
ม.ถกปรับทัศนคติคนไทยกับเพื่อนบ้านลุ่มน้ำโขง
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจับมือสถาบันไทยศึกษาของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ เตรียมจัดสัมมนาวิชาการร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยอีกหลายแห่ง หารือร่วมในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ทัศนคติทางความคิดของคนไทยกับกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง เพื่อสร้างความสามัคคีและปรับทัศนคติให้
(8ม.ค.) นายพลวัฒ ประพัฒน์ทอง หัวหน้าโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดเผยว่า พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง กำลังจะเริ่มโครงการใหม่ในปี 2553 นี้ ซึ่งจะเป็นการหารือร่วมกันของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัยจุฬลาลงกรณ์ พร้อมด้วยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยจะมีกลุ่มนักวิชาการเข้าร่วมหารือ โดยการหารือในครั้งนี้จะเป็นการหารือร่วมกันด้านวิชาการ เพื่อแก้ไขปัญหาของคนไทยกับประเทศอื่นๆในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ในด้านแนวความคิด ทัศนคติ วัฒนธรรมและการศึกษา ซึ่งจากอดีตจนถึงปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่มักมองกลุ่มคนในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงว่าเป็นศัตรูหรือเป็นเป็นคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นทางการค้า หรือเศรษฐกิจ แต่หากมองอีกแง่มุมหนึ่ง กลุ่มประเทศเหล่านี้ถือเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของไทยมายาวนาน แม้ในอดีตจะมีสงครามเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ก็สามารถอาศัยอยู่ร่วมกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน
ปัจจุบันกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) เป็นกลุ่มประเทศที่เป็นพันธมิตรกันโดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นทางเชื่อมความสัมพันธ์ ซึ่งไทยเองก็เป็นสมาชิกอีกประเทศของกลุ่ม GMS ดังนั้น ทางสำนักจึงอยากจะลดทอนทัศนคติหรือแนวความคิดทางลบของคนไทย ที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะมาจากประวัติศาสตร์ หนัง ละคร ดนตรี หรือแม้แต่วัฒนธรรมที่นำเสนอในแง่ลบของความสัมพันธ์ต่างๆของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงทั้งหมด ทั้งในแง่ของสงคราม การแย่งชิงดินแดน รวมถึงปรับกระบวนการทางการศึกษาด้านประวัติศาสตร์และแนวความคิดแบบใหม่ เพื่อสร้างสรค์แนวความคิดของกลุ่มคนไทยรุ่นใหม่ให้มีทัศนคติที่ดีกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมทั้ง ชี้ให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของประชาชนทุกประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและมีฐานทางความคิดเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
นายพลวัฒ กล่าวอีกว่า ในความร่วมมือตามโครงการนี้ ทางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะทำการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตและเว็บไซต์ รวมถึงจัดทำเป็นเอกสารเผยแพร่ให้แก่ประชาชนและนักศึกษาทั่วไปได้อ่านและเรียนรู้ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะสามารถเปลี่ยนทัศนคติที่ไม่ดีของประชาชนบางส่วน ที่อาจมองว่าประเทศไทยกับเพื่อนบ้านมีปัญหาขัดแย้งกัน ให้สามารถกลับมามีทัศนคติที่ดีต่อกันได้ รวมถึงเปลี่ยนกระบวนทัศน์เรื่องการศึกษาและความสัมพันธ์ของกลุ่มคนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงให้ดีขึ้นได้ โดยกำหนดการหารือร่วมกันนั้น ยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอน แต่สำหรับแนวทางและสาระสำคัญก็ยังเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ของประเทศไทยกับกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเป็นสำคัญ



