ไลฟ์สไตล์

สพฐ.ถกทปอ.-สกอ.ใช้ความดีเข้ามหาวิทยาลัยรัฐ

สพฐ.ถกทปอ.-สกอ.ใช้ความดีเข้ามหาวิทยาลัยรัฐ

06 ม.ค. 2553

สพฐ.กำหนดปฏิทินเรียนฟรี 15 ปีสรุปยอดเด็กสละสิทธิ์เรียนฟรีในเดือนมีนาคมนี้ พร้อมให้สำนักพิมพ์เอกชนส่งหนังสือเรียนถึงโรงเรียนให้ครบภายในวันที่ 16 พ.ค.นี้ เตรียมถกทปอ.-สกอ.ขยายผลใช้คะแนนความดีรับเด็กเข้าเรียนต่ออุดมศึกษา เดินหน้าปรับหลักสูตรสอนเด็กทำกิจกรรม

 ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยผลประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)เมื่อเร็วๆนี้ว่า ที่ประชุมได้กำหนดปฏิทินการดำเนินโครงการเรียนฟรี 15 ปีในปีการศึกษา 2553 โดยในเดือนมกราคมนี้ จะจัดทำแนวทางและคู่มือการจัดซื้อหนังสือเรียนและการใช้งบส่วนต่างๆเพื่อชี้แจงให้โรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้ปกครองและประชาชนได้รับทราบ รวมทั้งสำรวจยอดหนังสือเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานปี 2544 ที่สพฐ.จะจัดสรรงบให้โรงเรียนจัดซื้อหนังสือชดเชยในสัดส่วน 30% ของงบประมาณที่เคยจัดสรรให้แก่โรงเรียน จากนั้นจะดำเนินการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ไปให้แก่โรงเรียนในช่วงวันที่ 15-31 มกราคมนี้

 เลขาธิการกพฐ.กล่าวอีกว่า ส่วนหนังสือเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานปี 2551 นั้นจัดซื้อ 100% จะให้สำนักพิมพ์เอกชนเริ่มจัดส่งหนังสือเรียนให้แก่โรงเรียนตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ และให้จัดส่งหนังสือเรียนให้ครบทั้งหมดภายในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ นอกจากนี้ จะรณรงค์การสละสิทธิ์เรียนฟรี 15 ปีในส่วนของชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ –มีนาคมนี้ และจะสรุปยอดผู้สละสิทธิ์ในวันที่ 16 มีนาคมนี้

 ดร.ชินภัทร กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ในปีการศึกษา 2553 สพฐ. จะหารือร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อขยายผลในการนำข้อมูลหรือคะแนนความดีมาเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาเพิ่มมากขึ้น

 ”สพฐ.จะจัดระบบในเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น จะจัดหลักสูตรในการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคม และมีระบบการสะสมคะแนนในการทำความดี เนื่องจาก ผลการติดตามพบว่ามหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษาเหล่านี้ไป มีความพอใจในคุณภาพ โดยเฉพาะการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของมหาวิทยาลัย ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้มีความกระตือรือร้น และมีภาวะผู้นำ อย่างไรก็ตาม ผลการเรียนของนักศึกษากลุ่มนี้ ยังไม่ถึงกับดีเด่น” เลขาธิการกพฐ.กล่าว

 ดร.ชินภัทร กล่าวด้วยว่า สพฐ. ได้ดำเนินการเรื่องประเมินความดีและให้ใช้เป็นส่วนหนึ่งเป็นองค์ประกอบในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษามาตั้งแต่ปี 2551 พบว่า มีนักเรียน นักศึกษา ใช้คะแนนความดีประมาณ 400 คน เป็นส่วนหนึ่งในการเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา และในปี 2552 มีนักเรียน นักศึกษา ใช้คะแนนความดี เพิ่มขึ้นเป็น 687 คน จาก 151 เขตพื้นที่

 “การขับเคลื่อนหลักสูตรนั้นสพฐ.จะส่งเสริมการคิด รวมทั้งการส่งเสริมการประเมินความดี ถือเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันในภาควิชาการ ซึ่งที่ผ่านมา การปฎิรูปการเรียนวิชาสังคมศึกษา มีการทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นเน้นกิจกรรมเพื่อสังคม การส่งเสริมเรื่องจิตสำนึกในการรักชาติและจิตสาธารณะ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาด้านวิชาการนั้น นอกจากจะพิจารณาหลักสูตรให้มีความกระทัดรัดมากขึ้นแล้ว ยังส่งเสริมกระบวนการคิด การทำความดีที่สอดคล้องกับนโยบาย 3 ดีของรมว.ศธ.ด้วย” เลขาธิการกพฐ.กล่าว

 ดร.ชินภัทร กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันจะมีการประชุมทางไกลคณะทำงานติดตามโครงการไทยเข้มแข็ง (SP2) ของสพฐ.เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติในวันที่ 20 ม.ค. จะมีการประชุมทางไกล เพื่อชี้แจง แนวปฏิบัติทั้งหมด เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และโรงเรียนทั่วประเทศได้รับทราบ คาดว่าช่วงเดือน มี.ค. นี้ การเบิกจ่ายจะใกล้กับเป้าหมายที่วางไว้