขอให้เข้าหน้าที่ตำรวจช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด

 นายชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อซักถามเรื่อง สกอ. 2 สถาบัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการลงนามความร่วมมือหรือ MOU ในการแก้ปัญหาการทะเลาะวิวาทรวมถึงออกมาตรการร่วมกันนั้น ยังดำเนินการอยู่หรือไม่ เรื่องMOU ยังต้องดำเนินการอยู่ เพราะต้องยอมรับว่าการแก้ปัญหานั้นจะใช้วิธีใดวิธีหนึ่งคงไม่ได้ แต่จะต้องใช้หลายๆวิธีไปพร้อม ๆกัน โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการ MOU ร่วมกัน

จี้สกอ.พิจารณาปิดไม่ปิดอุเทน-ปทุมวัน

 เมื่อเวลา 14.30 น. ที่โรงพยาบาลหัวเฉียว นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ที่ถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ กราดยิงหน้าสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ถ.พระราม 1 และชักปืนยิงใส่กลุ่มนักศึกษาที่ยืนอยู่ใกล้เคียง มีนักศึกษาที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 3 คน พร้อมเข้าหารือกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหัวเฉียว 2 คน ทราบชื่อนายจักรพงษ์ สุขกาหวาน กระสุนเจาะเข้าที่คอแผลฉีกขาดเห็นเส้นเอ็น และกระสุนอีกนัดฝังที่สะโพกขวา นายวสันต์ ศรีสมุทร กระสุนเข้าที่หัวเข่าซ้าย กระสุนฝังใน เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมไฟฟ้าทั้ง 2 คน และนำส่งโรงพยาบาลรามาธิบดีอีก 1 คน ทราบชื่อ น.ส.สุภามาศ พงษ์วัฒนาเกียรติ นักศึกษาชั้นปี 2

 นายจุรินทร์ เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าคนร้ายเป็นใคร และเกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน หรือไม่ แต่ก็ได้หารือและติดตามความคืบหน้าเหตุการณ์ยิงนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เสียชีวิต 1 คน ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.2552 ซึ่งได้สอบถาม พล.ต.ท.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผกก.สน.ปทุมวัน ได้รับรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายได้แล้ว 1 ราย และอยู่ระหว่างติดตามตัวอีก 3 รายได้ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด

 “หากพบว่า การกระทำครั้งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาระหว่าง 2 สถาบัน ที่เกิดเหตุต่อเนื่องมาก่อนหน้านี้แล้ว จะขอให้นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) สั่งการไปยังสภาสถาบันทั้ง 2 แห่ง ให้ดำเนินการพิจารณาลงโทษผู้บริหารสถาบัน และรายงานให้ สกอ.รับทราบ เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนกระบวนการของกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกันก็จะมอบให้ นายชัยวุฒิ เร่งรัดให้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติแก้ไขปัญหาความรุนแรงระหว่าง 2 สถาบัน ที่ได้หารือร่วมกันมาแล้วหลายครั้งตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. 2552 ที่ผ่านมา” นายจุรินทร์ กล่าว

 นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า สำหรับแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาความรุนแรงระหว่าง 2 สถาบัน โดยจะให้มีการจัดทำรายชื่อนักศึกษากลุ่มเสี่ยง พร้อมทั้งส่งรายชื่อนักศึกษากลุ่มเสี่ยงนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน และเขตพื้นที่รับผิดชอบอื่นๆ รวมทั้งส่งไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)ด้วย และให้ปรับปรุงรายชื่อส่งให้เจ้าหน้าที่ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในทันที

  ขณะเดียวกัน ก็จะขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจค้นสถาบันเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันการนำอาวุธมาสะสมหรือเก็บไว้เพื่อก่อเหตุ และขณะเดียวกันให้ทางสถาบันได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม รวมทั้งขอร่วมมือศูนย์การค้าใกล้เคียง พื้นที่เสี่ยง และ กทม.ให้ติดกล้องวงจรปิดเพิ่มต่อไปโดยเร็ว เพื่อป้องปราม และเป็นกลไกหนึ่งในการจัดการผู้กระทำความผิดต่อไป

 เมื่อถามว่าในส่วนมาตการลงโทษนั้น จะถึงขั้นปิดสถาบันทั้ง 2 แห่งที่ก่อเหตุ หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า หลังจากที่สภาสถาบันฯ ทั้ง 2 แห่ง ได้พิจารณาลงโทษผู้บริหารสถาบันทั้ง 2 แห่งแล้วว่าจะต้องรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน จากนั้นก็เป็นเรื่องที่ สกอ.จะต้องพิจารณาว่าควรจะใช้มาตรการใดในการดำเนินการกับสถาบันทั้ง 2 แห่ง เช่น ให้ปิดการเรียนการสอนชั่วคราว หรือให้ปิดรับนักศึกษาชั่วคราว หรือจะถึงขั้นต้องสั่งปิดสถาบัน หรือหยุดการเรียนการสอน ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ สกอ.จะพิจารณาต่อไปได้กำชับแล้วว่าขอให้ได้คำตอบโดยเร็วที่สุดหากผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าคนร้ายมีส่วนเกี่ยวข้องกับทั้ง 2 สถาบัน แต่หากไม่เกี่ยวข้องก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกุมคนร้ายดำเนินคดีต่อไป

 น.พ.ไพโรจน์  ชัยกิตติศิลป์ หัวหน้าแผนกศัยกรรม โรงพยาบาลหัวเฉียว แพทย์เจ้าของไข้ เปิดเผยว่า ขณะที่นำส่งโรงพยาบาลคนไข้ทั้ง 2 ราย ยังรู้สึกตัว และเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ขณะกำลังเดินไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส ที่อยู่ด้านข้างสถาบันฯ ได้มีคนร้าย 2 รายขับขี่จักรยานยนต์มา โดยคนที่ซ้อนท้ายได้ชักปืนออกมายิง

 โดยอาการของนักศึกษาทั้ง 2 คน ถือว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว สำหรับนายจักรพงษ์ ถูกยิง 3 นัด ที่คอทะลุแต่ไม่เข้าอวัยวะสำคัญ ที่สะโพกด้านขวากระดูกเชิงกรานร้าว และที่ขาขวากระสุนฝังใน ซึ่งแพทย์ได้ผ่าตัดนำกระสุนที่ฝังในออกเรียบร้อยแล้วแล้ว และคาดว่าไม่น่าจะมีอาการแทรกซ้อน ส่วนนายวสันต์ ถูกยิง 2 นัด เข้าที่ขา 2 ข้าง กระสุนฝังใน อยู่ระหว่างการผ่าตัด แต่อาการโดยรวมถือว่าปลอดภัย

 ด้านนางวิรัตน์ สุขกาหวาน มารดานายจักรพงษ์ สุขกาหวาน นักศึกษาชั้นปี 2 คณะวิศวกรรมไฟฟ้า สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบอาการของลูก ทราบข่าวจากเพื่อนลูกที่โทรศัพท์มาแจ้งในเวลาประมาณ 10.00 น. ว่าลูกถูกยิง รู้สึกตกใจ เพราะลูกไม่เคยมีเรื่องกับใคร เป็นเด็กเรียนดี ได้เกรดเฉลี่ย 3.00 ขึ้นไปตลอด ไม่เที่ยว ไม่เคยมีเรื่องกับใคร และก่อนหน้านี้เมื่อมีข่าวเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่าง 2 สถาบัน ก็เตือนลูกตลอดให้ระวังตัวเอง ส่วนตัวแล้วไม่อยากให้ลูกเรียนที่นี่ เคยขอให้ย้ายที่เรียน เพราะกลัวจะได้รับอันตราย แต่ลูกรักสถาบัน ยืนยันจะเรียนที่นี่ เลยบอกให้ลูกเลี่ยงโดยไม่ให้ขึ้นรถเมล์ เลี่ยงไปใช้รถไฟฟ้าบีทีเอสแทน

 “เชื่อว่าผู้ใหญ่ดูแลดีแล้ว แต่เด็กเกเร ฝังใจกันเอง ทั้งที่ไม่รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงใครเป็นคนทำ อยากขอให้นักศึกษาทั้ง 2 สถาบัน หยุดทำร้ายกันเสียที เพราะทุกคนรักชีวิตของตัวเอง ทำไมต้องแก้แค้นกันไปมาไม่จบสิ้น ส่วนตัวแล้วอยากให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลหน้าสถาบันตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซากเช่นนี้” นางวิรัตน์ กล่าว และว่า ส่วนการเรียนต่อหากลูกหายดีแล้วก็คงยังให้เรียนต่อที่เดิม เพราะลูกรักสถาบันนี้ และอยากเรียนที่นี่

 พ.ต.ท.ไพศาล กล่าวว่า มาตรการที่ศธ. และ สกอ.ดำเนินการอยู่นั้นเป็นแนวโน้มที่ดีในการป้องกันนักศึกษาสองสถาบันไม่ให้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ซึ่งขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้ตรวจความเรียบร้อยทุก 24 ชั่วโมง และได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจทุกคนด้วยว่า ให้เฝ้าระวังช่วงเวลาที่นักศึกษาของสองสถาบันฯจะก่อเหตุทะเลาะวิวาท ต่อไปสน.ปทุมวัน ได้มีมาตรการลุยตรวจค้นในสถาบันทั้งสองแห่งทั้งรายบุคคล และโดยรวม เพื่อป้องกันนักศึกษาสะสมอาวุธของนักศึกษา ทั้งนี้ที่สน.ปทุมวัน มีรายชื่อนักศึกษาหัวโจ๊กที่ประวัติไม่ดีฝั่งละประมาณ 20 คน ซึ่งส่วนมากเป็นนักศึกษารุ่นพี่ที่ดร๊อปเรียนไว้ และโดนรีไทร์ออกไป ซึ่งนักศึกษาเหล่านี้จะคอยปลุกปั่นรุ่นน้องให้ก่อเหตุความรุนแรง

 ด้านนายสรรค์ วรอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวยืนยันว่าการตัดสินใจใช้มาตรการใด ๆ ของสกอ.จะเป็นไปโดยคำนึงถึงหลักความถูกต้อง และไม่มีการกดดันจากรุ่นพี่ที่อยู่นอกสถาบัน ซึ่งจากนี้สกอ.จะต้องไปหารือกับสภามหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งอีกครั้ง