ไลฟ์สไตล์

วิทยาลาออกแล้วหลังสอบพันไทยเข้มแข็ง

วิทยาลาออกแล้วหลังสอบพันไทยเข้มแข็ง

29 ธ.ค. 2552

“วิทยา”ตัดสินใจลาออกจากเก้าอี้รมว.สธ.แล้ว หลังกรรมการชุด “หมอบรรลุ” ฟันเอี่ยวทุจริตไทยเข้มแข็ง สธ. ปลัด สธ.โยนรองปลัดรับผิดชอบ

 เมื่อเวลา 08.10 น.วันที่ 29 ธ.ค.นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจหลังจากที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการทุจริตโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการ “ไทยเข้มแข็ง 2555” ที่มีนพ . บรรลุ ศิริพาณิช เป็นประธาน สรุปผลสอบว่ารมว. และรมช . สาธารณสุข ส่อเจตนาไม่สุจริตในการอนุมัติโครงการ ว่า เดี๋ยวขอคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีก่อน แล้วจะแถลงทีเดียวในเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล 
   
เมื่อถามว่าแสดงว่ามีการตัดสินใจเอาไว้เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ยัง เดี๋ยวรอให้คุยกับนายกฯก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่ได้คุย เมื่อถามว่าการคุยกับนายกฯนั้นจะมีนายมานิต นพอมรวดี รมช.สาธารณสุข ร่วมด้วยหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า คงไม่ใช่ เป็นเรื่องของตนที่ต้องดูเอกสารที่คณะกรรมการเขายื่นมา เพราะตนยังไม่เห็นเอกสาร อ่านแต่จากข่าวเท่านั้น เมื่อถามว่ามีอะไรในใจที่อยากจะพูดหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า เดี๋ยวค่อยพูด

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวในนัยระหว่างนำคณะรัฐมนตรี และข้าราชการประจำทำเนียบรัฐบาล และสื่อมวลชนร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป เนื่องในเทศกาลปีใหม่ ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวอวยพรปีใหม่แก่ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างทำเนียบรัฐบาล ก่อนจะเริ่มการประชุมคณะรัฐมนตรีต่อในเวลา 09.00 น.ว่าวันนี้นายวิทยาจะไม่เข้าร่วมประชุมครม.

วิทยาทิ้งเก้าอี้สธ.แล้วสอบเอี่ยวไทยเข้มแข็ง

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิทยาได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธาณสุขแล้ว  โดยมีผลในวันที่ 30 ธ.ค. 2552 นี้

ทั้งนี้นายวิทยาได้แถลงข่าวลาออกที่ทำเนียบร้ฐบาลโดยยืนยันว่างบประมาณดังกล่าวยังไม่ได้เบิกจ่ายแม้นแต่บาทเดียว แต่ที่ยืนใบลาออกก็เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความรู้สึกของประชาชนและไม่ต้องการให้มีผลกระทบต่อความเป็นประชาธิปไตย

ทั้งนี้นายวิทยายืนยันว่า การลาออกในครั้งนี้ ไม่ได้รับแรงกดดันจากใคร แต่เป็นการตัดสินใจด้วยตนเอง เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า นักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบ ส่วนนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข จะลาออกด้วยหรือไม่นั้น ก็เป็นสิทธิของนายมานิต ไม่มีใครไปกดดัน โดยหลังจากนี้ ตนจะทำหน้าที่ ส.ส.ต่อไป เพื่อเร่งพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ส่วนใครจะมาเป็น รมว.แทน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี

 เมื่อถามว่า การที่มีข้อมูลทุจริต ของกระทรวงสาธารณสุขออกมา เป็นการวางยาของคนในกระทรวงหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่ให้ยา ไม่ควรวางยา

“เรืองไกร”ระบุ“วิทยา”ลาออกไม่ใช่สปิริต

 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ไม่ใช่การแสดงสปิริต เพราะถ้าจะแสดงสปิริต ต้องทำตั้งแต่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ เพื่อให้อิสระกับกรรมการในการตรวจสอบ ซึ่งหากผลสรุปออกมาว่าไม่ผิดก็จึงกลับเข้ามารับตำแหน่ง แต่นายกรัฐมนตรี ก็ปล่อยให้อยู่ในตำแหน่งจนมีผลสรุปออกมาแบบนี้ ตนจึงเห็นว่ากฎเหล็ก 9 ข้อที่นายกรัฐมนตรี ประกาศเมื่อเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆอาจจะมีคนเขียนบทให้พูด เพราะท่านจำอะไรไม่ได้เลย

 “ กรณีแสดงให้เห็นว่านายกฯไม่มีความเป็นผู้นำเลย เพราะโครงการนี้ไม่ต้องแต่งตั้งกรรมการขึ้นสอบก็รู้อยู่แล้วว่ามันมีแนวโน้มว่าจะทุจริต เพราะลักษณะโครงการที่ตีเช็คเปล่า เร่งรีบอนุมัติโครงการกันล่วงหน้าทั้งที่ยังไม่มีงบประมาณ แถมยังมีการระบุในสัญญาด้วยว่าถ้างบประมาณไม่ผ่านสภา ก็สามารถยกเลิกสัญญาจัดซื้อจัดจ้างได้ด้วยเป็นการตีเปล่าชัดเจน ” นายเรืองไกร กล่าว

โฆษกเพื่อไทยชื่นชมผลงาน“หมอบรรลุ”

 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ตนขอชื่นชม น.พ.บรรลุ ที่ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาด้วยความยุติธรรม คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน และเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน ถึงแม้รัฐบาลจะเป็นผู้แต่งตั้งให้เข้ามาตรวจสอบก็ตาม โดยจากผลสอบนั้นเห็นได้ชัดว่า นายวิทยา นายมานิต นพอมรวดี รมช.สาธารณสุข และข้าราชการการเมือง 2 คน รวมทั้งยังมีข้าราชการในกระทรวงอีก 8 คน รวม 12 คน เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
 
 “ ขอเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ ในฐานะผู้นำสูงสุดในรัฐบาลให้ดำเนินการกับบุคคลทั้ง 12 คนอย่างจริงจังเพื่อเป็นตัวอย่าง โดยให้ลาออก ไม่ใช่การตัดตอนเพื่อให้พ้นผิด เหมือนกรณีปลากระป๋องเน่า ที่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครผิด ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ซึ่งมีสถานะเหนือกว่านายวิทยา ต้องแสดงความรับผิดชอบสูงกว่า เหมือนที่นายอภิสิทธิ์ เคยพูดว่า ความรับผิดชอบทางการเมืองต้องสูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย” นายพร้อมพงศ์ระบุ

ปลัด สธ.โยนรองปลัดรับผิดชอบ

 นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หนึ่งในข้าราชการที่ถูกระบุชื่อเกี่ยวข้องกับโครงการไทยเข้มแข็ง เนื่องจากกระทำการบกพร่องต่อหน้าที่โดยไม่มีหลักฐานเจตนาการทุจริตกล่าวว่า ถึงแม้ว่าตนเองจะได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักบริหารสาธารณสุขภูมิภาค (สบภ.) แต่สำหรับโครงการไทยเข้มแข็งเป็นโครงการพิเศษที่นพ.ปราชญ์ บุยญวงศ์วิโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้กับพญ.ศิริพร กัญชนะ อดีตรองปลัดสธ.ซึ่งดูแลด้านการบริหาร เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ดังนั้นหนังสือ เอกสารต่างๆ จึงไม่เคยเสนอผ่านมาทางตนให้รับทราบเลย โดยสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ทุกคนได้ เพราะแม้แต่การประชุมผู้บริหารส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มีการประชุมทุกวันอังคารก็เป็นที่ทราบกันดีว่ารองปลัดด้านบริหารเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งสามารถดูหลักฐานจากรายงานการประชุมได้เช่นกัน

 เมื่อถามว่าได้ท้วงติงถึงพฤติกรรมการบริหารจัดการโครงการไทยเข้มแข็งที่ดูไม่ชอบมาพากลหรือไม่ นพ.ไพจิตร์กล่าวว่า จะขอชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดภายใน 1-2 วันนี้

 “หลังจากได้รับทราบการแถลงผลการตรวจสอบของคณะกรรมการฯ แล้ว รู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดาของข้าราชการ แต่สบายใจที่ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ไม่เช่นนั้นป่านนี้คงรู้สึกหวั่นไหว หากรู้เบื้องหลังของชีวิตการเป็นข้าราชการของผมคงจะเข้าใจและเชื่อมั่น”นพ.ไพจิตร์กล่าว

 เมื่อถามว่าจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนวินัยข้าราชการที่มีชื่อเกี่ยวข้องเข้าข่ายความผิด ในโครงการไทยเข้มแข็งหรือไม่ นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่ลา ขั้นตอนการดำเนินการต่อจากนี้คงจะต้องขอดูรายละเอียดเอกสารทั้งหมดก่อนเนื่องจากเห็นเพียงเอกสารการแถลงข่าวของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ เท่านั้น โดยจะต้องหารือกับกลุ่มกฎหมายและกลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรมด้วย

 ต่อข้อถามว่า ในฐานะปลัดสธ.จะเข้ามากำกับดูแลโครงการไทยเข้มแข็งที่จะเดินหน้าต่อในปี 2553 หรือไม่ นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า แน่นอนจะต้องลงมากำกับติดตามโครงการไทยเข้มแข็งเองทั้งหมด ซึ่งนับตั้งแต่ปฏิบัติหน้าที่ของปลัดสธ.ก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยโครงการไทยเข้มแข็งเลย

สุเทพยัน"วิทยา"เป็นนักการเมืองที่ดีแจงได้

 ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  นายวิทยาจะเป็นคนชี้แจงด้วยตัวเองภายในวันนี้ จึงอยากให้รอฟังคำแถลงจะดีกว่า   โดยส่วนตัวรู้จักนายวิทยาเป็นย่าางดี เพราะทำงานร่วมกันมานาน เขาเป็นนักการเมืองอาชีพ ทำงานการเมืองอย่ามีอุดมการณ์ มีหลักการแป็นนักากรเมืองที่ดีของประชาชน มั่นใจว่านายวิทยาจะชี้แจงได้ทุกประเด็น  นายวิทยา คงเตรียมการที่จะชี้แจงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร  ตนเชื่อมั่นในความเป็นนักการเมืองว่านายวิทยาคงจะคิดอะไรได้

 เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์มองเรื่องทุจริตใมนกระทรวงสธ. อย่างไร   นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคยังไม่ทราบผลสอบสวนในเรื่องนี้เพราะเพิ่งประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคไปเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ผ่านมา เพราะไม่คิดว่าจะมีอะไรที่เป็นประเด็นที่แป็นปัญหาจึงไม่ได้คุยกัน  

 เมื่อถามว่า ในส่วนของรมช.สาธารณสุขจากพรรคภูมิใจไทย จะยึดบรรทัดฐานเดียวกับรมว.สธ. หรือไม่ในการแสดงความรับผิดชอบ    นายสุเทพ กล่าวว่า ตนตอบแทนไม่ได้  เพราะยังไมเห็นรายละเอียดของรายงาน จากการติดตามข่าวเห็นสรุปรายงานแป็นพันหน้าและได้ยื่นต่อนายกฯ  ตนยังไม่มีโอกาสได้เห็นรายงานสรุปว่าเป็นมีเรื่องราวเป็นอย่างไร จึงอธิบายไม่ได้ แต่หากจะพิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ไม่คิดว่าปัญาหาภายในกระทรวงสธ. ขอกราบเรียนตรง ๆว่า ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหา เพราะขณะนั้นมีกลุ่มแพทย์ได้มาร้องเรียนในเรื่องการกำหนดสเปก  ราคากลาง อุปกรณ์การแพทย์ที่สูงเกินความเป็นจริง และรมทว.สาธารณสุขได้สั่งให้ยกเลิกเพื่อให้มีการทบทวน ส่วนตัวยังชื่นชมว่ารมว.สธ.ได้ตัดสินใจทำถูกต้องรวดเร็ว พอเกิดเรื่องก็เข้ามาแก้ปัญหาทันที  คิดว่าเรื่องควรจบแค่นั้น ยังไม่มีอะไรที่เป็นการจัดจ้าง เพราะฉะนั้นคิดว่านายวิทยาคงจะได้กลับไปไล่เรียงการดำเนินการที่ผ่านมาว่าเพราะมีเหตุอะไรจึงไม่ถูกต้อง ไม่ได้คิดว่าจะมาถึงตัวรัฐมนตรี

 เมื่อถามว่า เรื่องในกระทรวงสธ. มีการวางแผนกำหนดยุทธศาสตร์ มาเป็นอย่างดีและมีเจตนาชัดเจน แล้วจะปฏิเสธความรับผิดชอบได้อย่างไร  นายสุเทพ กล่าวว่า   ไม่ได้พูดว่ารมว.สาธารณสุขจะปฏิเสธความรับผิดชอบ  แต่เชื่อว่านายวิทยาจะต้องมีเหตุผลที่มาชี้แจงต่อประชานและสื่อมวลชนได้  เพราะเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ  และต้องพูดตามข้อเท็จจริง ตนในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่าง ๆ รัฐมนตรีมีหน้าที่ทำนโยบาย ไม่ได้ลงไปในรายละเอียดว่าเครื่องมือเครื่องใช้ ควรจะต้องมีราคาหรือมีสเปกอย่างไร  เพราะไม่ใช่ความสามารถของรัฐมนตรีที่จะไปพิจารณารายละเอียดได้    สมมติว่ารัฐมนตรีมีนโยบายให้เด็กไทยได้ใช้คอมพิวเตอร์รัฐมนตรีมีหน้าที่ให้นโยบาย แต่จะไปคิดว่าต้องเป็นรุ่นนั้นรุ่นนี้ราคาเท่านั้นเท่านี้  ไม่มีทางที่รัฐมนตรีจะทำได้  เพราะต้องปล่อยให้เ)นการปฏิบัติงานของข้าราชการประจำ ที่เป็นมืออาชีพ  รู้ระเบียบข้อปฏิบัติเป็นอย่างดี  กระบวนการตรวจสอบงบประมาณมีหลายขั้นตอน   

 เมื่อถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจะส่งผลสะเทือนกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ เพราะในรอบ 1 ปี ต้องเสียรัฐมนตรีของพรรคเพราะเหตุเกี่ยวข้องกับยการุทจริตถึง 2 คน นายุสเทพ กล่าวว่า  เป็นนักการเมืองสมัยนี้ก็ต้องทำใจ เพราะในการทำงานการเมืองจะต้องถูกตรวจสอบโดยละเอียดใกล้ชิดทั้งจากสื่อมวลชนแ ละประชาชน นักการเมืองต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น เผลอไม่ได้ พลาดไม่ได้  รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตยืมีความระมัดระวังทุกคน แต่ของอย่างนี้มีโอกาสที่จะพลาดพลั้งได้  ไม่สามมารถมองให้เห็นหมดทั้งกระทรวงได้ทุกซอกทุกมุม อาจะมีประเด็นที่หลงหูหลงตาจนกลายเป็นปัญหาขึ้น

 เมื่อถามว่า  ข้อมูลในสธ. จะยิ่งไปเพิ่มน้ำหนักการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านในเรื่องการุทจริต นายสุเทพ กล่าวว่า ตอบไม่ได้จริง ๆ เพราะยังไม่เห็นรายงานผลสรุปว่ามีเนื้อหาสาระอย่างไร   จึงไม่สามารถวิจารณ์ได้  แจต่ทุกยอ่างอยู่ที่ข้อเท็จจริง อยู่ที่ความจริง  อย่าไปกังวลใจอะไร  รัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงตามข้อเท็จจริงและความเป็นจริง   เมื่อถามว่า มั่นใจว่าเรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดของรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ครับ    เมื่อถามย้ำว่า  เมื่อนายวิทยายังไม่ลาออกจะส่งผลกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ  กล่าวว่า อย่าเพิ่งถามคำถามนี้กับตน ให้โอกาสนายวิทยาได้ออกมาพูดจาชี้แจง เชื่อว่าวันนี้นายวิทยาจะได้ชี้แจง ตนไปพูดดักหน้าอย่างโน้นอย่างนี้ไม่ดี จะเป็นการกดดันกัน  เพราะขณะนี้ยังไม่รู้เลยว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร ควรจะฟังความทุกข้าง  และให้รัฐมนตรีเป็นผู้ชี้แจง เพราะท่านไม่ใช่ผู้ร้าย

 เมื่อถามว่า  จากข้อมูลที่เกิดขึ้นมีเหตุผลเพียงพอที่จะถึงเวลาปรับครม.ได้แล้วหรือยัง นายสุเทพ กล่าวว่า  ต้องว่ากันไปตามเหตุการณ์ ดูไปตามกรณี พูดภาพรวมยังไม่ได้ เพราะต้องรอให้ปัญหาในกระทรวงสาธารณสุขจบก่อน   เมื่อถามว่า  แสนดงว่าผลสอบขณะนี้ยังไม่ใช่ข้อยุติต้องตั้งคณะกรรมการอื่นมาสอบต่อหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า    ตนไม่ได้คิดว่าในการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาตรวจสอบได้มีการกำหนดเป้าหมายไว้อย่างไร  แต่จะต้องทำให้สิ้นสุดและหาข้อยุติให้ได้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ปล่อยให้คาราราซัง คาใจประชาชนไม่ดี   เมื่อรัฐบาลเป็นคนตั้งคณะกรรมการก็ต้องดูรายงานทั้งหมดก่อน  ไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็ไม่สามารถตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องอื่นได้ เมื่อกลับไปดูแล้วก็ต้องพิจารณาว่าถูกผิดหรือไม่ และสมบูรณ์ครบถ้วนหรือไม่ บางทีเป็นเรื่องที่มนุษย์ทำก็มีไม่สมบูรณ์ได้เหมือนกัน  

 เมื่อถามว่า  การรอให้กระบวนการยุติหมายถึงจะรอตั้งคณะกรรมการจากคนนอกเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า   ขอให้รอเวลากันหน่อย  เพราะเพิ่งสรุปเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ตอนเย็น จะให้ตนตอบสรุปในวันนี้ก็ตอบไม่ทัน

"ศุภชัย"เผย ภท.เตรียมเรียกหารือฟัน“มานิต”

 นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุขระบุนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข มีพฤติกรรมก้าวก่าย ล้วงลูก ให้มีการจัดสรรงบประมาณในโครงการลงพื้นที่ของตัวเอง ว่า ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยต้องเปิดโอกาสให้นายมานิตได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพรรคก่อน

 เพราะสิ่งที่นายมานิตถูกกล่าวหาเป็นการเผลอไปทำหน้าที่ส.ส. เนื่องจากเห็นว่ามีความเดือดร้อนใน จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ของตัวเอง จึงได้เข้าไปดูแลเป็นพิเศษ ถามว่าผิดหรือไม่ คงเป็นคนละเรื่องกับการทุจริต ต้องแยกให้ออกว่า การทุจริตหมายถึงการแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตัวเองโดยมิชอบ แต่กรณีของนายมานิตยังไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามภายใน 1-2 วันนี้ ผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย จะมีการพิจารณาเรื่องของนายมานิต ถ้าตรวจสอบแล้วเห็นว่า เป็นการทุจริต พรรคภูมิใจไทยก็คงไม่ให้อยู่ในตำแหน่ง แต่ทั้งนี้ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายมานิตได้ชี้แจงข้อเท็จจริงก่อน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายวิทยา ประกาศลาออก ทางพรรคภูมิใจไทยจะให้นายมานิตลาออกตามด้วยหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกัน แต่วันนี้นายมานิตยืนยันว่าไม่ได้ทุจริต