ไลฟ์สไตล์

ก๊าซเรือนกระจากปลูกอ้อย

ก๊าซเรือนกระจากปลูกอ้อย

29 ธ.ค. 2552

ตอนนี้ทั่วโลกต่างพากันตื่นกับปัญหาโลกร้อน ทำให้หลายประเทศต่างเรียกร้องให้ดำเนินมาตรการเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ตัวต้นเหตุที่จะก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อน ภายในปี 2555 ที่เห็นชัดคือคือกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป มีการกำหนดเครื่องบินที่บินเข้าน่านฟ้าสหภาพยุโรปจะต้องลด

  แต่กระนั้นการที่จะให้แต่ละประเทศดำเนินมาตรการเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกลงไม่ใช่เรื่องง่ายครับ เพราะแต่ละเทศต่างมองผลประโยชน์แห่งตนเป็นหลัก เห็นอย่างชัดเจนจากการประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติ หรือรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 15 ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ก่อนหน้านี้ไม่สามารถที่จะตกลงกันได้ เนื่องเพราะผลประโยชน์ไม่ลงตัว

   โดยเฉพาะผู้นำจากประเทศอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ อย่างสหรัฐอเมริกา ก็ไม่ร่วมในพิธีสารเกียวโต ขณะที่จีนเป็นประเทศกำลังขยายภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อ้างว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนาก็ไม่มีการผูกมัดว่าจะต้องประกาศเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกดังกล่าว

 ประเทศไทยไม่ได้อยู่ภายใต้พันธกรณีพิธีสารเกียวโตที่จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ภายในปี 2555 แต่มีบุคคลที่สนใจในเรื่องนี้ อย่าง คุณมณฑิรา ยุติธรรม นักศึกษาปริญญาเอก สายวิชาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) ได้ทำการศึกษา การหมุนเวียนเชิงปริมาณของคาร์บอนในระบบการผลิตอ้อยในประเทศไทย เนื่องจากเห็นว่าประเทศไทยมีการปลูกอ้อยมากเป็นลำดับ 4 ของโลก รองจากบราซิล อินเดีย และจีน ขณะที่การส่งออกน้ำตาลลำดับ 2 ของโลก รองจากบราซิล

 ผลจาการศึกษาวิจัยนั้นได้ทำการเก็บข้อมูลทั้งระบบ ได้แก่ การปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และมีเทน (CH4) จากดิน การย่อยสลายของเศษซากอ้อย การประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการไถพรวน การขนส่ง และการจัดการการปลูกอ้อย เช่น การใส่ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงและยาปราบวัชพืช และยังเก็บข้อมูลปริมาณการหมุนเวียนคาร์บอนที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตน้ำตาลด้วย

 ผลการศึกษาพบว่า การหมุนเวียนคาร์บอนในดิน มีบทบาทสำคัญในการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 50% ของการปลดปล่อยในขบวนการเกษตรกรรมอ้อย และหากมีการเผาใบอ้อยหลังการเก็บเกี่ยว จะทำให้มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย ส่วนในการจัดการการปลูกอ้อย พบว่าการใช้ปุ๋ยเคมีก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด รองลงมาคือการใช้ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง การไถพรวน ให้น้ำ และการขนส่ง ตามลำดับ

  ที่สำคัญ คุณมณฑิรา บอกว่า หากมีการจัดการที่ดีในการปลูกอ้อยจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากทีเดียว เช่น ลดการเผาใบอ้อยก่อนหรือหลังเก็บเกี่ยว ใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนเคมี จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เกือบ 40%

     ส่วนโรงงานน้ำตาลหากมีการนำชานอ้อยมาใช้ผลิตพลังงานเช่นผลิตไฟฟ้า จะสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานฟอสซิลได้มากกว่า 80% ของก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยมาในกระบวนการผลิตน้ำตาลทั้งหมด

  ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ

ดลมนัส  กาเจ