ไลฟ์สไตล์

10 วิธีพึงปฏิบัติกับปีใหม่วิถีไทยเน้น“ปลอดภัย”และ“พอเพียง”

10 วิธีพึงปฏิบัติกับปีใหม่วิถีไทยเน้น“ปลอดภัย”และ“พอเพียง”

29 ธ.ค. 2552

วันขึ้นปีใหม่ ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของคำว่า ปี หมายถึง เวลาทั่วโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครั้งหนึ่งราว 365 วัน และเวลา 12 เดือนตามสุริยคติ ตามจารีตประเพณีของไทยแต่โบราณ ถือเอาวันแรมหนึ่งค่ำ

 เดือนอ้าย (เดือนหนึ่ง) เป็นวันขึ้นปีใหม่ สอดคล้องกับคติทางพระพุทธศาสนาเริ่มฤดูหนาวเป็นจุดเริ่มต้นของปี ต่อมามีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ เมื่อทางราชการเปลี่ยนมาใช้แบบสุริยคติ คือใช้ดวงอาทิตย์เป็นเกณฑ์ จึงได้ถือเอาวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ เริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ.2432

 ในที่สุดคณะรัฐบาลในสมัยนั้นซึ่งมี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2483 ให้วันขึ้นปีใหม่ให้เป็นแบบสากล สอดคล้องกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 1 มกราคม 2553 นี้ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีแนวทางที่พึงปฏิบัติสำหรับประชาชน 10 ประการ มาแนะนำดังนี้ 1.ควรไปเยี่ยมเยียนบิดามารดา ญาติผู้ใหญ่เพื่อขอพรและรับพร 2.คิดดีทำดี โดยการตั้งใจที่จะกระทำความดีหรือมีความรู้สึกดีๆ ต่อผู้อื่นและสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนจะทำให้จิตใจเป็นสุข เกิดมิตรภาพและความจริงใจที่มีให้แก่กัน

 3.ทำบุญตักบาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติและผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว ถือศีล ปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา การทำทาน ปล่อยนก ปล่อยปลา ฯลฯ ให้จิตใจสดชื่น แจ่มใสเบิกบานในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 4.ส่งบัตรอวยพร มอบของขวัญที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหรือมอบหนังสือ โดยใช้สินค้าไทย เพื่อเป็นการอวยพรและแสดงถึงความปรารถนาดี ความเป็นมิตรไมตรีที่มีให้แก่กัน 5.เก็บกวาดบ้านเรือนให้สะอาด และทำความสะอาดสถานที่ โรงเรียน วัด สถานที่ทำงาน ฯลฯ พร้อมทั้งประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน เพื่อต้อนรับวันขึ้นปีใหม่

 6.ตรวจสอบข้อดีและข้อบกพร่องของตัวเองที่ได้ทำมาตลอดปี เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของตนและปรับปรุงให้ดีขึ้น 7.ร่วมมือกันรณรงค์ให้ประชาชนไม่ดื่มเหล้าและเสพสิ่งเสพติดในวันขึ้นปีใหม่เพื่อลดอันตรายจากอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท และการถูกล่อล่วงทางเพศ 8.รักษามารยาทและวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ไม่ควรเล่นสนุกสนานหรือคึกคะนองเกินขอบเขต จนเป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น 9.จัดงานรื่นเริงระหว่างครอบครัว มิตรสหาย เพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีในวันขึ้นปีใหม่ ให้เกิดความปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ และ 10. ร่วมกันจัดกิจกรรมอื่นๆ ตามประเพณีนิยมของแต่ละท้องถิ่น

 “บัตรอวยพรเพียงหนึ่งใบก็ถือเป็นการส่งความสุขและความปรารถนาดีให้กันได้ ปีนี้เราจึงรณรงค์ให้จัดงานบนพื้นฐานของความเป็นไทย ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ ไม่ฟุ่มเฟือย จนเกินความพอดี ดังคำขวัญที่ว่า “ปีใหม่วิถีไทย ปลอดภัย พอเพียง” นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าว ซึ่งแนวคิดดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพฯ และกรมประชาสัมพันธ์ด้วย

 ส่วนประชาชนที่นิยมการมอบของขวัญเป็นการส่งความสุข กระทรวงวัฒนธรรมขอเชิญชวนให้มอบของขวัญแก่กันด้วยสินค้าที่สร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรมของไทย ที่เกิดจากการพัฒนาต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ อาทิ ผลิตภัณฑ์ผ้าไทย อาหาร ผลไม้ สมุนไพรไทย ศิลปหัตถกรรมไทย เป็นต้น รวมถึงการมอบของขวัญที่ร่วมใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อาทิ ต้นไม้มงคล หนังสือเสริมทักษะและปัญญา ผลิตภัณฑ์สมุนไพรบำรุงสุขภาพด้วย นอกจากจะถูกใจคนให้ ถูกใจคนรับแล้วยังช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกร ชาวบ้านที่ผลิตสินค้าทางวัฒนธรรมด้วย

 นโยบายดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทั้งในแง่การส่งเสริมผลิตภัณฑ์และสถานที่ซื้อขาย ทั้งจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา สาขาปิ่นเกล้า บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขางามวงศ์วาน บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด ห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส และสำนักพิมพ์ต่างๆ ได้แก่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) สำนักพิมพ์เนชั่น สำนักพิมพ์มติชน สำนักพิมพ์ธรรมสภา บริษัท นานมีบุ๊คส์ บริษัท แปลน รีดเดอร์ จำกัด

 เมื่อส่งการ์ดหรือมอบของขวัญไทยๆ เรียบร้อยแล้ว นายธีระ บอกว่า เพื่อร่วมต้อนรับปีใหม่ให้สมบูรณ์แบบ อยากเชิญชวนให้คนไทยถือศีลปฏิบัติธรรมในโครงการ “ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ ปี พ.ศ.2553” ตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ทำจิตใจให้เบิกบานสดใส มีสติปัญญาพิจารณาทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม มุ่งประพฤติดี ละเว้นสิ่งที่ไม่ดี และน้อมนำพระราชดำรัสคุณธรรม 4 ประการ ซึ่งเป็นที่ตั้งของความรักความสามัคคี มาประพฤติปฏิบัติเพื่อชีวิตของตนเอง สังคม ชุมชนและประเทศชาติที่สงบสุขและยั่งยืน

 ในปีนี้ ศน.ได้รับความร่วมมือจากวัดต่างๆ ในกรุงเทพฯ กว่า 50 วัด โดยจะมีวัดราชาธิวาสวิหาร เป็นวัดสำหรับจัดกิจกรรมหลัก ในรูปแบบวิถีความพอเพียงของชาวไทย เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันที่ 31 ธันวาคม 2552 จากนั้นจะมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตั้งแต่เวลา 22.30 น.เป็นต้นไป กระทั่งถึงเช้าวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 มกราคม 2553 โดยจะมีการถ่ายทอดกิจกรรมผ่านสื่อวิทยุและระบบอินเทอร์เน็ตไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม มีความสุข สนุกสนานและได้ทำบุญแล้ว กระทรวงวัฒนธรรมยังขอให้ทุกคนระมัดระวังไม่จุดพลุไฟในที่คับแคบ แออัด เพราะไม่อยากให้เทศกาลปีใหม่ปีนี้จบด้วยโศกนาฏกรรมเหมือนอย่างปีที่ผ่านมา
 0 ผกามาศ ใจฉลาด 0 รายงาน
 0สมนึก อรรถดารา 0 ปชส.วธ.ภาพ