ไลฟ์สไตล์

ออมสินยึดบ้านแน่

ออมสินยึดบ้านแน่

04 ม.ค. 2553

ดิฉันนำบ้านของแม่ไปจำนองกับธนาคารออมสิน สาขาพบพระ จ.ตาก เพื่อกู้เงินจำนวน 5 แสนบาท โดยแม่เป็นคนค้ำประกัน เพื่อมาลงทุนเปิดร้านโทรศัพท์เป็นร้านที่ 2 ต้องชำระสินเชื่อเดือนละ 6,000 บาท

แรกๆ ก็ไม่มีปัญหา ต่อมาแฟนบริหารงานผิดพลาด ซื้อของหลายอย่างในคราวเดียว หมุนเงินไม่ทัน ทำให้จ่ายค่างวดไปได้บ้าง แต่ก็ไม่มีค้าง แต่ต่อมาก็ไปขอปรับโครงสร้างหนี้เพื่อให้ส่งน้อยลงเหลือเดือนละ 3,600 บาท
 ธุรกิจเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ สุดท้ายค้างจ่ายค่างวดกับธนาคารประมาณ 8 งวด ถูกปรับดอกเบี้ยจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 14 รวมดอกเบี้ยที่ค้างชำระ 3 หมื่นกว่าบาท ตอนแรกคุยกับเจ้าหน้าที่ธนาคารว่าขอจ่ายแค่ 1 หมื่นบาทก่อน แล้วส่งตามปกติเดือนละ 3,600 เจ้าหน้าที่ก็ยินยอม ต่อมาเจ้าหน้าที่โทรมาทวงถามให้จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมด 3 หมื่นกว่าบาท และต้องจ่ายภายในสิ้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มิเช่นนั้นจะส่งฟ้อง
 ดิฉันไม่รู้จะทำยังไง ตอนนี้เลิกกับแฟนแล้วด้วย ไม่กล้าบอกแม่ กลัวแม่จะเสียใจ กลัวแม่เครียด ถ้าดิฉันถูกฟ้องต้องไปขึ้นศาลที่ อ.พบพระหรือไม่ เพราะตอนนี้กลับมาอยู่กับแม่ที่ จ.หนองคายแล้ว ผู้ค้ำประกันต้องไปด้วยไหม ถ้าไม่มีเวลาไป มอบอำนาจให้คนอื่นไปแทนได้ไหม
 อีกเรื่องคือ มีหนี้บัตรเครดิตวงเงิน 3 หมื่นบาทด้วย ตอนแรกจ่ายขั้นต่ำ ต่อมาก็ไม่จ่ายเพราะไม่มีงานทำ พอเดือนธันวาคมมีงานก็โทรไปคุยกับพนักงานขอผ่อนจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เขาก็บอกว่า ยอดรวมดอกเบี้ยอยู่ที่ 37,000 บาทแล้ว ต้องจ่ายให้หมดภายใน 3 ปี เดือนละ 1,500 บาท แต่ขอให้จ่ายเพื่อเดินบัญชีมาก่อน 1,000 บาท แล้วค่อยไปทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ทีหลัง ถ้าถูกฟ้องจะเสียเครดิตแบบไหน มีผลกระทบต่องานหรือไม่
กรรณิกา / หนองคาย
ตอบ
 ฝ่ายสินเชื่อ ธนาคารออมสิน สาขาพบพระ จ.ตาก ชี้แจงว่า ลูกค้ารายนี้มีหนี้ค้างชำระกับธนาคารมา 8 เดือนแล้ว หากครบ 10 เดือนลูกค้ายังไม่ติดต่อมา เรื่องจะต้องส่งเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป ทางที่ดีลูกค้าควรกลับไปเจรจาที่ธนาคารอีกครั้ง เพื่อประนอมหนี้และปรับโครงสร้างหนี้อีกครั้ง และขอพักดอกเบี้ยไว้จนกว่าลูกค้าจะมีเงินมาชำระ แต่ต้องอยู่ในระยะเวลาที่ธนาคารเป็นผู้กำหนด
 ธนาคารก็ได้เงินกู้คืน ลูกค้าก็ไม่เสียบ้านที่นำไปจำนองไว้ และไม่เสียเครดิตด้วย
 ด้าน ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า ควรไปเจรจา ธนาคารยังไม่น่าจะฟ้อง แต่เป็นการขู่เพื่อให้คุณชำระหนี้มากกว่า แต่ถ้ามีการฟ้องเกิดขึ้นจริง คุณก็ควรต้องไปศาลเอง หรือมอบหมายให้ทนายดำเนินการแทนเท่านั้น เพราะจะสามารถตัดสินใจแทนคุณได้ ญาติพี่น้องทำแทนไม่ได้
 ส่วนหนี้บัตรเครดิต ต้องเจรจาประนอมหนี้เช่นกัน เพื่อผ่อนชำระตามจำนวนที่คุณสามารถชำระได้ จะได้ไม่ถูกฟ้องและไม่เสียเครดิต  
ลุงแจ่ม