ไลฟ์สไตล์

"เนื้องอกมดลูก"โรคที่คุณผู้หญิงต้องรู้"

"เนื้องอกมดลูก"โรคที่คุณผู้หญิงต้องรู้"

12 ม.ค. 2553

เนื้องอกมดลูก (Myoma, Fibroid) เป็นเนื้องอกชนิดที่พบมากที่สุด ของเนื้องอกในอุ้งเชิงกรานสตรี คือ พบประมาณ 20-50% และเป็นสาเหตุที่ทำให้สตรีถูกตัดมดลูกมากที่สุด

แพทย์เคยให้การรักษาเนื้องอกมดลูกในครอบครัวเดียวกันถึง 4 คน คือ คุณแม่ และพี่น้อง 3 คน คนที่เป็นโรคเนื้องอกมดลูกจะต้องถูกตัดมดลูก เพราะส่วนใหญ่ของคนที่มีเนื้องอก มักเป็นก้อนเล็กและไม่มีอาการอะไร จะเป็นส่วนน้อยเท่านั้นที่มีอาการผิดปกติ

ชนิดของเนื้องอกมดลูก แบ่งตามตำแหน่งที่ขึ้นได้ 3 ชนิด คือ
 1.อยู่ที่ผิวนอกของผนังมดลูก ชนิดนี้มักไม่ค่อยมีปัญหา ถ้าก้อนไม่โตเพราะอยู่ด้านนอกตัวมดลูก ไม่เกี่ยวกับการบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูก แต่ถ้าก้อนโต อาจเบียดอวัยวะอื่น หรือถ้ามีขั้ว ก็อาจมีอาการจากการบิดที่ขั้ว คือ ปวดรุนแรง
 2.อยู่ในเนื้อมดลูก หมายถึง ปริมาตรส่วนใหญ่ก้อนเนื้องอกอยู่ในผนังมดลูก ชนิดนี้ทำให้เกิดปัญหามีบุตรยาก ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมามาก ความรุนแรงขึ้นอยู่กับขนาด และตำแหน่งของก้อนเนื้องอก
 3.อยู่ในโพรงมดลูก หมายถึง เนื้องอกยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก หรือส่วนใหญ่ของก้อน หรือทั้งก้อนอยู่ในโพรงมดลูก ชนิดนี้มีปัญหากับการมีบุตรยาก มีการแท้งบุตรง่าย มีประจำเดือนมาก ผิดปกติ และปวดประจำเดือน

สาเหตุของเนื้องอกมดลูก
 สาเหตุที่แท้จริง ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่มีหลักฐานสนับสนุนค่อนข้างชัดเจนว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง เป็นตัวการสำคัญที่กระตุ้นให้เนื้องอกชนิดนี้โตขึ้น

อาการของเนื้องอกมดลูกที่พบบ่อย
 1.ประจำเดือนผิดปกติ บางคนแค่มีเลือดมามาก บางคนมามากและมาบ่อย บางคนมาไม่แน่นอน กะปริดกะปรอย บางคนปวดประจำเดือน
 2.อาการซีด มีอาการของโรคโลหิตจางจากการเสียเลือด (ประจำเดือน)
 3.อาการปวด ปวดท้องน้อย หรือ ปวดหลังส่วนล่างมักเป็นลักษณะปวดถ่วงๆ หนักๆ ตื้อๆ หรืออาจปวดรุนแรงก็ได้ เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
 4.อาการจากการกดเบียดอวัยวะใกล้เคียง ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะลำบาก ท้องผูก ปวดถ่วงทวารหนัก ถ่ายอุจจาระลำบาก ปวดเกร็งในท้อง ท้องใหญ่ขึ้นกว่าปกติ คลำก้อนได้ในท้อง 
 5.ภาวะมีบุตรยากและแท้งบุตรยาก
 เนื้องอกมดลูกมีโอกาสจะกลายเป็นมะเร็งได้น้อย จากการศึกษาทางสถิติ พบว่า มีโอกาสได้เพียง 1 ใน 10,000 ของผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอกมดลูก เพื่อให้สามารถทำการวินิจฉัยได้แม่นยำแน่นอนขึ้น แพทย์อาจขอทำการตรวจเพิ่มเติมให้เห็นอวัยวะในอุ้งเชิงกรานชัดเจนขึ้นด้วยเครื่องมือพิเศษ เช่น การใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ หรือเอ็มอาร์ไอ เป็นต้น

การรักษาเนื้องอกมดลูก
 1.ติดตามการเปลี่ยนแปลงของเนื้องอกเป็นระยะ มักจะทำให้รายที่เนื้องอกขนาดไม่โตมาก
 2.ผ่าตัด เฉพาะก้อนเนื้องอกออก หรือตัดมดลูกออกทั้งหมด
 3.การรักษาโดยการใช้ยา ปัจจุบันมียากลุ่มที่เรียกว่า GnRh analogue ซึ่งออกฤทธิ์ไม่ให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน จึงทำให้เนื้องอกมดลูกมีขนาดเล็กลงได้ มีการนำยานี้มาใช้ในรายที่ต้องการลดขนาดเนื้องอกก่อนทำผ่าตัด เพื่อให้ผ่าตัดได้ง่ายขึ้น หรือในรายที่มีภาวะโลหิตจางจากมีระดูออกมากที่เป็นผลจากการมีเนื้องอกมดลูกอยู่ เนื่องจากราคายานี้ค่อนข้างแพง และเมื่อหยุดยาแล้วเนื้องอกมดลูกจะกลับมามีขนาดโตเท่าเดิมอีกภายในหนึ่งปี ดังนั้นจะต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนที่จะใช้ยานี้
 4.การรักษาโดยการฉีดสารพิเศษเข้าไปอุดหลอดเลือดที่เลี้ยงมดลูก เป็นวิธีใหม่ที่นำมาใช้ทางนรีเวชวิทยา แม้ผลที่ได้ในระยะแรกเป็นที่น่าพอใจ แต่คงจะต้องมีการศึกษาและติดตามผลกันอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะจัดให้เป็นการรักษามาตรฐานของเนื้องอกลูก
 เนื้องอกมดลูกเป็นเนื้องอกของกล้ามเนื้อมดลูกที่พบบ่อยที่สุดในสตรี ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป เป็นโชคดีอยู่ที่เนื้องอกชนิดนี้จะกลายเป็นมะเร็งได้น้อย ถ้าท่านได้รับการตรวจพบว่าเป็นเนื้องอกมดลูก อย่าตกใจจนเกินเหตุ ขอให้ปรึกษาแพทย์ผู้ให้การดูแลรักษาถึงแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
นพ.อุดมศักดิ์ ศรีแสงนาม
โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล โทร.1745