
ฟ้องครอบครองปรปักษ์
ผมมีเรื่องร้อนใจครับ เพราะแม่ของผมเป็นลูกคนโต แล้วก็มีพี่น้อง 5 คน โดยที่แม่ไม่ได้เรียนหนังสือ ส่งเสียน้องๆ ให้เรียน
โดยเฉพาะน้องคนเล็กนี่แม่รักมาก เนื่องจากเลี้ยงมาด้วยตัวเอง เพราะ หลังจากคุณยายผมคลอดน้าคนนี้มาได้ไม่นานก็เสียชีวิต แม่เลยต้องทำหน้าที่เลี้ยงดู และส่งเสียจนเรียนจบครับ เป็นข้าราชการระดับสูง
ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า ก่อนที่คุณยายจะเสีย ได้ยกสมบัติให้ลูกทุกคน โดยที่น้าคนเล็กก็ได้ด้วย แต่ขณะนั้นน้าทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ จึงบอกกับแม่ผมว่า ที่ดินแปลงนี้จะยกให้แม่ไว้ทำกิน ให้แม่ปลูกสวน ปลูกบ้านได้เลย เพราะน้าไม่ต้องการ เนื่องจากแม่มีพระคุณมาก จึงจะยกให้ แม่ผมก็เลยใช้ประโยชน์จากที่ดินแปลงนั้นเรื่อยมา ทำสวน ปลูกมะม่วง และผลไม้อีกหลายชนิด พี่น้องทุกคน และ เพื่อนบ้านก็รับรู้เรื่องนี้
เวลาผ่านไป 30 กว่าปี น้าก็ใกล้จะเกษียณอายุราชการ แม่ผมก็แก่มาก แต่ยังแข็งแรง น้ากลับมาบอกแม่ว่า จะเอาที่ดินแปลงนั้นคืน เพราะเป็นชื่อของน้า จะกลับมาอยู่ที่ต่างจังหวัดหลังปลดเกษียนในปีหน้า และจะมาปลูกบ้าน ดังนั้น ให้แม่ย้ายทุกอย่างออกด้วย
ทุกคนงงครับ ต้นไม้ที่ปลูกไว้จะทำอย่างไร น้าบอกไม่ต้องการสวน จะตัดทิ้ง เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ทำให้แม่ผมเครียดมากเลยครับ
อยากทราบว่า จะทำอย่างไรได้บ้างกับเรื่องนี้ แม่ผมจะมีสิทธิอะไรบนที่ดินผืนนี้ได้บ้าง แล้วสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ควรจะทำอย่างไร ถ้าน้าต้องการจะเอาที่คืน แล้วรื้อทิ้งจริงๆ เพราะขณะนี้น้าไม่ยอมฟังใคร เอาตัวเองเป็นใหญ่คนเดียวครับ
นิคม
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า จากข้อมูลที่ให้คงไม่ต้องว่ากันในเรื่องของสิทธิของแม่ที่จะมีบนที่ดินผืนนี้เพราะในทางกฎหมาย น้าเป็นเจ้าของที่ดินย่อมทีสิทธิในที่ดินผืนนี้ แต่น้าก็ได้ยินยอมและสมัครใจที่จะให้แม่คุณทำกินบนที่ดินผืนนี้มายาวนานกว่า 30 ปี ซึ่งถือเป็นการยินยอมของเจ้าของที่ดิน ดังนั้น ถ้าจะไม่ย้ายออกก็ได้ แล้วร้องต่อศาลเพื่อขอใช้สิทธิครอบครองปรปักษ์
ส่วนในเรื่องของการย้ายของออก หรือการตัดต้นไม้ทิ้ง ที่ยังตกลงกันไม่ได้นั้น ถ้าเจรจากันไม่รู้เรื่อง หรือตกลงกันไม่ได้ และพร้อมจะใช้สิทธิปรปักษ์ในการครอบครองที่ดินผืนนี้ ก็ให้น้าไปฟ้องเอา ซึ่งเรื่องนี้ก็จะไปต่อสู้กันในศาล ทางครอบครัวคุณก็ยังไม่ต้องย้ายออกจากที่ดิน รอให้น้าฟ้อง แล้วทางคุณก็ฟ้องครอบครองปรปักษ์
ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็คงต้องแล้วแต่ดุลพินิจของศาล
ลุงแจ่ม



