
ปรับปรุงถั่วเขียว "กำแพงแสน2" ต้านสภาพดินด่าง-เพิ่มผลผลิต
จากสภาพพื้นที่ดินซึ่งมีความเป็นดินด่างสูง อันเป็นอุปสรรคของผู้ปลูกถั่วเขียว โดยเฉพาะเกษตรกรจังหวัดภาคกลางของไทย ซึ่งที่ผ่านมาประสบปัญหาต้นถั่วเขียวแคระแกร็น ขณะที่ผลผลิตแต่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวก็ลดลงต่อไร่ 30-80 เปอร์เซ็นต์ เหตุนี้ ศ.ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์
ศ.ดร.พีระศักดิ์ บอกว่า ชุดดินที่มีคุณสมบัติของความเป็นดินด่าง (pH 7.0-8.5) ซึ่งเป็นปัญหาอุปสรรคของเกษตรกรชาวไร่ถั่วเขียวนั้น พบมากในพื้นที่ภาคกลางแถบ จ.เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3 ล้านไร่ โดย 1 ใน 3 ของพื้นที่ (ประมาณ 1 ล้านไร่) เป็นแหล่งปลูกถั่วเขียวผิวมันที่สำคัญ
ดังนั้นพันธุ์ถั่วเขียวผิวมันที่เกษตรกรในจังหวัดดังกล่าวนิยมปลูกคือ “พันธุ์กำแพงแสน 2” ซึ่งมีลักษณะเด่น ได้แก่ ฝักอยู่เหนือทรงพุ่ม อายุเก็บเกี่ยวสั้น ให้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่าถั่วเขียวผิวมันพันธุ์อื่นๆ สามารถปลูกได้ตลอดปี ต้านทานต่อโรคใบจุดและราแป้ง
"แต่ถั่วเขียวพันธุ์นี้ก็มักแสดงอาการอ่อนแอต่อการขาดธาตุเหล็กอย่างชัดเจนที่ใบยอดโดยจะมีอาการซีดขาว อาการอื่นก็จะใบหยาบกระด้าง และถ้ารุนแรงมากก็จะตายจากยอดลงมาขณะที่ใบล่างยังเขียวอยู่ ซึ่งผลที่เกิดคือนอกจากลำต้นแคระแกร็นแล้ว ผลผลิตต่อไร่ลดลง 30-80% เมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ไม่มีสภาพความเป็นดินด่าง" ศ.ดร.พีระศักดิ์ แจง
พร้อมระบุว่าจากเหตุผลข้างต้นจึงร่วมกับทีมงานอีก 2 ท่านคือ ประยูรประเทศ และ รัตนากร กฤษณชาญดี วิจัยและดำเนินการแก้ปัญหาการขาดธาตุเหล็กของถั่วเขียวพันธุ์กำแพงแสน 2 ด้วยการปรับปรุงสายพันธุ์ให้ทนทานต่อการขาดธาตุเหล็กดังกล่าว โดยได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากฝ่ายวิชาการ สำนักงานสนับสนุนกองทุนวิจัย (สกว.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
นักวิจัยร่วมอีก 2 ท่าน กล่าวว่า การวิจัยครั้งแรกได้รวบรวมเชื้อพันธุกรรมถั่วเขียวและพันธุ์การค้าทั้งในและต่างประเทศจำนวน 241 พันธุ์ ปลูกทดสอบในแปลงที่มีดินด่าง ณ ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ เพื่อคัดเลือกหาพันธุ์ถั่วเขียวที่ทนทานต่อการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งคัดเลือกจากอาการขาดธาตุเหล็กที่แสดงออกและการวัดปริมาณคลอโรฟิลล์ พบพันธุ์ถั่วเขียวที่ทนทานจำนวน 196 พันธุ์ และอ่อนแอต่อการขาดธาตุเหล็ก 45 พันธุ์
ทั้งนี้ จากผลการวิจัยในจำนวน 196 พันธุ์ ที่ถูกคัดเลือกเพื่อนำมาใช้เป็นคู่ผสมในการปรับปรุงพันธุ์กำแพงแสน 2 ให้ทนทานต่อการขาดธาตุเหล็ก คือพันธุ์ NM10-12-1 จากประเทศปากีสถาน
"จากนั้นเราได้สร้างประชากรจากคู่ผสมระหว่างพันธุ์กำแพงแสน 2 กับพันธุ์ NM10-12-1 ได้สายพันธุ์บริสุทธิ์ 108 สายพันธุ์ นำไปปลูกทดสอบในแปลง ณ ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ เพื่อตรวจสอบอาการขาดธาตุเหล็ก โดยใช้พันธุ์กำแพงแสน 2 และพันธุ์ NM10-12-1 เป็นตัวเปรียบเทียบ" ศ.ดร.พีระศักดิ์ แจง
อย่างไรก็ตาม ศ.ดร.พีระศักดิ์ เสริมว่า ผลที่ได้จากการทดสอบขั้นตอนนี้ พบพันธุ์ที่ทนทานต่อการขาดธาตุเหล็กจำนวน 65 สายพันธุ์ และพันธุ์ที่อ่อนแอต่อการขาดธาตุเหล็กจำนวน 43 สายพันธุ์ จากนั้นได้คัดเลือกพันธุ์ทนทานต่อการขาดธาตุเหล็กที่มีลักษณะเด่นและผลผลิตใกล้เคียงกับพันธุ์กำแพงแสน 2 ซึ่งงานส่วนนี้ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว และคาดจะแจกจ่ายพันธุ์ให้แก่เกษตรกรนำไปขยายพันธุ์ต่อได้ภายในปี 2553



