
จ.ม.จาก รมต."ไพฑูรย์"
ตามที่มีการนำเสนอข่าวเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2552 ที่มีบุคคลกล่าวถึงการพิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่าว่า กระทรวงแรงงานได้รับรองให้บริษัทเอกชน 3 บริษัทเข้ามาแสวงหาประโยชน์และเรียกเก็บค่าบริการพิสูจน์สัญชาตินั้น
นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การพิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่านั้น ทางฝ่ายพม่าได้ตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติ 3 แห่ง คือ เมืองท่าขี้เหล็ก เมืองเมียวดี และเกาะสอง มีขั้นตอนคือ ฝ่ายพม่าส่งแบบขอรับการพิสูจน์สัญชาติให้ฝ่ายไทย เพื่อส่งให้แรงงานพม่ากรอกรายละเอียดเป็นภาษาพม่า เมื่อกรอกแล้วฝ่ายไทยส่งกลับไปที่พม่าเพื่อตรวจสอบและพิจารณารับรองว่าเป็นคนพม่าจริง จากนั้นพม่าก็จะแจ้งรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบให้เข้ารับการพิสูจน์สัญชาติที่ฝั่งพม่าทั้ง 3 แห่ง
ขั้นต่อไป กระทรวงแรงงานจะนำรายชื่อที่ทางการพม่าแจ้งมา ยื่นต่อกระทรวงมหาดไทย เพื่ออนุญาตให้เดินทางออกนอกพื้นที่ไปพิสูจน์สัญชาติ มี 3 ลักษณะให้เลือก คือ แรงงานพม่าเดินทางไปด้วยตนเองโดยมีหนังสืออนุญาตเดินทางออกนอกพื้นที่ของกระทรวงมหาดไทยเป็นหลักฐานไปแสดง หรือถ้าแรงงานพม่าเดินทางด้วยตนเองไม่ได้ นายจ้างสามารถพาไปได้ หรือนายจ้างจะมอบหมายให้ตัวแทนหรือบริษัทพาแรงงานต่างด้าวไปดำเนินการแทนได้
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังจัดทำคู่มือ แนะนำขั้นตอนการปฏิบัติเผยแพร่ในเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน www.doe.go.th และยังแจกจ่ายให้แก่นายจ้าง ลูกจ้าง ที่ต้องการดำเนินการด้วยตนเองอย่างถูกต้อง รวมทั้งมีการอำนวยความสะดวกให้แก่แรงงานพม่าที่จะเดินทางไปพิสูจน์สัญชาติ เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจะต้องเดินทางกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยตั้งศูนย์ประสานงานขึ้นในพื้นที่ 3 แห่ง คือ อ.แม่สอด จ.ตาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย อ.เมือง จ.ระนอง โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจและประทับตราอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติอยู่ในราชอาณาจักร และเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
แรงงานพม่าส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องการอ่านออก เขียนได้ ทางการพม่าจึงเสนอให้มีบริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการแทน แต่ต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตพม่า และทางการไทย ปัจจุบันมีบริษัทเอกชนที่ทางการพม่ารับรองแล้ว 10 บริษัท เสียค่าทำหนังสือเดินทางที่พม่าเรียกเก็บจำนวน 3,000 จ๊าด หรือประมาณ 100 บาท และค่าธรรมเนียมของไทยคือ ค่าตรวจลงวีซ่าจำนวน 500 บาท
กรณีนายจ้างหรือแรงงานต่างด้าว มอบหมายให้บริษัทเอกชนดำเนินการแทน จะต้องเสียค่าบริการให้แก่บริษัทเอกชน อาทิ ค่าจัดทำเอกสาร ค่าเดินทาง ค่ารถ ค่าที่พัก และอื่นๆ แตกต่างกันไปตามระยะทาง และลักษณะการเดินทาง



