
เด็กวันนี้
เราเคยได้ยินว่า "เด็กวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า" วันนี้อยากจะพูดกลับกันว่า "เด็กวันนี้ ต้องเป็นเด็กในวันนี้"
ท่านผู้อ่านที่มีลูกหลานตอนที่ลูกหลานอยู่ในวัยเล็กๆ ปู่ย่าตายายและพ่อแม่ บางทีก็นับวัน หรือเร่งวันให้เด็กโต ได้ยินบ่อยๆ ว่า "เฮ้อ เมื่อไรมันจะโตๆ เสียที" ผู้เขียนมีประสบการณ์กลับกัน คือเกิดความตระหนักว่า วันเวลาที่ลูกเล็กนั้น นับวันจะเปลี่ยนผ่าน เราควรจะชื่นชมกับชั่วโมงที่ได้เลี้ยงลูกหลานนั้นๆ อย่างเต็มที่ เพราะทันทีที่พวกเขาโต ใช่ เขาโตกันเร็วมาก เราก็จะกลับไปหวนระลึกถึงวันที่พวกเขาใสซื่อ น่ารัก ไร้เดียงสา ที่ไม่อาจจะหวนคืนอีกแล้ว
เราคงไม่พยายามที่จะยื้ออยู่กับวันเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่ทำอย่างไรที่เราจะใช้ชีวิต แต่ละนาที แต่ละชั่วโมงอยู่กับเขาจริงๆ
เลี้ยงเด็กให้เป็นเด็ก
ท่านผู้อ่านมีปัญหาเหมือนผู้เขียนไหมว่าแม้การซื้อเสื้อผ้าให้เด็กสมัยนี้ ก็กลายเป็นเรื่องยากไปเสียแล้ว เพราะแฟชั่นที่ทำเสื้อผ้าผู้ใหญ่ให้เด็ก เด็กเล็กๆ วัย ๓-๔ ขวบที่ลุกขึ้นมาลากรองเท้ามีส้นเลียนแบบผู้ใหญ่ ไม่ดีกับสุขภาพของเด็กที่จะต้องปล่อยให้กล้ามเนื้อเท้าเติบโตตามธรรมชาติอย่างเต็มที่
เด็กเล็กๆวัย ๓-๔ ขวบ จะตอบสนองกิจกรรมของผู้ใหญ่ได้อย่างดี เช่นลูกหลานที่ชอบทำเลียนแบบ อยากช่วยล้างจาน อยากช่วยปอกผลไม้ อยากช่วยทำผัก อย่ารำคาญเลยค่ะ ตอนนี้แหละเป็นโอกาสที่เราจะปลูกฝังให้ลูกหลานรู้จักรับผิดชอบ ก่อนอื่นกับตัวเขาเอง และต่อมาเขาจะเติบโตขึ้นโดยได้รับการปลูกฝังความรับผิดชอบมาแต่เล็ก
ความรับผิดชอบนี้เองที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อตนเองเพราะเด็กน้อยนี้ในอนาคตจะเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นประชาชนที่มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ซึ่งจะส่งผลระยะยาวไปจนถึงความรับผิดชอบต่อประเทศชาติซึ่งเป็นสังคมหน่วยใหญ่ขึ้น
เมื่อลูกชายวัย๕ ขวบเข้ามาในครัวสนใจที่ผู้เขียน ขณะนั้นกำลังแกะสะตอ ผู้เขียนมอบหมายให้เขาแกะ ๑ ฝัก เขามีความรับผิดชอบ ใช้เวลามาก และใช้ความเพียรอย่างยิ่งแต่ทำจนเสร็จ เพราะเขามีความรู้สึกว่า เขาเป็นคนที่แสดงความสนใจเอง เขาภาคภูมิใจเล็กๆ ที่มีส่วนช่วยงานของแม่ (ทั้งๆ ที่ความจริงเขาทำให้งานนั้นช้าลง) เราคงต้องช่วยกันเลี้ยงลูกหลานของเราใหม่นะคะ เลี้ยงให้เด็กเป็นเด็กดี มีความรับผิดชอบต่อตนเอง
ธัมมนันทา



