
เหตุใดฉันจึงรักกล้วยไม้ (จบ)
ฉันต้องขออภัยที่นำชื่อองค์กรนี้มากล่าว ฉันไม่ได้คิดร้ายใคร หากพูดถึงผลประโยชน์ของชาติ รวมทั้งคนไทยซึ่งเป็นคนท้องถิ่นอันนับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
แม้แต่การท่องเที่ยวของไทยก็เช่นกัน ถ้าฉันจะพูดว่าองค์กรนี้ทำงานแบบชักศึกเข้าบ้านก็ไม่น่าจะผิด “เพราะหิวเงินจึงไปดึงเอาคนต่างชาติเข้ามาเที่ยว มารู้เรื่องราวอะไรดีๆ ภายในประเทศของเราแทบจะไม่เหลือ”
นอกจากนั้นยังขาดการประเมินตัวเอง จึงไม่รู้ว่ารากฐานคนไทยนั้นมันหย่อนยานมากแค่ไหน ดังเช่นการถูกปรามาสว่า “คนไทยเห็นเงินตาโต” ขณะนี้เงินซื้อแผ่นดินไทยได้แทบจะหมด
เรื่องนี้คนไทยผู้มีปัญญาที่ยังเหลืออยู่ไม่มากนัก คงเห็นได้เอง!
ฉันรู้สึกเสียใจ เพราะทำงานมาทั้งชีวิตก็เพื่อต้องการเผยแพร่ความรู้จากหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเองเพื่อให้ความรู้แก่คนไทย แต่อำนาจรัฐกลับไม่รู้เรื่องรู้ราว เปิดให้คนต่างชาติเข้ามาถือครองแผ่นดินปลูกกล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับเพื่อส่งออกไปขายกันอย่างสนุกสนาน
ซึ่งชาวต่างชาติกลุ่มนี้มาอาศัยแผ่นดินไทยเป็นที่หาโฆษณาทางการค้า!
เพราะอดีตเมืองไทยถ้าจะพูดถึงการค้ากล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับมันไม่ได้มีแผนที่ปรากฏให้ชาวโลกเขารู้ แต่เดี๋ยวนี้เมื่อพูดถึงชื่อเมืองไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ใครๆ ก็รู้จัก
แต่ขอโทษที กล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับที่ผลิตในเมืองไทยปัจจุบัน เบื้องหลังการผลิตมีคนไทยเป็นเจ้าของน้อยลงไปเรื่อยๆ
เรื่องนี้มันคล้ายกับการผลิตรถยนต์และอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่คนไทยเปิดประตูบ้านให้คนต่างชาติเข้ามาผลิตโดยไม่ได้มองถึงอนาคตของชาติไทย ไม่เพียงเท่านั้น อำนาจรัฐยังเอามาโฆษณาว่า ขณะนี้เมืองไทยผลิตได้แล้ว
สภาพของประเทศชาติปัจจุบัน เหมือนกับเอาอำนาจรัฐมาหลอกคนท้องถิ่นรวมทั้งคนทั่วโลกด้วยโดยไม่รู้สึกกระดากใจแม้แต่น้อย
ฉันขอเตือนว่า วันหนึ่งข้างหน้าคงไม่ช้าไม่นาน ประเทศไทยคงจะเหลือแต่ชื่อ ส่วนเจ้าของนั้นไม่ใช่คนไทยอีกต่อไปแล้ว
สิ่งที่ฉันนำมาพูดในวันนี้ ไม่ใช่ต้องการตำหนิติเตียนใคร หากหวังดีที่จะได้เห็นคนไทยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยอย่างภาคภูมิใจ
ระพี สาคริก



