ไลฟ์สไตล์

รัฐหวังผ่านกม.จัดสรรคลื่นความถี่คลอด“กสทช.”กลางปีหน้า

รัฐหวังผ่านกม.จัดสรรคลื่นความถี่คลอด“กสทช.”กลางปีหน้า

07 ม.ค. 2553

 (7ม.ค.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ..แถลงภายหลังการประชุมว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ โดยเฉพาะการให้มีองค์กร เพื่อกำกับดูแลคลื่นความถี่ เคเบิ้ลทีวี วิทยุชุมชน และสื่อที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อรับหลักการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะนี้ ทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จสิ้นโดยใช้ระยะเวลา 10 เดือน และจากนี้ไปจะเสนอเข้าสู่สภาให้ทันพิจารณาสมัยประชุมนี้ โดยจะขอให้ประธานวิปรัฐบาล ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาเป็นเรื่องด่วน

 ทั้งนี้ หากผ่านสภา จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ช่วงเดือนเมษายน เพราะได้มีการพูดคุย ทำความเข้าใจกันในระดับหนึ่งแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหา ดังนั้น คาดว่า จะมีผลบังคับใช้กลางปี 2553

 นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ร่างกฎหมายดังกล่าว แม้จะมีเพียง 88 มาตรา แต่ก็มีความสลับซับซ้อน ซึ่งในระหว่างการพิจารณา ทางคณะกรรมาธิการได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ องค์กรเอกชน หน่วยงานความมั่นคง ภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่ โดยได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาประมวลความคิดเห็นดังกล่าว รวมทั้งพูดคุยกับวุฒิสภา  สำหรับ สาระสำคัญของร่างกฎหมายนี้ กำหนดให้มีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำนวน 11 คน เพื่อทำหน้าที่จัดสรรและกำกับคลื่นความถี่ โดยกฏหมายฉบับนี้ได้กำหนดวิธีการสรรหา กสทช. 2 วิธี คือ 1.แบบคัดเลือกกันเอง โดยให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง เสนอชื่อ และคัดเลือกให้เหลือ 22 คน  

 และ 2.ให้มีคณะกรรมการสรรหา จำนวน 15 คน โดยมาจาก 5 ส่วน คือ ภาครัฐ องค์กรอิสระ ภาควิชาการ ภาควิชาชีพ และภาคประชาชน โดยให้มีการเปิดรับสมัครบุคคลที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย จากนั้นคัดเลือกให้เหลือ 22 คน โดยบุคคลที่ได้รับการสรรหาทั้ง 2 วิธีรวมแล้ว 44 คน เสนอบัญชีดังกล่าวไปให้วุฒิสภาซึ่งทำหน้าที่ฝ่ายธุรการ เป็นผู้เลือกให้เหลือ 11 คน เป็น กสทช.

 นายสาทิตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา การสรรหา กสช. เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะมีการฟ้องร้องกันตลอดเวลา ดังนั้น จึงได้กำหนดระยะเวลาของกระบวนการสรรหา กสทช. จะต้องทำให้เสร็จสิ้นภายใน 180 วัน ในกรณีหากมีการฟ้องร้อง กระบวนการสรรหาก็ไม่ยุติลง และจะเป็นการป้องกันกลุ่มผลประโยชน์ ที่จะเข้ามาบล็อกโหวต ที่จะเข้ามาเป็น กสทช.ได้  ทั้งนี้ ในส่วนของการตรวจสอบ และความโปร่งใสของ กสทช. กฎหมายได้มีการกำหนด ให้มีการถอดถอน กสทช. ได้ ซี่งจะเป็นไปตามกฎหมาย ปปช.

 นอกจากนี้ กฎหมายฉบับนี้ ยังได้กำหนดให้มีแผนแม่บท การปรับเปลี่ยนคลื่นไปสู่คลื่นดิจิตัล ซึ่งเป็นไปตามกฎบัตรอาเซียน ที่ทุกประเทศจะต้องดำเนินการ ภายในปี ค.ศ.2015 ด้วย