
เกษตรกรสวนยางเฮราคาพุ่งเกิน100บาทรับเก็งกำไรทำผันผวน
ราคายางพุ่งเกินกิโลกรัมละ 100 บาทตามคาด ชี้สอดรับเศรษฐกิจโลกฟื้นดันความต้องการสูงขึ้น ยันทั้งปีราคาสูงขึ้น 30% ระบุไม่ต้องการเห็นราคาผันผวนเกิน
นายหลักชัย กิตติพล นายกสมาคมยางพาราไทย กล่าวถึงสถานการณ์ราคายางในตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่างหน้า (เอเฟท) ที่ปรับสูงขึ้นเกินกว่ากิโลกรัมละ 100 บาท ว่าเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวทำให้ความต้องการใช้ยางสูงขึ้น โดยเฉพาะที่จีน ซึ่งส่วนหนึ่งยอมรับว่ามีการเก็งกำไร จึงเกรงว่าจะทำให้ราคามีความผันผวนเกินไปและอาจปรับลดลงได้
“ราคายางที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับสินค้าโภคภัณฑ์ชนิดอื่นๆ รวมทั้งราคาน้ำมันและประชาชนมีความพร้อมในการจับจ่ายใช้สอย ขณะเดียวกันกับอัตราดอกเบี้ยก็ถูกทำให้มีความพร้อมที่จะซื้อสินค้า” นายหลักชัยกล่าว
สำหรับทิศทางราคายางพาราในปี 2553 นี้ มองว่าเป็นช่วงขาขึ้น โดยน่าจะสูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 30% จึงมั่นใจว่าจะเป็นปีทองสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกยาง แต่ระหว่างปีราคาอาจจะผันผวนบ้างตามแรงเก็งกำไร ขณะที่ปี 2552 ที่ผ่านมาราคายางปรับลดลงจากปีก่อนหน้า 20% อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเกษตรกรเองไม่ต้องการให้ราคามีความผันผวนจนเกินไป หากสูงเกินไปก็ไม่เป็นผลดีจะทำให้มีการคิดค้นสินค้าชนิดอื่นที่มีราคาถูกกว่ามาทดแทน หรือต่ำจนเกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน ดังนั้นหากราคานิ่งๆ อยู่ระหว่าง 80-90 บาทต่อกิโลกรัมก็พอใจแล้ว
ส่วนการส่งออกยางในปีที่ผ่านมา เบื้องต้นคาดว่าทั้งปีจะส่งออกได้ 2.6-2.7 ล้านตัน หรือมูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนปีนี้จากความต้องการที่สูงขึ้นและราคาดีขึ้นทำให้คาดว่าจะส่งออกได้ไม่ต่ำกว่า 2.8 ล้านตัน มูลค่าราว 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ในกลุ่มอุตสาหกรรมยางพาราของไทยไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะวัตถุดิบไม่ค่อยมีการข้ามกันอยู่แล้ว



