
เขมรเสนอแผนบริหารพระวิหารต่อยูเนสโก1ก.พ.
นักวิชาการปลุกอภิสิทธิ์ ตื่น 1 ก.พ. เขมรเสนอแผนบริหารปราสาทเขาพระวิหารต่อยูเนสโก เร่งแสดงจุดยืนของไทย
เมื่อวันที่ 11 มกราคม ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ สถาบันไทยคดีศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ จะครบกำหนดที่ประเทศกัมพูชาจะต้องเสนอแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหาร หรือว่ารายงานสถานการณ์อนุรักษ์ปราสาทพระวิหารหรือ ต่อศูนย์มรดกโลกขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 34 ณ กรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เพื่อให้ที่ประชุมรับรองแผนดังกล่าว
ดังนั้นอยากเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เร่งแสดงจุดยืนของไทยเกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหาร เพื่อป้องกันและยืนยันว่าไทยไม่เห็นด้วยและไม่เคยร่วมจัดทำแผนดังกล่าว เพราะตอนนี้ยังคาดเดาไม่ได้ว่าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ทางกัมพูชาจะเสนอแผนบริหารจัดการตามกำหนดเวลาของยูเนสโก หรือว่าขอเลื่อนเวลาส่งแผนดังกล่าวออกไปอีก
ม.ล.วัลย์วิภา กล่าวว่า ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ 2 กรณี 1.ทำหนังสือแจ้งไปยังศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสให้รับทราบมติศาลปกครองกลาง ที่มีมติให้เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 ที่เห็นชอบให้นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา และ 2.แจ้งยูเนสโกให้ทราบว่าข้อตกลงชั่วคราวไทย-กัมพูชา ที่นำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาไม่ผ่านความเห็นชอบ ที่สำคัญเป็นการยืนยันว่าแถลงการณ์ฉบับดังกล่าวไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือว่าดำเนินการใดๆ ได้อีก อย่างไรก็ตามเร็วๆ นี้จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เร่งดำเนินการเรื่องนี้
แหล่งข่าวระดับสูงจากผู้บริหารระดับกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ระบุว่า หากกัมพูชาเสนอแผนดังกล่าวจริงในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ คิดว่าไม่ว่าเป็นห่วง เพราะในที่สุดแล้วคณะกรรมการมรดกโลกจะต้องนำแผนดังกล่าวให้กับนางโสมสุดา ลียะวณิช รองปลัด วธ. ในฐานะคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ ล่วงหน้า 2 เดือนก่อนการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญในเดือนกรกฎาคม
ดังนั้นไทยจะต้องใช้โอกาสนี้ตรวจสอบรายละเอียดของแผนดังกล่าว ว่ามีอะไรบ้างที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย จากนั้นรัฐบาลจะต้องแสดงท่าทีคัดค้าน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ ส่วนท่าทีของกรรมการฯ ไทย คงต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย รวมทั้งต้องเสนอให้ที่ประชุม ครม.รับทราบ เพื่อกำหนดท่าทีในนามของรัฐบาล



