
ย้อนวัยวันวาน
ร้องเพลงปีใหม่ยังไม่ทันหายเบื่อ ก็ได้เวลาแห่งเทศกาลวันเด็กที่หนูๆ รอคอยกันแล้ว แต่ทว่ายังมีผู้ใหญ่อีกหลายคนที่มักจะใช้วันนี้ให้เป็นอีกวาระแห่งการหวนรำลึกถึงเมื่อครั้งยังเยาว์อยู่บ่อยๆ
อย่างเหล่าเซเลบคนดังในวันนี้ที่แม้งานจะรัดตัวแค่ไหนก็พร้อมจะเปิดลิ้นชักแห่งทรงจำแห่งความสุขอันแสนซุกซนในวัยเด็กมาเล่าสู่กันฟังค่ะ!
เริ่มต้นความประทับใจในวัยเด็กกับ ศจ.ดร.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ ประธานกรรมการดำเนินงานร้านภูฟ้า ที่เล่าให้ฟังว่า อดีตอาศัยอยู่แถวพระโขนง ซึ่งในเวลานั้นยังมีแต่ทุ่งนา จะหาเกมหรือตัวต่อเลโก้เหมือนเด็กๆ สมัยนี้คงไม่ได้ จึงอาศัยเล่นม้าก้านกล้วยที่ทำจากต้นกล้วยหลังบ้าน หรือไม่ก็เล่นขายของโดยใช้ใบพู่ระหงส์และดอกชบาริมรั้วมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ทำเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวและลูกชิ้นเล่นกับเพื่อนๆ แถวบ้านที่มีมากมายจนจำได้ไม่หมด
"เด็กๆ เป็นคนที่ซนมาก ไม่ค่อยชอบทำการบ้าน ครูและแม่ว่าอย่างไรก็ไม่เชื่อ จนวันหนึ่งประมาณ ป.5 เห็นคุณแม่นั่งร้องไห้ เพราะถูกโรงเรียนเรียกไปและบอกว่า ลูกสอบตกอาจต้องให้ออกจากโรงเรียน วินาทีที่เห็นน้ำตาแม่รู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระชาก จึงกลับใจใหม่จากสอบได้ที่เกือบโหล่ของห้องก็กลับมาสอบได้ที่ 7 ของประเทศในเวลาต่อมา เหตุการณ์นี้จึงถือเป็นความทรงจำในวัยเด็กที่ทั้งฝังใจและประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้" ศจ.ดร.คุณหญิงสุชาดา กล่าว
ตามมาด้วยทายาทบิวตี้เจมส์อย่าง "หนึ่ง" สุริยน ศรีอรทัยกุล กับความประทับใจในช่วงวัยเด็ก ที่ได้ไปเที่ยว "เขาดิน" พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวเป็นครั้งแรกซึ่งความรู้สึกอบอุ่นยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจ โดยเฉพาะความตื่นเต้นกับการป้อนกล้วยให้ลิง ที่ตอนนั้นเจ้าตัวเกิดอาการตกใจกลัวว่าลิงจะกระโดดใส่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากจะป้อนให้กล้วยลิงกินอยู่ดี เรียกได้ว่าอยากให้แต่ก็กลัวจริงๆ
"มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกความประทับมากและนึกถึงเสมอ นั่นก็คือ การที่ผมได้นั่งกินข้าวเย็นร่วมกับครอบครัวทุกวัน เพราะระหว่างที่เรานั่งรับประทานอาหารกันอยู่ เราก็จะมีเรื่องราวต่างๆ มากมายมาเล่าสู่กันฟัง มันทำให้ผมรู้สึกว่ามันช่างเป็นบรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นจริงๆ" คุณหนึ่งกล่าวย้อนไปถึงวัยเด็กด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุข
ส่วนทางด้านบิ๊กบอส เเห่งเดอะมอลล์ กรุ๊ป "อ้อย" อัจฉรา อัมพุช บอกเล่าถึงความประทับใจของวัยเด็กสมัยที่ยังไม่ถึง 10 ขวบ ว่าตัวเองชอบออกไปเล่นนอกบ้านกับเพื่อนๆ ที่เป็นเด็กผู้ชายซะส่วนใหญ่ จึงทำให้ไม่มีของเล่นหรือตุ๊กตาน่ารักๆ เหมือนเด็กผู้หญิงคนอื่น โดยมีวีรกรรมสร้างชื่อในเรื่องของการเล่นโดดหนังยางตอนสมัยเรียน ที่เจ้าตัวเก่งกาจจนถึงขั้นคว้าเเชมป์ของโรงเรียนมาเเตร์เดอีมาได้ในที่สุด
"สิ่งที่จำได้เเม่น คือบรรยากาศบ้านเมือง เเละอาหารที่สมัยนี้หากินไม่ได้อีกเเล้ว เช่น รสชาติก๋วยเตี๋ยวหมูที่ใช้คนหาบมาขาย ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีร้านไหนอร่อยสู้ได้ ตอนนั้นมีเงินเเค่ 6 สลึง ก็ไปเที่ยวสบาย รถยนต์ก็ไม่เยอะเเยะเหมือนทุกวันนี้ เรียกได้ว่าอยู่ได้ตามเเบบความพอเพียง ไม่มีเรื่องของเทคโนโลยีมาทำให้เกิดความฟุ่มเฟือย" คุณอ้อยกล่าว
ปิดท้ายความทรงจำด้วยนักธุรกิจหนุ่ม "ปลาวาฬ" วรสิทธิ์ อิสสระ ที่ชื่นชอบความเร็วของรถเป็นชีวิตจิตใจมาตั้งแต่เด็กๆ จนสามารถขี่มอเตอร์ไซต์ได้ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยให้เหตุผลว่า การได้ขับขี่รถออกไปนอกบ้านเป็นเหมือนการปลดปล่อยตัวเองออกจากความจำเจ และรู้สึกอิสระทุกครั้งเมื่อได้ออกเดินทาง ทำให้ได้ของเล่นจำพวกรถเป็นส่วนใหญ่ แต่ของขวัญในวัยเด็กที่ประทับใจที่สุดคือ เจ็ตสกีที่คุณปู่ซื้อเมื่อตอนอายุประมาณ 14 ปี จนทำให้เทใจหันไปเล่นสกีอยู่ช่วงหนึ่ง แต่เล่นได้สักพักก็กลับไปขับรถอยู่เหมือนเดิม
"ตอนเด็กๆ ครอบครัวชอบพาไปเที่ยวต่างจังหวัดทุกเสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่ขึ้นเขา เดินเข้าป่า เที่ยวทะเล ทัวร์กินอาหารทั่วประเทศไทย ทุกวันศุกร์จะตื่นเต้นมากต้องเตรียมตัวจัดกระเป๋าเพื่อไปเที่ยวตลอด ส่วนกิจกรรมที่ชอบทำมาตั้งแต่เด็กๆ คือ ทำอาหาร ตอนแรกก็เริ่มจากเมนูง่ายๆ ก่อนจากนั้น ก็ทำหลากหลายมากขึ้นจนตอนนี้ทำได้แทบทุกอย่างและยังทำอร่อยด้วย"
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนินนานเเค่ไหน ความทรงจำเหล่านี้ก็ยังเป็นความสุขส่วนลึกๆ ที่ไม่ว่าใครจะนึกถึงเมื่อไหร่ ก็พาให้หัวใจได้กระชุ่มกระชวยทุกครั้ง
เรื่อง ศิริรัตน์ จำรูญหิน
ประณีต วรรณวิภูษิต
ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์



