
ผลิตพริกอย่างปลอดภัย (2)
คราวที่แล้วได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับการดำเนินงานจัดการห่วงโซ่อุปทานเพื่อผลิตพริกอย่างมีคุณภาพและปลอดภัยจากสารพิษทั้งหลาย โดยกลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งมี อ.วีระ ภาคอุทัย เป็นหัวหน้าทีมเข้าไปดำเนินงานที่ชัยภูมิ จนกระทั่งสามารถทำให้ชาวบ้านมีกำไรจา
เรื่องนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีอันหนึ่งของเรื่องการจัดการอย่างค่อนข้างครบวงจร หมายความว่าไม่ได้ให้ความสำคัญที่การผลิตหรือการตลาดอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่มองทั้งระบบและเข้าไปจัดการตั้งแต่การดูความต้องการของผู้บริโภค มองเรื่องตลาด แล้วจึงกลับไปยังเรื่องการผลิตของเกษตรกร ทำให้เกษตรกรสามารถปลูกพริกที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของผู้บริโภคได้
ความจริงเรื่องการผลิตพริกให้ปลอดภัย จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ในหน่วยงานต่างๆ และความรู้หรือเทคโนโลยีทั้งเก่าและใหม่เป็นหัวใจสำคัญ เทคโนโลยีที่มีอยู่ก็นับว่ามากพอที่จะนำมาใช้ในการผลิตพริกอย่างปลอดภัยได้ แต่ความรู้เหล่านี้ยังไม่ถึงมือเกษตรกรผู้ปลูกพริกโดยทั่วไป ดังนั้นขั้นตอนสำคัญของโครงการนี้อย่างแรกคือการจัดฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพริกอย่างปลอดภัย โดยมีมากถึง 13 เทคโนโลยี
ตั้งแต่เรื่องของการใช้น้ำหมักและปุ๋ยหมักต่างๆ การใช้เชื้อราเขียวในการควบคุมโรค การใช้กับดักล่อแมลงวันทอง การปรับปรุงดิน การจัดการศัตรูพืชอย่างผสมผสาน ไปจนถึงการตัดแต่งดอกพริกไม่ให้มากเกินไป เป็นต้น เทคโนโลยีทั้งหมดนี้เมื่อนำมาผสมผสานกัน และประยุกต์ใช้ในพื้นที่ที่ปลูกพริก ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง และได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ปราศจากสารตกค้างจากยากำจัดศัตรูพืช ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดมาก ดังนั้นราคาขายจึงสูงกว่าพริกปกติทั่วไปประมาณเท่าตัว
ในบรรดาเทคโนโลยีที่ใช้ทั้งหมดนี้ ส่วนใหญ่แล้วเกษตรกรเมื่อได้รับการอบรมไปแล้ว ก็นำไปใช้และมีความพอใจค่อนข้างมาก เพราะเห็นผลและปฏิบัติตามได้
มีเพียง 3 เรื่องที่เกษตรกรยังไม่ค่อยนำไปใช้ เช่น การเก็บใบพริกที่เป็นโรคทิ้ง เนื่องจากมีพื้นที่ปลูกมากและไม่มีแรงงาน เรื่องการเก็บดอกพริกในง่ามแรกและที่สองและสามออก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีขนาดเหมาะสมและต้นไม่โทรม แต่เกษตรกรไม่ค่อยอยากทำเพราะเสียดายดอก ที่สำคัญคือไม่มีแรงงาน ส่วนเทคโนโลยีที่สามคือการแช่เมล็ดพริกในน้ำอุ่นก่อนเพาะ เกษตรกรหลายรายยังไม่เชื่อมั่นเทคโนโลยีเพราะกลัวว่าแช่แล้วเมล็ดจะไม่งอก อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ก็รับได้กับเทคโนโลยีเหล่านี้
ทั้งหมดนี้เป็นการจัดการในซีกของผู้ผลิตคือเกษตรกร ซึ่งต้องผลิตพริกให้ได้คุณภาพตามความต้องการของตลาด ผลพริกที่เก็บเกี่ยวมาจะมีทั้งสีแดง และเขียว และมีขนาดรูปร่างแตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับพันธุ์ที่ปลูก และในที่สุดก็ขึ้นอยู่กับตลาดที่รับซื้อสุดท้ายว่าเป็นตลาดอะไร เช่น เข้าโรงงาน หรือขายเป็นพริกสด
ดังนั้นก่อนการปลูกจึงต้องมีการวางแผนวิเคราะห์ให้ชัดเจน โดยใช้กระบวนการประชุมร่วมกันและใช้การมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายเป็นเครื่องมือสำคัญ ในที่สุดก็จะได้ข้อสรุปว่าควรปลูกพริกพันธุ์อะไรจึงจะตรงต่อความต้องการของพ่อค้า จะปลูกมากน้อยเพียงใด เพื่อไม่ให้ล้นตลาดหรือตัดราคากันเอง และควรจะปลูกเมื่อไหร่ เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงผลผลิตออกมามาก และไม่มีแรงงานเนื่องจากต้องทำนา เป็นต้น
ทั้งหมดนี้เป็นการมองในส่วนของตลาดและการวางแผนเพื่อรองรับ และในที่สุดก็ต้องให้ความสำคัญต่อผู้บริโภค ซึ่งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการกำหนดคุณภาพของพริกที่ต้องการ เมื่อทั้งสามส่วนนี้มีข้อมูลที่ตอบสนองซึ่งกันและกัน ทำให้ปัญหาการผลิตเบาบางลงได้
เรื่องนี้น่าจะเป็นต้นแบบในการจัดการปัญหาราคาผลิตผลเกษตรอย่างอื่นๆ ต่อไปได้ด้วย
พีระเดช ทองอำไพ



