ไลฟ์สไตล์

A313 พร้อมชิงส่วนแบ่งตลาดเวชสำอางในไทยงัดกลยุทธ์จำหน่ายผ่าน บิวตี้สโตร์ ทั่วประเทศ

A313 พร้อมชิงส่วนแบ่งตลาดเวชสำอางในไทยงัดกลยุทธ์จำหน่ายผ่าน บิวตี้สโตร์ ทั่วประเทศ

14 ส.ค. 2563

บิซิเนส อัลไลแอนซ์ กรุ๊ป (ประเทศไทย)เปิดตัว การได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการจาก ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์เวชสำอางชั้นนำของฝรั่งเศส ให้เป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ A313 Cosmetic Cream with retinyl palmitate อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย


คุณจันทร์จรัส  สุริโยทัย กรรมการบริหาร บริษัท บิซิเนส อัลไลแอนซ์ กรุ๊ป (ประเทศไทย)จำกัด เปิดเผยว่า  A313 เป็นครีมที่มีวางขายอยู่ตามร้านขายยาสามารถหาซื้อได้ง่ายและเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปของคนฝรั่งเศส โดย A313 ไม่ได้มีการทำโฆษณาหรือการตลาดใดๆ A313 มีชื่อเสียงจากการบอกต่อของผู้ที่ใช้แล้วชอบในตัวสินค้า ซึ่งจากการบอกต่อนี้ ทำให้ A313 เป็นที่รู้จักทั้งในฝรั่งเศส รวมทั้งฝั่งอเมริกา และในประเทศไทย ที่คนเดินทางไปท่องเที่ยวที่ฝรั่งเศส จะมีเพื่อนๆ ฝากซื้อหรือซื้อเป็นของฝากกลับมาประจำ ทางบริษัทอยากให้คนไทยได้ใช้ครีมดีๆ นี้ด้วย จึงได้ติดต่อไปทางบริษัท PHARMA développement เพื่อนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว

A313 พร้อมชิงส่วนแบ่งตลาดเวชสำอางในไทยงัดกลยุทธ์จำหน่ายผ่าน บิวตี้สโตร์ ทั่วประเทศ

 


“จากข้อมูลของ Euromonitor ภาพรวมของตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในไทยปีที่แล้ว มีการเติบโตจากปีก่อนหน้า 7.4% คิดเป็นมูลค่าตลาดรวม 9.19 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วน 81% แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ท้าทาย ทำให้ปีนี้ยากที่จะคาดการณ์ทิศทางของตลาด เพราะไม่รู้ว่าความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภคจะกลับมาได้เมื่อไร แต่สิ่งที่จะเป็นโอกาส คือ การที่ผู้บริโภคต้องสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งช่วยให้เกิดเทรนด์การดูแลผิวหน้าเพื่อผิวพรรณที่ดีแม้อยู่ภายใต้หน้ากากอนามัย เพราะสำหรับผู้บริโภคการดูแลตัวเองยังคงเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตประจำวันอยู่เสมอตรงกับกลุ่มเป้าหมายของ A313 ซึ่งเป็นสาวสายบิวตี้ เพราะโดยคุณสมบัติสำคัญของ A313  จะช่วยให้ผิวหน้าแข็งแรงขึ้น และในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหน้า เช่น สิว ฝ้า กระและริ้วรอยต่างๆ  A313 จะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ โดยมุ่งตรงไปที่สาเหตุของปัญหา โดยเฉพาะคนที่มีผิวหน้ามัน ซึ่งวิตามิน A จะเป็นตัวช่วยลดสาเหตุหน้ามันได้เป็นอย่างดี
 

 

A313 พร้อมชิงส่วนแบ่งตลาดเวชสำอางในไทยงัดกลยุทธ์จำหน่ายผ่าน บิวตี้สโตร์ ทั่วประเทศ


 
“ในช่วงที่ยังอยู่ในมาตรการการดูแลป้องการการระบาดโควิด-19  บริษัทต้องปรับตัวรับกับสถานการณ์ โดยในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ที่ผ่านมา เราใช้ช่องทาง e-commerce ในการเข้าถึงผู้บริโภค เพื่อให้หาซื้อได้ง่าย สะดวก และส่งถึงมือผู้บริโภคโดยตรง และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงผ่านทางบิวตี้ สโตร์ ชั้นนำของประเทศไทยหลังมีการผ่อนปรนล็อกดาวน์  โดยบริษัทจะเน้นใช้เทคโนโลยีผ่านสื่อโซเชียล เข้ามาช่วยในการสร้างแบรนด์เพื่อสร้างแรงจูงใจผู้บริโภค และสื่อสารกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ ที่มีอย่างต่อเนื่อง โดยเราจะวางจำหน่ายที่   EVEANDBOY เป็นที่แรกในทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงEVEANDBOY Online ด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าจะสามารถทำยอดขายโดยรวมปี 2020 ประมาณ 50 ล้านบาท มาจากช่องทางการจำหน่ายออฟไลน์ 80 เปอร์เซ็นต์ และการขายผ่านช่องทางออนไลน์ 20 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ทางบริษัทได้วางแผนจะใช้งบการตลาด 20  เปอร์เซ็นต์จากยอดขาย ในการจัดกิจกรรม และโปรโมชั่นพิเศษตลอดทุกเดือนเพื่อกระตุ้นยอดขายและสร้างแบรนด์  สำหรับในช่วงนี้มีรายการลด 25% ที่ EVEANDBOY ทุกสาขาตลอดเดือนสิงหาคมนี้”


 

 

A313 พร้อมชิงส่วนแบ่งตลาดเวชสำอางในไทยงัดกลยุทธ์จำหน่ายผ่าน บิวตี้สโตร์ ทั่วประเทศ

 

 

สำหรับแผนการตลาดและการวางจำหน่ายนอกเหนือจากที่ EVEANDBOY และ EVEANDBOY Online สามารถสั่งซื้อ A313ผ่านช่องทาง Lazada, Shopee, JD Central และ Konvy นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะวางจำหน่ายผ่านร้าน Watsons, Boots, SEPHORA และร้านขายยาภายในห้างค้าปลีกชั้นนำต่อไป
 

 

 

A313 พร้อมชิงส่วนแบ่งตลาดเวชสำอางในไทยงัดกลยุทธ์จำหน่ายผ่าน บิวตี้สโตร์ ทั่วประเทศ