ไลฟ์สไตล์

สัมภาษณ์พิเศษ"ดร.สุรัตน์  ดวงชาทม"-พัฒนาชาติเริ่มที่"การศึกษา"สร้างพลังปัญญาให้แผ่นดิน

สัมภาษณ์พิเศษ"ดร.สุรัตน์ ดวงชาทม"-พัฒนาชาติเริ่มที่"การศึกษา"สร้างพลังปัญญาให้แผ่นดิน

09 มี.ค. 2552

"ซุนวู" แม่ทัพชั้นยอดของจีนบอกไว้ในตำราพิชัยสงครามว่า "เงื่อนไขหนึ่งของการชนะสงครามคือ แม่ทัพนายกองที่เปี่ยมไปด้วยสติปัญญา ความเที่ยงธรรม เมตตา กล้าหาญและเข้มงวด" ซึ่งไม่ต่างจากการศึกษาที่ต้องมี "ผู้บริหารการศึกษาชั้นเยี่ยม"

นำทัพแห่งปัญญาที่ประกอบด้วยผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาพาเด็กๆ ให้พ้นจากความโง่ อบายมุขและสิ่งไม่ดีทั้งปวง พร้อมกับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ดังเช่น ดร.สุรัตน์     ดวงชาทม ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) มหาสารคาม เขต 1 วัย 54 ปี ซึ่งได้รับรางวัลผู้บริหารการศึกษาดีเด่นของคุรุสภาประจำปี 2551
 "ชีวิตการทำงาน 35 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มเป็นครู ผมมุ่งทำงานเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อประชาชน รางวัลที่ได้มาครั้งนี้ถือว่าเป็นอานิสงส์จากการทำงาน" ดร.สุรัตน์บอกถึงปณิธานในการทำงาน 
 ผู้บริหารการศึกษาแถวหน้าของ ศธ.คนนี้ มีหลักการบริหารงานเน้น 4 คิด 4 ทำ คือ 1.คิดและทำเพื่อผู้รับบริการ 2.คิดสิ่งใหม่ทำสิ่งใหม่ 3.คิดดีทำดี และ 4.คิดและทำร่วมกัน เน้นให้ทุกคนเรียนรู้ร่วมกัน ทำงานเป็นทีม ช่วยกันกำหนดวิสัยทัศน์ นโยบาย แผนงานและแนวทางประเมินผล มุ่งผลสัมฤทธิ์ ผลผลิตและผลลัพธ์ในการทำงานโดยมีเป้าหมายของความสำเร็จที่ชัดเจน ทุกคนช่วยกันประเมินผลดูว่ามีจุดไหนบ้างที่มีปัญหา หลังจากนั้นก็มาช่วยกันหาทางแก้ไข รวมทั้งยังมุ่งพัฒนาผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่ให้มีความเป็นมืออาชีพ และอุดมการณ์ในการทำงาน เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพและวิทยฐานะเพี่อให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ 
 "ผมเชื่อว่าจะพัฒนาประเทศได้ต้องพัฒนาคน การพัฒนาคนนั้นต้องเริ่มต้นที่การพัฒนาการศึกษาก่อน เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างคน ถ้าจะทำให้คนมีคุณภาพซึ่งจะเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ สร้างพลังปัญญาให้แผ่นดิน จะช่วยแก้วิกฤติต่างๆ ในสังคมได้ เพราะการแก้ปัญหาสังคมและชาติ จะต้องใช้ปัญญาเป็นหลัก" ดร.สุรัตน์ชี้ถึงเป้าหมายในการพัฒนาการศึกษา 
 ผอ.สพท.มหาสารคาม เขต 1 มีนโยบายมุ่งพัฒนาให้สถานศึกษาทุกแห่งและนักเรียนทุกคนในเขตพื้นที่การศึกษามีคุณภาพ โดยเฉพาะนักเรียน นอกจากจะส่งเสริมให้มีความรู้อย่างเต็มที่และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงแล้ว จะต้องได้รับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและความมีจิตสาธารณะ รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม รักประชาธิปไตยและประเทศชาติ 
 ขณะเดียวกันก็ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนการสอน เมื่อ สพฐ.ได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 ที่ปรับปรุงใหม่ พ.ศ.2551 ก็ได้ดำเนินการจัดโครงการให้มีโรงเรียนแกนนำในเขตพื้นที่นำร่องใช้หลักสูตรใหม่ 3 โรงเรียน และมีโรงเรียนอาสาขอใช้หลักสูตรใหม่จัดการเรียนการสอนอีก 30 โรงเรียน รวมทั้งได้จัดอบรมและพัฒนาครูเพื่อให้ใช้หลักสูตรใหม่สอนเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง ดร.สุรัตน์ เชื่อมั่นว่า หลักสูตรใหม่จะสามารถใช้สอนเด็กได้ดียิ่งขึ้น เพราะมีการปรับปรุงเนื้อหาสาระและวัตถุประสงค์บางประเด็น ทำให้ทันสมัยกว่าเดิม
 "โรงเรียนขนาดเล็กมีอยู่มาก แต่ละแห่งขาดแคลนงบประมาณ ครูและทรัพยากรการศึกษา ทำให้การพัฒนาได้ลำบาก รัฐจะต้องดูแลโรงเรียนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ อีกทั้งต้องผลิตครูที่มีคุณภาพ ดึงคนที่อยากเป็นครูจริงๆ เป็นคนเก่ง คนดีเข้ามาเป็นครู และมีหลักสูตรผลิตครูที่ยอดเยี่ยม รวมทั้งต้องพัฒนาครูโดยรัฐจัดสรรงบอบรมรายหัวให้แก่ครูคนละ 5,000 บาทต่อปี ช่วยแก้ปัญหาหนี้สิน สนับสนุนให้ครูก้าวหน้าในวิชาชีพ มีความสุขและภูมิใจในการทำงาน และรัฐต้องดูแลเด็กด้อยโอกาส เด็กพิการเป็นพิเศษ รวมทั้งโรงเรียน ครอบครัวและชุมชนต้องช่วยกันดูแล พัฒนาเด็กให้เติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพ” ดร.สุรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย


 0ธรรมรัช กิจฉลอง/เรื่อง