ไลฟ์สไตล์

 ห้องส่งเสริมพัฒนา-ฟันเซ็นเตอร์กระตุ้นพัฒนาการผู้ป่วยเด็ก

ห้องส่งเสริมพัฒนา-ฟันเซ็นเตอร์กระตุ้นพัฒนาการผู้ป่วยเด็ก

07 ม.ค. 2553

" โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับคุณภาพการให้บริการผู้ป่วยเด็ก ต้องตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยเด็กให้มากที่สุด ขณะนี้ได้นำร่องห้องหน่วยส่งเสริมพัฒนาเด็ก เป็นสถานที่บำบัดรักษา

ฝึกทักษะ ตลอดจนกระตุ้นและเสริมสร้างพัฒนาการของผู้ป่วยเด็กที่เสื่อมถอยลงในช่วงที่เข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล และเริ่มมีอาการดีขึ้น แข็งแรงพอที่จะนำไปกระตุ้นพัฒนาการได้" นพ.วัฒนา นาวาเจริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หรือโรงพยาบาลสวนดอก กล่าว

 ห้องหน่วยส่งเสริมพัฒนาเด็ก เกิดจากแนวคิด ผศ.ทพ.อติศักดิ์  จึงพัฒนาวดี  ที่ต้องการสร้างสถานที่กระตุ้นและเสริมสร้างพัฒนาการของผู้ป่วยเด็กที่เสื่อมถอยลงในช่วงที่เข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล จึงสละทรัพย์ส่วนตัว และผู้ที่มีจิตศรัทธา เพื่อทำห้องดังกล่าวขึ้น  เพื่อให้ผู้ป่วยเด็ก และพ่อแม่ ผู้ปกครองได้ใช้ประโยชน์จากห้องดังกล่าว

 นอกจากนี้ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ซาโนฟี่-อเวนตีส (ประเทศไทย) จำกัด ปรับปรุงตกแต่งห้องผู้ป่วยเด็กใน หรือฟันเซ็นเตอร์ (Fun Center) หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม ให้สวยงาม สร้างบรรยากาศให้ผู้ป่วยเด็กรู้สึกผ่อนคลาย ลดความกังวลเมื่อต้องห่างไกลจากบ้าน  พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์ของเล่นที่กระตุ้นพัฒนาการเด็ก ที่อยู่ระหว่างการบำบัดรักษา การพักฟื้น ที่ช่วยการฝึกทักษะ และพัฒนาการของผู้ป่วยเด็กก่อนจะกลับบ้าน

 "ทั้ง 2 ห้อง ทางโรงพยาบาลได้รับมอบจากผู้ที่มีจิตศรัทธาทั้ง 2 ไปแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และได้เปิดให้พ่อแม่ ผู้ปกครองของผู้ป่วยเด็ก นำผู้ป่วยเด็กมาใช้บริการได้แล้ว และในอนาคตจะดำเนินการปรับปรุงห้องต่างๆ ให้มีบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการใช้บริการเพิ่มมากขึ้น เพราะถือเป็นนโยบายของโรงพยาบาลที่ต้องอำนวยความสะดวกสบายให้ผู้ใช้บริการให้มากที่สุด" นพ.วัฒนา กล่าว

  บริษัท ซาโนฟี่-อเวนตีส (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินโครงการฟันเซ็นเตอร์ มากว่า 5 ปีแล้ว เน้นส่งเสริมให้ผู้ป่วยเด็กที่ยังไม่สามารถลุกจากเตียงได้ มีของเล่นที่สร้างความเพลิดเพลิน ช่วยให้ผ่อนคลายและช่วยกระตุ้นเสริมสร้างพัฒนาการ มร.เกรแฮม อัลมอนด์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซาโนฟี่-อเวนตีส (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ถือเป็นครั้งแรกที่การสนับสนุนปรับปรุงห้องผู้ป่วยเด็ก เพื่อจัดให้เป็นที่พักฟื้นที่มีบรรยากาศสดใสใกล้เคียงกับบ้าน มีของเล่นและอุปกรณ์ฝึกทักษะ และพัฒนาการของผู้ป่วยเด็กที่เข้ารับการรักษา จากที่ก่อนหน้านี้มอบรถเข็นของเล่นให้แก่โรงพยาบาลภาครัฐหลายแห่ง

 สำหรับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เป็นโรงพยาบาลขนาด 1,500 เตียงมีประชาชนมาใช้บริการ 1 ล้านครั้งต่อปี เฉลี่ยประมาณ 2,500 รายต่อวัน นพ.วัฒนา  ผู้อำนวยการโรงพยาบาล จึงได้นำระบบอินเทอร์เน็ต และเอสเอ็มเอสมาใช้ในการจองคิว เพื่อพบแพทย์ ส่งต่อผู้ป่วย รวมทั้งนัดผู้ป่วยที่ไม่ต้องพบแพทย์ในวันหยุด เพื่อลดเวลาที่ผู้ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลให้เหลือน้อยที่สุด ตั้งแต่ปลายปี 51

 "ผมเป็นผู้อำนวยการมาแล้ว 3 ปี พยายามเซตระบบการให้บริการให้ยืดหยุ่น อำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยมากที่สุด เพื่อลดเวลาการอยู่โรงพยาบาลให้น้อยที่สุด ผู้ป่วยได้รับบริการที่รวดเร็ว ผู้ให้บริการก็ไม่เครียด ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย และพยายามรณรงค์ให้บุคลากรทั้ง 5,300 คนให้บริการด้วยใจ โดยยึดหลัก ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มความรวดเร็ว ถูกต้อง ลดเวลา และลดคน และเพิ่มคุณภาพในการบริการให้มากที่สุด"  นพ.วัฒนา  กล่าว

 "สมควร โชคชัยบุญ" อายุ 27 ปี พื้นเพเดิมอยู่จ.แม่ฮ่องสอน พาลูกสาวอายุ 8 ขวบที่ป่วยเป็นโรคไตบวม มารักษาได้แล้ว 5 วัน โดยใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาท) เล่าว่า เวลามาหาหมอเจ้าหน้าที่ก็ดูแลดี ตอนนี้ลูกสาวพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องผู้ป่วยเด็กที่มีการปรับปรุงแล้ว ก็มีบรรยากาศที่ดีมาก สะอาดและสวยงาม ไม่รู้สึกว่าอยู่ที่โรงพยาบาล อยากให้มีการปรับปรุงและพัฒนาห้องผู้ป่วยอื่นๆ ในลักษณะเดียวกันนี้อีก

 "อยากจะขอบคุณโรงพยาบาลสวนดอกที่ให้การดูแลลูกสาวผม และปรับปรุงห้องผู้ป่วยเด็กให้มีบรรยากาศที่ดีแถมยังมีของเล่นอีกด้วย แม้ว่าจะใช้สิทธิ 30 บาทก็ได้รับการดูแลอย่างดี ช่วยให้คนยากจนได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลได้มากขึ้นด้วย" สมควรกล่าว

 ทั้งนี้ การดูแลผู้ป่วยเด็ก ต้องเน้นในด้านจิตใจมากกว่าเน้นที่ค่าใช้จ่าย นพ.วัฒนา บอกว่าเพราะฉะนั้นถ้าเป็นผู้ป่วยเด็กที่เข้ามารับการรักษา จะต้องให้บริการอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะมีสวัสดิการรักษาพยาบาลหรือไม่ก็ตาม แต่ว่าโรงพยาบาลมีงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาล และเงินบริจาค ทำให้สามารถดูแลประชาชนกลุ่มที่ไม่มีสวัสดิการอื่นๆ รองรับได้
 
     0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0