
จุรินทร์หนักใจแก้ปัญหาสธ.เชื่อชินวรณ์สานงานศธ.ได้
จุรินทร์ รับหนักใจเข้าไปสางปัญหาในกระทรวงสาธารณสุข ยอมรับไม่ใช่งานง่าย เตรียมหารือหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ลั่นแก้ปัญหาให้ดีที่สุด เชื่อชินวรณ์สานต่องานกระทรวงศึกษาธิการได้ฝากงาน 25 โครงการ
เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2553 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีมติให้ไปดำรงตำแหน่งรมว.สาธารณสุขและให้นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราชเป็นรมว.ศึกษาธิการแทนว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับนายชินวรณ์เพราะเพิ่งทราบมติพรรคปชป.
อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าเมื่อนายชินวรณ์เข้ามาเป็นรมว.ศึกษาธิการจะสามารถสานต่องานได้อย่างราบรื่น คงไม่ติดขัดอะไรเพราะไม่ว่าใครเข้ามาก็ต้องการทำงานโดยยึดตามนโยบายรัฐบาลและพรรคปชป. ซึ่งตนได้เป็นคนเขียนนโยบายพรรคปชป.และนายชินวรณ์ก็ร่วมเป็นคณะทำงานด้วย จึงมีความเข้าใจดีอยู่แล้ว
”งานของศธ.ที่ทำมาผมได้วางรากฐานไว้หลายเรื่องและมีแนวทางที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมทุกเรื่องโดยมีโครงการที่ตนตั้งใจจะดำเนินการ 25 โครงการเช่น โครงการปฏิรูปการศึกษารอบสอง โครงการเรียนฟรี 15 ปี การเดินหน้าพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการศึกษาชาติ และเพื่อนข้าราชการก็มีความเข้าใจเป็นอย่างดีอยู่แล้ว จึงมั่นใจว่าเมื่อนายชินวรณ์เข้ามาคงทำงานได้อย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาอะไร” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า การเข้าไปทำงานในกระทรวงสาธารณสุขในช่วงนี้ถือเป็นงานหนักและไม่ใช่งานง่าย เพราะเมื่อเป็นมติพรรคปชป.และเป็นความเห็นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ในฐานะสมาชิกพรรคปชป.และรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลก็ต้องปฏิบัติไปตามนั้น จึงไม่มีสิทธิหนักใจ ส่วนความรู้สึกส่วนตัวจะรู้สึกอย่างไรคงแสดงออกไม่ได้และไม่ควรแสดงออกต่อสาธารณชนเพราะเป็นงานของบ้านเมือง ก็จะเตรียมตัวเข้าไปทำงานโดยจะเข้าแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะหารือกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องและดำเนินการแก้ปัญหาให้ดีที่สุด แต่ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับนายวิทยา แก้วภราดัย อดีตรมว.สาธารณสุข รวมทั้งจะเดินหน้านโยบายรัฐบาลในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นรูปธรรม
”ยังไม่ขอพูดถึงรายละเอียดการทำงานในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ขอให้เข้าไปรับตำแหน่งรมว.สาธารณสุขตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดก่อน ตอนนี้ผมจะทำงานในตำแหน่งรมว.ศึกษาธิการจนถึงวันสุดท้าย มั่นใจว่าทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขได้แม้จะเป็นกระทรวงที่เป็นเรื่องเชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องแพทย์ พยาบาลและบุคลากรสาธารณสุขเพราะกระทรวงศึกษาธิการที่ผมดูแลอยู่ตอนนี้ก็เป็นเรื่องเชี่ยวชาญเฉพาะเกี่ยวข้องกับวิชาชีพครู เชื่อว่าโดยหลักการทำงานคงไม่ต่างกันเพียงแต่ละรายละเอียดต่างกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2531 ผมเคยเป็นเลขานุการรมว.สาธารณสุขมาเป็นเวลากว่า 1ปีในสมัยนายชวน หลีกภัยเป็นรมว.สาธารณสุข” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
นักวิชาการเสียดาย”จุรินทร์ชี้ผลงานเด่น
รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)มีมติให้นายจุรินทร์ไปดำรงตำแหน่งรมว.สาธารณสุขและให้นายชินวรณ์เป็นรมว.ศึกษาธิการว่า เสียดายความต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมากว่า 1 ปี นายจุรินทร์ ได้วางรากฐานงานด้านการศึกษาไว้หลายเรื่องที่ชัดเจน เช่น นโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ โครงการครูพันธุ์ใหม่ และการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา นักเรียน และครู จึงหวังว่าจะได้รับการชดเชยความเสียดายจากนายชินวรณ์ ว่าที่รมว.ศึกษาธิการคนใหม่ ที่จะสานต่องานเก่า และดำเนินนโยบายของนายจุรินทร์ให้เดินหน้าต่อไป ขณะเดียวกันในฐานะที่นายชินวรณ์เคยเป็นครู และทำงานอยู่ในวงการศึกษามาก่อน ก็หวังว่าจะขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาให้ก้าวหน้า และมีความคิดริเริ่มใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย
“ที่ผ่านมา ศธ.มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายค่อนข้างบ่อย เนื่องจากเปลี่ยนรัฐบาลหลายครั้ง ผมจึงรู้สึกเสียดาย เพราะอยากเห็นรมว.ศึกษาธิการอยู่ในตำแหน่งนี้นานๆ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนตัวแล้วส่งคนในพรรคเดียวกันลงมานั่งตำแหน่งนี้ ก็ไม่ค่อยห่วงว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายอะไร เพราะพรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาอยู่แล้ว” รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าว
รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า น่าเสียดายเพราะช่วง 1 ปีที่นายจุรินทร์บริหารงานในศธ.ต้องถือว่ามีผลงานที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับ คิดว่าการที่รัฐบาลปรับให้นายจุรินทร์ไปนั่งตำแหน่งรมว.สธ.เป็นเพราะต้องการนำภาพและจุดเด่นของนายจุรินทร์ที่เป็นคนมีความละเอียดรอบครอบและกล้าตัดสินใจ ดังนั้น การไปแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสธ. ก็คิดว่านายจุรินทร์น่าจะสามารถทำได้ดีเพราะนโยบายพรรคส่วนใหญ่ในปชป.ก็เป็นคนร่างเองอยู่แล้ว และคิดว่าแม้จะเปลี่ยนรมว.ศธ.ใหม่การทำงาน คงไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรมาก ในภาพรวมก็ต้องเดินตามนโยบายต่อไป
“ส่วนนายชินวรณ์ถือเป็นตัวเก็งที่จะเข้ามารับตำแหน่งรมว.ศธ.ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว อีกดั้งยังมีจุดเด่นตรงที่เคยเป็นครูมาก่อนและถือเป็นขุนพลด้านการศึกษาคนหนึ่งของปชป. แต่นายชินวรณ์จะมีปัญหาเรื่องความเป็นสากลและการดูแลอุดมศึกษาที่กำลังต้องก้าวเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางประชาคมอาเซียน และเรื่องที่สำคัญคือการปรับครม.ครั้งนี้จำทำให้การปฏิรูปการศึกษารอบ 2 ช้าไปอีก 3-4 เดือน “อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว
รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวด้วยว่า ท่าทีที่ประนีประนอมของนายชินวรณ์อาจทำให้เกิดปัญหาในการทำงานร่วมกับแกนนำครู ซึ่งจุดนี้นายชินวรณ์ต้องระวังไม่เช่นนั้นอาจโดนครอบงำได้ แต่หากนำความเป็นครูเก่าซึ่งน่าจะเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในศธ.ดีมาใช้แก้ปัญหาก็จะเป็นประโยชน์มากขึ้น
นายเพิ่ม หลวงแก้ว กรรมการสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา กล่าวว่า การแต่งตั้งนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ มาเป็นรมว.ศึกษาธิการนั้น ถือว่ามาถูกที่ ถูกเวลา เพราะนายชินวรณ์เป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการศึกษา เคยเป็นครูมาก่อน อีกทั้งยังเป็นคณะกรรมาธิการร่างกฎหมายปฏิรูปการศึกษามาก่อนหน้านี้ ดังนั้นจึงเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายการศึกษา ซึ่งขณะนี้มีประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องทั้งในเรื่องข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายจำนวนมาก โดยเฉพาะร่างกฎหมายอย่างน้อย 3-4 ฉบับ ที่ขณะนี้อยู่ในสภาฯ เช่น ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ร่าง พ.ร.บ.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
นายเพิ่ม กล่าวอีกว่า อยากให้นายชินวรณ์ เข้ามาดูภาพใหญ่ของการศึกษา เช่น ปัญหาข้อกฎหมายที่ยังค้างคาอยู่ในสภาฯ และประเด็นปัญหาใหญ่ๆ ที่ยังไม่เชื่อมโยงกับนโยบายการศึกษาชาติ อาทิ การศึกษาในสายอาชีวะ การศึกษาเอกชน หรือแม้แต่เรื่องที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ ได้ริเริ่มไว้ อาทิ การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 การยกฐานะสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) ก็ยังคาราคาซังอยู่
“เมื่อนายชินวรณ์ เข้ามารับตำแหน่ง น่าจะเห็นภาพชัดว่ามีปัญหาด้านกฎหมายฉบับใดบ้าง และหารือร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันได้ และมั่นใจว่าจะเดินหน้างานการศึกษาต่อไปได้อย่างดี เพียงแต่อย่าไปมัวลงลึกในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่อยากให้มองภาพใหญ่ ทำงานเหมือนสถาปนิก คือดูภาพรวมว่าออกแบบถูกต้องหรือยัง การปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมา 10ปีเปลี่ยนไปอย่างไร มากกว่าที่จะมัวไปพูดถึงแต่เรื่องเล็กๆ อย่าง ชอล์ก กระดานดำ ส่วนนายจุรินทร์ ที่ปรับย้ายไปเป็น รมว.สาธารณสุขนั้นก็ถือว่าเหมาะสม เพราะนายจุรินทร์เป็นคนละเอียด เท่าที่ได้ติดตามผลงานในช่วงเป็น รมว.ศึกษาธิการ ก็พบว่า เป็นคนรอบคอบ ระมัดระวังตัวดี วางตัวดี ฉะนั้น น่าจะเข้าไปแก้ไขปัญหาในขณะนี้ได้ “นายเพิ่ม กล่าว



