
สสจ.เมืองคอนโต้หมอบรรลุตั้งธงเล่นงานรัฐมนตรี
สสจ.นครศรี-รก.ผอ.รพ.มหาราช โอดชาวนครศรีธรรมราชเสียโอกาสงบไทยเข้มแข็ง หากวืดจ่อรักษาตำแหน่ง รพ.ศูนย์ห่วยที่สุดในประเทศ-คนไข้เตรียมนอนทางเดินต่อไป สุดอนาถแค่เครื่องสลายนิ่วยังต้องเช่าใช้ - วอนผู้บริโภคข่าวพิจารณาผลสอบ หมอบรรลุให้รอบคอบ - ชี้ตั้งธงมุ่งนคร
(29ธ.ค.) นายแพทย์นพพร ชื่นกลิ่น สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช นายแพทย์กมล พฤกษวิวัฒน์ รักษาการผู้อำนวยการ รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช ร่วมกันเปิดเผยถึงผลการสอบโดยคณะกรรมชุด นพ.บรรลุ ศิริพาณิชย์ ที่มีการสอบโครงก่ารไทยเข้มแข็ง โดยเฉพาะในงบของกระทรวงสาธารณสุข และมีเป้าหมายการสอบสวนส่วนหนึ่งมาที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะ รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช ที่มีโครงการได้งบประมาณสูงถึง 800 ล้านบาทเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และผลสอบได้มีการระบุถึงการส่อไปในการเปิดช่องให้มีการทุจริต ทั้งที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ และส่งผลให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแสดงสปิริตประกาศลาออก
นพ.นพพร เปิดเผยว่า เรื่องที่ควรจะกล่าวกับสาธารณชนคือข่าวคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงบอกให้สาธารณชนรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ประชาชนที่บริโภคข่าวสารต้องคิดตัดสินใจและหารายละเอียดว่าใครผิดใครถูก อันแรกคือความไม่ยุติธรรมกับสาธารณสุถขโดยรวมที่จะตีขลุมไปทั้งกระทรวงแพทย์ พยาบาล ผู้บริหารขี้โกงไปหมดนั้นไม่ใช่อย่างแน่นอน แต่ด้วยกระแสข่าวนี้เกรงว่าจะทำให้ประชาชนจะเกิดความสับสน
ในการกระจายงบประมาณมาสู่นครศรีธรรมราช ได้รับงบมาตามความจำเป็นตามคนไข้จำนวนมากพื้นที่แออัดเครื่องมือเก่ามาก การจัดซื้อจัดจ้างอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนถือเป็นเรื่องจำเป็น และเรื่องการกระจายงบประมาณนั้นนครศรีธรรมราช สร้าง รพ.ชุมชนเพิ่มอีก 4 โรงในพื้นที่ขาดแคลน ส่วนประเด็นที่บอกว่าตั้งราคาสูงเกินจริง อยากบอกว่าเครื่องมือแพทย์มีความละเอียดอ่อนและแตกต่างกัน เช่นเดียวกับรถยนต์ญี่ปุ่นกับรถยุโรป ราคาแตกต่างกันนับสิบเท่าแต่ไปถึงที่หมายเหมือนกัน ประเด็นความรับผิดชอบของผู้บริหารนั้นอยากให้แง่คิดว่าทันทีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงทราบว่ามีความไม่ชอบมาพากลคือ 1.ชะลอโครงการทันที 2.ตั้งกรรมการขึ้นมา 3-4 ชุดสอบทันที 3.สั่งทบทวนโครงการในสิ่งที่จะซื้อว่าจำเป็นหรือไม่จำเป็นว่าราคานั้นเหมาะหรือไม่เหมาะอย่างไร ซึ่งชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนจะตัดงบอะไรหรือไม่อย่างไรนั้นต้องติดตามกันอีกครั้ง
“หากถูกตัดไปนั้นผมขอบอกว่าสงสารประชาชนนครศรีธรรมราช เสียโอกาสในตึกผู้ป่วยที่จะได้ ผู้ป่วยในโรงพยาบาลมหาราชไม่ต้องนอนระเบียงกันต่อไป นครศรีธรรมราชแออัดจริง รพ.มีความจุ 800 เตียงแต่ต้องแออัดเกือบ 1 พันเตียง 1.เสียโอกาสแน่นอน 2.เครื่องมือบางอย่างเก่าล้าสมัย การขยายเครื่องมือทำให้เจ็บน้อยลงให้เวลาน้อยลงเสียโอกาสตรงนี้ไปอีก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สาธารณชนต้องวิเคราะห์ สิ่งที่กรรมการทำนั้นประชาชนต้องไปดูในรายละเอียดก่อนที่จะสรุปว่าความผิดอยู่ที่ใคร ชาวสาธารณสุขทุกคนใครผิดเรายินดีรับโทษ” สสจ.นครศรีธรรมราชกล่าว
ขณะที่นายแพทย์กมล พฤกษวิวัฒน์ รักษาการ รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าในการตรวจเยี่ยมคณะกรรมการชุดของ นพ.บรรลุ คณะกรรมการชุดนี้มีความเห็นใจทาง รพ.มหาราช ถึงความล้าหลังในการตอบสนองการให้บริการอย่างยิ่ง ถึงกับบอกว่าควรอย่างยิ่งที่ได้รับสนับสนุนอาคารในตึกอุบัติเหตุ และอาคารภายในที่บรรเทาความแออัดที่ผู้ป่วยนอนตามระเบียง ตามทางเดิน ลดความยกลำบากของผู้ป่วย ในกรณีสิ่งปลูกสร้าง รพ.มหาราช ได้ไป 5 รายการ ตึกอุบัติเหตุ 10 ชั้น อาคารผู้ป่วย 8 ชั้น เป็นต้น ความสำคัญนั้นเพราะที่นี่คือศูนย์ผู้ป่วยอุบัติเหตุ ที่ผ่านมาผู้ป่วยอุบัติเหตุสูงมากอัตราตายสูงเป็นลำดับ 1 เมื่อเทียบกับจังหวัดประชากรที่ใกล้เคียงกันคือ 1.6 ล้านคน อาคารจอดรถ 7 ชั้น อาการโรงซ่อมบำรุง และอาคารพักศพผู้ป่วยและงานนิติเวช งบประมาณราว 800 ล้านบาทเศษ ซึ่งไม่ควรตีขลุมกรรมการต้องบอกให้ชัดว่าที่ไหนเป็นอย่างไรต้องระบุให้ชัดเจน และถ้าถูกตัดไปต้องบอกเลยว่าชาวนครศรีธรรมราชต้องเสียโอกาสซ้ำซากหลายปีต่อเนื่องที่ไม่ได้รับการดูแลเลย
ขณะที่แหล่งข่าวภายใน เปิดเผยว่าโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชถูกทอดทิ้งจนกลายเป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่ทรุดโทรมที่สุดในประเทศไทย เชื่อหรือไม่ว่าทั้งโรงพยาบาลมีผู้ป่วยที่ต้องเข้าคิวรอใช้เครื่องสลายนิ่มถึงวันละ 70-120 คน ในขณะที่มีเครื่องสลายนิ่วแค่ 1 ตัวและรู้อีกหรือไม่ว่าเครื่องตัวนี้ใช้วิธีเช่าใช้เพราะไม่มีงบประมาณจัดซื้อ ต้องให้บริการได้เพียงวันละ 4-5 รายเท่านั้น และถ้าผู้ป่วยรายไหนใช้บริการแบบฟรีตามหลักประกัน รพ.ต้นสังกัดจะต้องตามจ่ายให้อีก
และที่บอกว่าจัดซื้อจัดจ้างสูงเกินจริงนั้นต้องถามว่ามาวันนี้ยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างกันเลย แล้วกรรมการอ้างว่าส่อเจตนานั้นต้องพิสูจน์กันว่าจริงหรือไม่จริง อย่าอ้างแค่ว่าส่อเจตนาแล้วจบ ไม่ขอวิจารณ์สิ่งที่กรรมการทำแต่ประชาชนต้องดูรายละเอียดว่าเป็นการตั้งธงไว้ล่วงหน้าหรือไม่ แม้แต่การมาสอบที่ รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช คำถามบางคำถามของกรรมการยังพยายามโยงว่ารัฐมนตรีสั่งการกำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ทั้งที่ตัว รมต.ไม่เคยยุ่งเกี่ยว แม้แต่ภรรยาของ รมต.วิทยา เป็นพยาบาล ซี 7 มาเป็นเวลานานแล้วยังไม่ต้องการขึ้นเป็น ซี.8 เกรงว่าจะถูกตำหนิวิพากษ์วิจารณ์เสียหาย พยาบาลรุ่นน้องแซงหน้าข้ามไปเป็นแถวภรรยา รมต.ยังไม่สนใจเลย การประกาศลาออกของ รมต.นั้นถือว่าเป็นการแสดงสปิริตที่น่าเคารพอย่างยิ่ง แต่ได้สร้างความตกใจให้กับบรรดา อสม.และข้าราชการ สธ.อย่างมากเนื่องจากเป็น รมต.สธ.คนแรกของนครศรีธรรมราช ที่ข้าราชการทุกคนทราบว่าไม่เคยล้วงลุกและให้ความเกรงใจข้าราชการประจำเป็นอย่างมาก



