ไลฟ์สไตล์

โลกใบนี้ดนตรีไทย-มีของดีมาฝาก

โลกใบนี้ดนตรีไทย-มีของดีมาฝาก

12 ม.ค. 2553

ฉบับนี้ผมมีรายการดนตรีดีๆ มาแนะนำให้แก่ท่านผู้อ่านที่นิยมของดีมีคุณภาพ โดยเฉพาะที่เป็นคอดนตรีแล้วไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ก็คือในวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคมนี้ จะมีการประกวดเดี่ยวเครื่องดนตรีในรายการที่มีชื่อว่า “ เซ็ดเทร็ดเยาวชนดนตรีแห่งประเทศไทย” ครั้งที่ 13

  โดยรายการนี้จะมีการประกวดเดี่ยวเครื่องดนตรีในระดับเยาวชน ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา  ทั้ง 3 ระดับจะไม่แยกชนิดเครื่องดนตรีไทยหรือสากล แต่จะแยกระดับการศึกษาเท่านั้น รายการนี้ตัวผมเอง ถ้าว่างก็จะไปชมทุกครั้ง  เพราะเนื่องจากจะทำให้เราเห็นพัฒนาการของนักดนตรีไทยและสากลในระดับเยาวชนว่า พวกเขาเหล่านั้นมีพัฒนาการไปถึงไหนแล้ว  และจากที่ผ่านมาแล้วผมก็ได้เห็นนักดนตรีในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับอุดมศึกษาทั้งดนตรีไทยและดนตรีสากลที่เข้าประกวดในรายการนี้หลายๆ คนมีฝีมืออยู่ในระดับมืออาชีพ และการที่รายการนี้จะไม่แบ่งเป็นดนตรีไทยและดนตรีสากลจึงทำให้ครูผู้สอนต้องออกไอเดีย ในการบรรเลงให้กับลูกศิษย์ตัวเอง ให้ วิจิตรพิสดารบรรเจิดแจ่ม  โดยมีเป้าหมายอยู่ที่เหรียญทองชนะเลิศนั่นเอง 

 แต่ปัญหาก็มักจะมีตามมาเสมอในเรื่องของการตัดสินเพราะเนื่องจากมันไม่มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับที่แน่นอนมันก็เลยต้องตัดสินด้วยเอา  ความถูกใจมากกว่าความถูกต้อง  แต่สำหรับตัวผมคิดว่าข้อดีของรายการนี้ก็คือผู้เข้าแข่งขันสามารถทำอะไรได้อย่างเต็มที่และออกนอกกรอบเพลงได้ตามใจชอบจึงก็เท่ากับว่าพวกเขามีโอกาสได้แสดงฝีมือและความคิดอย่างเต็มที่ และท้ายสุดท่านผู้ชมก็จะได้รับอรรถรสในการฟังมากยิ่งขึ้น  ก็เอาเป็นว่าผมแนะนำให้ท่านผู้อ่านที่มีเวลาว่างเข้าไปชมการประกวดเดี่ยวดนตรีในรายการนี้ได้ที่  หอประชุมวิทยาลัยดุริยางคศิลป์  ซึ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยมหิดลศาลายาไม่ใกล้ไม่ไกลแค่นี้เอง  อ้อ...ผมลืมบอกไปว่ารายการนี้เป็นรอบชิงชนะเลิศ  ซึ่งทั้งหมดทุกระดับชั้นจะถูกผ่านการคัดเลือกมาก่อนหน้านี้แล้ว 2 รอบ ก็เท่ากับว่ารอบนี้ทั้งหมดคือหัวกระทิแล้ว เพราะฉะนั้นท่านผู้ชมจะได้ชมและได้ฝังของดีมีคุณภาพอย่างแน่นอน และเวลาก็คือ  9.00  - 16.00  น.  โดยประมาณครับท่าน

 คราวนี้ผมก็จะกลับไปตอบคำถามของ คุณอมรัตน์  5 ข้อ ที่ยังค้างอยู่อีก 2 ข้อ ซึ่งในข้อ 4 คุณอมรัตน์  ได้ถามว่า  เพลงหน้าพาทย์มีกี่เพลงและทุกเพลงมีท่ารำหรือเปล่า  ข้อนี้ต้องบอกว่าคงไม่มีใครนับเพลงหน้าพาทย์ได้ครบถ้วน  เพราะจะว่ากันจริงแล้วตัวผมเองก็เรียนเพลงหน้าพาทย์มามากพอสมควรและมากพอที่จะคิดว่าได้ครบทุกเพลง  แต่เอาเข้าจริงๆ มันก็ยังคงมีเพลงที่เรายังตีไม่ได้อีกหลายเพลงและ ที่ได้อยู่แล้วก็ยังไม่สามารถนับให้ถ้วนว่า  ทั้งหมดตัวเราต่อเพลงหน้าพาทย์ทั้งหมดไปแล้วกี่เพลง  ซึ่งเท่ากับว่าผมไม่ทราบจริงๆว่าเพลงหน้าพาทย์นั้นมีทั้งหมดกี่เพลง ส่วนที่ถามว่าทุกเพลงนั้นมีถ้ารำด้วยหรือไม่  ผมคิดว่าส่วนใหญ่จะมีท่ารำแต่อาจมีไม่ครบทุกเพลง

 โดยปกติเพลงหน้าพาทย์จะแบ่งออกเป็น3 ระดับก็คือ เพลงหน้าพาทย์ชั้นต้น  เช่น เพลงเชิด หรือ  เพลงรัว  ซึ่งเพลงพวกนี้ก็จะใช้ประกอบการแสดงอยู่แล้ว ดังนั้นส่วนใหญ่ก็จะมีท่ารำประกอบไป โดยอัตโนมัติ  ส่วนระดับที่สองก็คือ   เพลงหน้าพาทย์ชั้นกลาง  เช่น  เพลงเสมอข้ามสมุทร เพลงตระนิมิตร  ก็จะคล้ายกับ เพลงหน้าพาทย์ชั้นต้น  ก็คือส่วนใหญ่จะใช้ประกอบการเสดงโขนละครก็จึงเท่ากับมีท่ารำประกอบอยู่ในตัวเหมือนกัน  ส่วนที่สำคัญก็คือระดับสุดท้าย  หน้าพาทย์ชั้นสูง  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพลงตระประจำองค์ต่างๆ  เช่น  เพลงตระพระพิฆเนศวร หรือ  เพลงองค์พิราพ เหล่านี้ก็มีท่ารำประกอบเหมือนกัน  แต่ในบางเพลงเช่น  เพลงตระพระปรคนธรรพ  ตัวผมเองก็ไม่เคยเห็นใครรำ  เพลงตระพระปรคนธรรพ  แม้แต่ครั้งเดียว หรือว่าอาจจะมีแล้วตัวผมไม่เคยเห็นเองก็เป็นไปได้แต่ก็สรุปได้เลยว่าตาม  ความคิดของผมนั้นเพลงหน้าพาทย์คงไม่มีท่ารำประกอบครบทุกเพลง

 ส่วนคำถามสุดท้ายของคุณอมรัตน์ที่ถามว่า   เพลงที่ยากที่สุดของนักดนตรีไทยนั้นคือเพลงอะไร    ข้อนี้ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดินก็คือ  เพลงที่เราไม่ถนัดนั่นแหละคือเพลงที่ยากที่สุด  เพราะความจริงแล้วเพลงที่ยากๆ  ถ้าเราขยันฝึกซ้อมให้มากๆ  ผมคิดว่าก็คงจะไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของเราไปได้   แต่อย่างไรก็ดีมันก็คงยังมีเพลงบางเพลงที่เล่นแล้วเรามีความรู้สึกว่า  ยังเล่นไม่ค่อยได้ดีเหมือนเพลงอื่นๆ  มันจึงเท่ากับว่า เพลงนั้นเป็นเพลงที่เราไม่ถนัดนั่นเอง  ซึ่งมันก็หมายความว่า  เพลงนั้นคือเพลงที่ยากสำหรับเรานั่นแหละ  โดยทั้งหมดนี้ผมเขียนจากความรู้สึกของตัวผมเอง  ส่วนคนอื่นๆก็คงจะคิดคล้ายๆกับตัวผม  หรือถ้าไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะครับ...สวัสดี

 ขุนอิน
 12 ม.ค.53