
นั่งรถลากชมไร่องุ่น-ชิมไวน์ชีวิตสบายๆในไร่พีบีวัลเล่ย์
หวนกลับมาสัมผัสสวน "พีบีวัลเล่ย์" อีกครั้ง เพื่อสัมผัสบรรยากาศใหม่ๆ ของพีบีวัลเล่ย์ หลังจากที่ผู้บริหารเปลี่ยนโฉมใหม่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรเต็มรูปแบบ ซึ่งโต๊ะข่าวเกษตร "คม ชัด ลึก" จะจัดโครงการ "ท่องโลกเกษตร" ไปยัง อ.หนองแค จ.สระบุรี อ.ปากช่อง และ
สวน "พีบีวัลเล่ย์" เป็นกิจการส่วนตัวของ คุณปิยะ ภิรมย์ภักดี หนึ่งในสมาชิกครอบครัวภิรมย์ภักดี หรือเป็นในนามครอบครัวเบียร์สิงห์ (ผู้บริหารบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด) ตั้งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของขุนเขาติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในพื้นที่หมู่ 2 ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 2,000 ไร่ ภายในสวนเป็นไร่องุ่นขนาดใหญ่ของบริษัท เขาใหญ่ไวน์เนอรี ผู้ผลิตไวน์ชั้นดีของไทยอีกแบรนด์หนึ่ง "พีบีวัลเล่ย์ เขาใหญ่"
คุณประยุทธ เปียงบุญทา ผู้จัดการสวนพีบีวัลเล่ย์ ผู้ซึ่งมีความชำนาญในผลิตไวน์ บอกว่า เดิมสวนพีบีวัลเล่ย์ ปลูกมะม่วงและผลไม้ชนิดอื่น เพื่อผลิตไวน์ผลไม้ เนื่องจากคุณปิยะมองว่า ในแต่ละปีคนไทยบริโภคไวน์จำนวนมาก ซึ่งล้วนแต่เป็นการนำเข้ามาจากต่างประเทศ หลังจากที่ดำเนินไปแล้ว คุณปิยะมองอีกว่า การผลิตไวน์ชั้นดีไม่มีผลไม้ชนิดใดที่จะเทียบเท่ากับองุ่นได้ จากนั้นจึงศึกษาพันธุ์องุ่นที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยสำหรับผลิตไวน์ พบว่าองุ่นสำหรับทำไวน์ที่เหมาะกับประเทศมี 4 สายพันธุ์ ที่ดีที่สุดสำหรับไวน์แดงคือ พันธุ์ชีราซ (Shiraz) จากออสเตรเลีย ตามด้วยพันธุ์เทมพรานิลโล (Tempranillo) จากอิตาลี ส่วนไวน์ขาวเป็นองุ่นพันธุ์เชนินบลอง และพันธุ์โคลัมบัส นอกจากนั้นมีการปลูกองุ่นสำหรับรับประทานผลสดด้วย
ในปี 2539 จึงเริ่มก่อสร้างผลิตไวน์ที่ทันสมัยในเนื้อที่กว่า 3,000 ตารางเมตร นับเป็นโรงงานผลิตไวน์ที่ทันสมัย ภายในโรงงานใช้เทคโนโลยีอันทันสมัย และอุปกรณ์การผลิตที่ดีเยี่ยม อาทิ พื้นที่รับวัตถุดิบ ห้องทดลอง ห้องหมัก ห้องเก็บไวน์ ห้องบรรจุขวด ห้องบ่ม ซึ่งเป็นที่เก็บถังไม้โอ๊คจากประเทศฝรั่งเศสกว่า 200 ใบ ผลิตไวน์อย่างเป็นทางการในปี 2541 ภายใต้เครื่องหมายการค้า "พีบีวัลเล่ย์ เขาใหญ่" เป็นไวน์แดง 65% และไวน์ขาว 35% ปัจจุบันผลิตไวน์ทั้งหมด 1.4 แสนขวดต่อปี มี 3 เกรด หรือ 3 ระดับ คือ สูงสุดแบรนด์ "ภิรมย์ เขาใหญ่" ราคาขวดละ 1,200 บาท ตามด้วยแบนด์ "พีบีวัลเล่ย์ เขาใหญ่" ราคาขวดละ 590 บาท และแบรนด์ "สวัสดี เขาใหญ่" ราคาขวดละ 390 บาท ขายในประเทศ 80% ที่เหลือส่งออกไปยังญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เป็นต้น
"ไวน์ที่นี่ผ่านการบ่มมานานในถังไม้โอ๊ค อย่างไวน์แดงรีเสิร์ฟ ( Reserve) ผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊คนานถึง 2 ปี ทำให้ไวน์ที่ได้มีรสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมของไม้โอ๊คและกลิ่นวานิลลาที่ชัดเจน รวมทั้งกลิ่นช็อกโกแลต และสไปซี่ (Spicy) ของเครื่องเทศ เหมาะกับอาหารประเภทเนื้อสีแดงหรืออาหารไทย เพราะของเรามีดีกรีถึง 13% ส่วนไวน์ขาวผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊คเป็นเวลานานถึง 18 เดือน ทำให้มีกลิ่นของไม้โอ๊ครวมทั้งมีกลิ่นหอมของผลไม้ รสเปรี้ยว และกลิ่นอ่อนๆ เหมาะสำหรับดื่มกับอาหารประเภทปลาและอาหารทะเล" ผู้จัดการสวนพีบีวัลเล่ย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อ 3 ปีก่อน คุณประยุทธบอกว่า ทางผู้บริหารมองว่า สวนพีบีวัลเล่ย์มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือแหล่งเรียนรู้ได้ จึงมีการพัฒนาสวนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อเป็นสนับสนุนไทยเที่ยวไทย โดยมีจุดขายคือ มีรถลากนำนักท่องเที่ยวไปชมสวนองุ่นไปเรื่อยๆ แปลงแล้วแปลงเล่า โดยจะมีวิทยากรบรรยายตลอดทาง ระหว่างทางจะแวะให้นักท่องเที่ยวลงบันทึกภาพกับผลองุ่นสวยๆ 15 นาที ก่อนไปชมโรงการผลิตไวน์ พร้อมกับการอธิบายขั้นตอนต่างๆ และทุกคนจะได้ชิมไวน์ 4 ชนิด ก่อนจะไปจุดท้ายคือ ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสวนทั้งหมด ทั้งไวน์ แย้มองุ่น น้ำองุ่น โดยคิดค่าบริการคนละ 180 บาท หากนักท่องเที่ยวจะขับรถไปชมเองก็ได้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ไม่วิทยากรบรรยาย
ด้าน คุณสัมฤทธิ์ คำจันทร์ ผู้จัดการไร่เขาใหญ่ไวน์เนอรี บอกว่า พื้นที่ทั้งหมดกว่า 2,000 ไร่นั้น แบ่งเป็นสวนองุ่น 500 ไร่ เป็นองุ่นสำหรับผลิตไวน์ 400 ไร่ ปลูกองุ่นรับประทานสดอีก 100 ไร่ ในส่วนขององุ่นรับประทานผลสดมีหลายสายพันธุ์ ทั้งมีเมล็ดและไร้เมล็ด แต่ส่วนใหญ่จะเน้นองุ่นไร้เมล็ด พันธุ์มารู (Maroo) พันธุ์เพอร์เลทท์ (Perlette) เป็นองุ่นแดง พันธุ์ซีดเลสส์ (Seedless) พันธุ์รูบี ซีดเลสส์ (Ruby Seedless) และพันธุ์เฟรม ซีดเลสส์ (Flame Seedless) เป็นองุ่นเขียว ส่วนที่มีเมล็ด มีองุ่นพันธุ์แบล็กควีน( BlackQueen) พันธุ์คาร์ดินัล (Cardinal) เป็นต้น พื้นที่อีส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ว่าง ปลูกไม้ผลอย่างอื่น และพื้นที่ปลูกอาคาร ทั้งสำนักงาน โรงงานผลิตไวน์ ร้านขายผลิตภัณฑ์ ร้านอาหารสไตล์คันทรี่โฮม เน้นความเป็นธรรมชาติ และบรรยากาศของเรือนไม้ซุง ลานจอดรถ และบ้านพักที่บริการนักท่องเที่ยว เป็นบ้านไร่บนเชิงเขา ที่มองเห็นวิวไร่องุ่น เป็นต้น
ทั้งนี้ โปรแกรมท่องเที่ยวจะจัดรถลากวันละ 3 รอบ คือ เที่ยวแรกเวลา 10.30 น. รอบสองเวลา 13.30 น.และเที่ยวสุดท้ายเวลา 15.30 น. แต่ละเที่ยวใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง แต่สำหรับคณะที่เดินทางไปกับโครงการท่องโลกเกษตรกับ "คม ชัด ลึก" จะมีการบรรยายพิเศษที่เน้นให้ความรู้ในการปลูก การดูสวนองุ่น ขั้นตอนการผลิตไวน์ และชมทุกส่วนของโรงงานผลิตไวน์
สนใจโครงการ "ท่องโลกเกษตร" 2 จังหวัด 6 แห่ง ไปยัง "สวนเมล่อนวาสนา" อ.หนองแค จ.สระบุรี-สวนพีบีวัลเล่ย์ อ.ปากช่อง-สวนองุ่น-หน้าวัว แปลงผักไฮโดรโพนิกส์-แปลงดอกเบญจมาศบานสะพรั่ง-ฟาร์มเห็ดติดแอร์ และสวนกล้วยไม้พันธุ์แคทลียา ราชินีแห่งกล้วยไม้ ที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา กับโต๊ะข่าวเกษตร "คม ชัด ลึก" ระหว่างวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2553 สอบถามได้ที่โทร.0-2338-3356-7
ดลมนัส กาเจ



