ไลฟ์สไตล์

สวัสดีปีใหม่

สวัสดีปีใหม่

31 ธ.ค. 2552

๓๖๕วันผ่านไป เราก็มาสวัสดีปีใหม่กันสักครั้ง ปีใหม่ก็เป็นสมมติของชาวโลก จริงๆ แล้วเรามีปีใหม่กันอย่างน้อย ๓ ครั้ง

ถ้าเป็นแบบโบราณเราก็นับเอาวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑ ตามปฏิทินจันทรคติ คือ ปฏิทินที่ถือเอาการโคจรของพระจันทร์เป็นหลัก

ปี๒๕๕๒ เดือน วันปีใหม่ คือวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑

ต่อมาวันปีใหม่เราก็รับเอาตามความนิยมของแขก คือถือวันที่ ๑๓, ๑๔, ๑๕ เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รับเอาวัฒนธรรมของอินเดียมาก็จะนับวันปีใหม่ตามนี้

และล่าสุดเราก็ไปรับเอาวันปีใหม่ตามฝรั่ง ซึ่งถือว่าสากล คือวันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่

ก็ไม่เป็นไรเราจะฉลองวันขึ้นปีใหม่ทั้ง ๓ ระบบ ก็ได้ ถ้าทุกครั้งที่เราฉลองวันขึ้นปีใหม่ เราเข้าใจประวัติความเป็นมา ทั้งความหมาย

จริงๆแล้ว เทศกาลวันปีใหม่ ถ้าเราให้ความหมายว่า ในช่วง ๓๖๕ วันที่ผ่านมานี้ เรากำลังจะก้าวเข้าไปสู่ช่วงใหม่ ไม่ว่าจะนับในระบบใด หากเราได้มีการทบทวน ประเมินผลการทำงานของเรา ทั้งที่ทำงาน ทั้งที่บ้าน และที่สำคัญ ชีวิตของเรา ที่นับวันจะไม่มีการย้อนคืน

วันปีใหม่เทศกาลปีใหม่ จะมีนัยที่สำคัญอย่างยิ่ง

เมื่อพูดถึงชีวิตของเราอายุของเราที่ผ่านไปแล้วนั้น เราเรียกว่า อายุขัย 

คำว่าขัย เป็นภาษาบาลี แปลว่า ที่ผ่านมา เป็นคำเดียวกับที่มาใช้ในภาษาไทยว่า ขยะ คือ ที่ทิ้งไปแล้ว

อายุของเราที่ผ่านมาเราจะทิ้งไปเฉยๆ  หรือจะให้เป็นช่วงเวลาที่บ่มเพาะเราให้แกร่งกล้าขึ้น เราเองจะเป็นผู้กำหนด

เราผิดพลาดในชีวิตช่างเถอะ ผิดพลาดในเรื่องอะไรก็ตามที ขอให้ปลอบใจตัวเองได้เลยว่า ไม่มีใครที่เกิดมาแล้วไม่เคยทำผิด 

ชีวิตของเราที่จะมีความหมายก็อยู่ตรงที่ว่า เราจะทำอะไรกับความผิดพลาดนั้น หากเราจะจมอยู่กับความผิดพลาด ชีวิตเราก็จะไร้ความหมาย

แต่ในความผิดพลาดนั้นขอให้เราได้เรียนรู้ที่จะก้าวออกมาได้อย่างมีศักดิ์ศรี ทำชีวิตที่เหลือให้เป็นประโยชน์สุขกับคนอื่น ก็จะนับว่า มีปัญญาไม่น้อย

ปีใหม่นี้เรามาทบทวนชีวิตด้วยกันดีๆ ไหม

ธัมมนันทา