ไลฟ์สไตล์

กลัวเสียฟอร์ม เพราะ "เมารถ"

กลัวเสียฟอร์ม เพราะ "เมารถ"

29 ธ.ค. 2552

อาการเมา เกิดขึ้นกับการโดยสารยวดยานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น รถ เรือ เครื่องบิน มักจะเกิดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เริ่มจาก พะอืดพะอม ไม่สบายท้อง ไปจนถึงเหงื่อออกตัวเย็น เวียนหัว คลื่นไส้ แล้วก็อาเจียนออกมา

อาการเมารถเกิดจากขณะเคลื่อนไหวสมองเกิดความสับสนแบบประสาทหลอน (hallucination) เนื่องจากข้อมูลที่รายงานเข้ามาจากหูและตา ไม่สอดคล้องกับข้อมูลจากอวัยวะคุมการทรงตัวของร่างกาย (balancing organ) ที่อยู่ในหูชั้นใน ถ้าหยุดการเคลื่อนไหว อาการเมาก็จะค่อยๆ หายไป คนที่เดินทางบ่อยๆ มักจะปรับตัวเองให้คุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
 เทคนิคอื่นๆ ที่จะช่วยบรรเทาการเมารถ ได้แก่
 1. นั่งแถวหน้าๆ หันหน้าไปทางหน้ารถ เพราะการนั่งหน้ารถและมองไปข้างหน้า จะทำให้ทั้งตาและหูของเรารับรู้การเคลื่อนไหวของรถไปพร้อมๆ กับอวัยวะควบคุมการทรงตัวที่อยู่ในหูชั้นใน
 2. จินตนาการว่า ตัวเองเป็นคนขับรถ เพราะคนขับจะไม่เมารถ เวลารถจะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาก็คาดการณ์ล่วงหน้าและรู้ตัว สมองก็จะเกาะติดสถานการณ์ได้ชัดเจน ไม่สับสน
 3. มองไปไกลๆ จับเส้นขอบฟ้าไว้เป็นครั้งคราว ขณะที่รถหรือพาหนะเคลื่อนไหว และรู้ตัวว่ากำลังเคลื่อนไหว ขณะที่จุดนั้นนิ่ง เพื่อให้สมองทราบสถานะและตำแหน่งถูกต้อง
 4. อย่าอ่านหนังสือ หรือตั้งใจมองอะไรที่เป็นของเล็กๆ และเขย่าๆ หรือเคลื่อนไหวบนรถ เพราะการเคลื่อนไหวของตัวเรากับวัสดุในรถ จะไม่ไปด้วยกัน ทำให้สมองสับสนถึงต่ำแหน่งที่แท้จริงของตัวเอง
 5. ตั้งศีรษะให้ตรง ให้ศีรษะอยู่นิ่งๆ เวลารถเลี้ยวก็รู้ตัวว่า กำลังหันไปตามการเลี้ยวของรถ อย่าให้ศีรษะไปพิงกับส่วนของของรถที่เขย่าๆ อย่าฟุบหน้าลง หรือเอนศีรษะไปพิงอะไรข้างๆ
 6.เวลาเดินทาง อย่ารับประทานอาหารอิ่มมาก ถ้ามีอาหารเต็มกระเพาะ ก็มีแนวโน้มจะออกมาง่ายเช่นกัน
 7. ไม่รับประทานของมันหรือเลี่ยน เพราะย่อยยาก ค้างอยู่ในกระเพาะนาน อาเจียนง่าย
 8. ไม่รับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรง อันจะกระตุ้นให้ตัวเอง หรือคนข้างๆ ให้คลื่นไส้อาเจียน
 9. ไม่รับประทานอาหารรสจัด โดยเฉพาะเผ็ดจัด เพราะเวลาอาเจียน ยิ่งถ้าพรูผ่านจมูกออกมาด้วยแล้ว จะแสบแบบไม่รู้ลืม
 10. ก่อนเดินทาง ควรขับถ่ายให้เรียบร้อย อย่าให้ปวดถ่ายจนต้องกลั้นอุจจาระขณะเดินทาง
 11. อย่าสูบบุหรี่ หรือนั่งใกล้คนสูบบุหรี่
 12. งดดื่มแอลกอฮอล์
 13. ก่อนออกเดินทางครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ให้รับประทานยาแก้เมา เช่น ยาแอนตี้ฮิสตามีน ชื่อ ดรามามีน (Dramaine หรือ dimenhydrinate) 1 เม็ด และพกยานี้ติดตัวไว้ด้วย อาจทำให้ง่วงได้ ยาอีกตัวที่ช่วยได้คือ แผ่นปลาสเตอร์แปะแก้เมา ชื่อ ทรานสเดิร์ม สค็อป (Transderm Scop  หรือ scopalamine) แปะไว้ที่หลังหูก่อนเดินทาง 2-3 ชั่วโมงขึ้นไป ยานี้จะมีฤทธิ์ป้องกันได้นาน 72 ชั่วโมง
 14. ถ้าท้องไส้ปั่นป่วนมาก สำหรับบางคน การได้ดื่มน้ำอัดลมในปริมาณพอเหมาะ จะช่วยได้
 15. เมื่อเริ่มวิงเวียน การสูดหายใจลึกๆ รับลมเย็นๆ จากหน้าต่างรถ หรือใช้ผ้าเย็นเช็ดหน้าผากและหน้า ช่วยลดอาการได้
 16. ถ้าเริ่มมีอาการวิงเวียน ใช้ยาดม ยาลม ยาหอม และกลิ่นพืชสมุนไพร ตามที่ชอบ จะช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนได้ รวมไปถึงการดมกลิ่นเปลือกส้มเขียวหวาน (บีบให้มันพ่นกลิ่นออกมา) และกลิ่นเปลือกพริกขี้หนู (เอาพริกขี้หนูหลายๆ เม็ดใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ)
 17. จิตวิทยาก็สำคัญ วางฟอร์ม ตั้งสติ ไม่ยอมแพ้แก่การเมา จะช่วยได้มาก เพราะสมองรับอิทธิพลจากสัญญาณทั้งที่มาจากจิตสำนึกและจากประสาทอัตโนมัติ ควรคอยบอกตัวเองว่าอย่าเสียฟอร์มต่อหน้าคนอื่นนะ คู่สนทนาขณะเมารถต้องเป็นคนที่ดึงจิตเราให้สูงขึ้น
 18. ในวิชากดจุดของจีนโบราณ จุดคุมอาการเมาอยู่ที่เหนือข้อพับด้านในของข้อมือขึ้นไปสักหนึ่งนิ้ว ลองกดปล่อยๆ บริเวณนั้น
 19. หากทำท่าจะแพ้ หมดแรงสู้ ให้นอนลงแล้วหลับตา เพื่อปิดการส่งสัญญาณภาพเข้าสมอง เป็นการลดความสับสน ให้สมองได้รับสัญญาณจากอวัยวะคุมการทรงตัวที่อยู่ที่หูชั้นในเพียงอย่างเดียว อาการจะดีขึ้น ถ้าหลับไปเลยยิ่งดี เพราะขณะนอนหลับ สมองส่วนคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายจะปิดรับสัญญาณเข้า ความสับสนที่สัญญาณขัดแย้งกันไม่มี อาการเมารถจะหายไปเอง
นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์
หัวหน้าศูนย์สุขภาพ รพ.พญาไท 2