ไลฟ์สไตล์

คนรักหมาตอน - สุนัขผู้ช่วยชีวิตเด็กๆ ชาวอลาสกา

คนรักหมาตอน - สุนัขผู้ช่วยชีวิตเด็กๆ ชาวอลาสกา

10 ม.ค. 2553

ฤดูหนาวปี พ.ศ.2468 ที่ เมืองโนม ในอลาสกาได้เกิดพายุหิมะรุนแรงขึ้น ซึ่งชาวเมืองแห่งนี้ก็ไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรมากนักเพราะต้องเผชิญกับความแปรปรวนและความหนาวเหน็บระดับต่ำกว่าศูนย์องศาเป็นประจำมาช้านานแล้ว แม้คราวนี้จะลดระดับลงเหลือ -50 องศาเซลเซียสก็ตาม

แต่ที่สร้างความหวาดหวั่นให้แก่ใครต่อใครก็คือได้เกิดโรคระบาดขึ้นในหมู่เด็กๆ ของเมืองนี้-โรคคอตีบชนิดร้ายแรงที่หากปล่อยไว้เด็กๆ ทั้งหลายจะต้องติดเชื้อไวรัสชนิดนี้แล้วพากันตายเป็นเบืออย่างแน่นอน

 มีทางเดียวเท่านั้นที่จะระงับการระบาดของโรคร้ายในครั้งนี้ได้ก็คือต้องให้วัคซีนสำหรับป้องกันโรคคอตีบให้แก่เด็กๆ เป็นการด่วน

 ปัญหาก็คือที่โรงพยาบาลมีวัคซีนชนิดนี้เหลืออยู่เพียงเล็กน้อย คุณหมอจึงใช้โทรศัพท์ทางไกลติดต่อไปยังประเทศแม่รายงานสถานการณ์โรคระบาดให้ทราบพร้อมกับขอให้จัดส่งวัคซีนมาโดยด่วน ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าไม่ขัดข้องและจะรีบจัดส่งมาให้โดยเร็วที่สุด

 แต่ปัญหาคือจะจัดส่งวัคซีนเหล่านี้ไปยังเมืองโนมได้อย่างไรขณะที่พายุหิมะกำลังกระหน่ำซัดเสียจนไม่มีการคมนาคมใดๆ จะติดต่อถึงได้ ทุกฝ่ายต่างพากันครุ่นคิดอย่างหนักท่ามกลางเวลาของเด็กๆที่เหลือน้อยลงตามลำดับ จนได้คำตอบบางส่วนว่าจะจัดส่งไปทางรถไฟแต่ก็ไปได้แค่ เมืองเนานา เท่านั้น ส่วนระยะทางที่ยังเหลืออีกกว่าพันกิโลเมตรถึงเมืองโนมยังหาทางขนส่งต่อไปไม่ได้

 ครุ่นคิดกันอย่างหนัก ในที่สุดก็ได้คำตอบสุดท้าย-สุนัขเทียมเลื่อน !!!

 ระยะทาง 1,000 กิโลเมตร ถูกวางแผนให้ใช้สุนัขเทียมเลื่อนขนวัคซีนพร้อมผู้ขับขี่วิ่งผลัด 20 จุด เฉลี่ยระยะทางจุดละประมาณ 50 กิโลเมตร ซึ่งหากเป็นภูมิอากาศปกติก็ไม่ใช่เรื่องหนักหนาสาหัสอันใด แต่นี่เป็นการเดินทางฝ่าพายุหิมะท่ามกลางอุณหภูมิ -50 องศาเซลเซียส แต่เมื่อเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับเด็กๆ ทุกคนก็ไม่มีทางเลือก...

 การเดินทางอันหฤโหดเริ่มขึ้นด้วยความเร็วเต็มพิกัด สุนัขหลายตัวเหน็ดเหนื่อยจนไม่อาจเดินทางได้ตลอดระยะทางที่แบ่งไว้ รวมทั้งบางตัวที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งส่วนใหญ่มาจากบาดแผลที่เท้าต้องถูกทิ้งไว้กลางทางเพื่อให้วัคซีนไปถึงที่หมายที่เด็กๆ รอคอยความหวังอยู่

 ในที่สุด 5 วันผ่านไป ด้วยความอุตสาหะของทีมคนขับเลื่อนกับสุนัขลากเลื่อนจำนวน 200 ตัว ขบวนวัคซีนก็เดินทางถึงเมืองโนมได้ในที่สุด เด็กๆ ทุกคนจึงรอดตายจากโรคร้าย...

 เรื่องนี้เป็นที่สนใจติดตามเอาใจช่วยของคนทั้งประเทศ ทุกคนโล่งอกและสุดแสนยินดีเมื่อขบวนวัคซีนเดินทางถึงเมืองโนม

 สุนัขตัวที่วิ่งนำขบวนลากเลื่อนผลัดสุดท้ายถึงเมืองโนมคือ บัลโต ได้รับคัดเลือกนำมาสร้างเป็นอนุสาวรีย์เพื่อรำลึกถึงสุนัขลากเลื่อนทั้ง 200 ตัวและผู้ขับขี่ไว้ที่เซ็นทรัลพาร์ค นิวยอร์ก

 ใครผ่านไปเชิญแวะชมครับ!

บัญชร ชวารศิลป์