
สธ.ยันไม่ได้ปกปิดข้อมูลโรคชิคุนกุนยาระบาดในใต้
สธ.ยันไม่ปกปิดข้อมูล ยอมรับโรคชิคุนกุนยาระบาดจริงแต่ให้ข้อมูล กมธ.สธ.หลายครั้งแล้ว เผย 3 เดือนป่วย 9 พันกว่ารายแล้ว เหตุจากยุงเยอะ
นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังนำทีมลงพื้นที่ดูสถานการณ์โรคไข้ชิคุนกุนยาในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-6 มีนาคม 2552 สำนักงานป้องกันควบคุมโรค เขต 12 ได้รับรายงานว่ามีผู้ป่วยโรคดังกล่าวแล้ว 9,563 ราย และไม่มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต โดยพบสูงสุดในเดือนมกราคม 4,924 ราย และกุมภาพันธ์ 4,547 ราย จังหวัดที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ จ.นราธิวาส มีจำนวน 4,950 ราย ขณะที่ จ.ปัตตานี 876 ราย จ.ยะลา 200 ราย จ.สงขลา 1,987 ราย จ.พัทลุง 10 ราย และ จ.ตรัง 1 ราย
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์การระบาดของโรคดังกล่าว ตลอดระยะเวลาที่มีการระบาด ได้ลงพื้นที่ถึง 5 ครั้ง เพื่อควบคุมโรค แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดอย่างรวดเร็วส่วนหนึ่งมาจากปริมาณยุงลายที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งโรคนี้มีอาการไม่เหมือนไข้เลือดออก แต่มีอาการเด่นคือ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดข้อ ทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่าเป็นโรคชิคุนกุนยา อย่างไรก็ตามไม่ทำให้ถึงขั้นเสียชีวิต แต่จะทรมานเนื่องจากปวดตามข้อ โดยจะปวดเช่นนี้นาน 2-3 เดือน แม้ว่าไข้จะลดลงแล้วก็ตาม
"ได้สั่งการให้ทีมเฝ้าระวังโรคดำเนินการเชิงรุก ประชาสัมพันธ์กับประชาชนว่า หากมีอาการไข้และปวดตามข้อ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่อนามัย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือ อสม.ทันที เพื่อดำเนินการป้องกันควบคุมโรค ซึ่งเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาติดต่อโดยมียุงลายบ้านเพศเมียและยุงลายสวนเป็นพาหะ มักกัดในเวลากลางวัน” นพ.ม.ล.สมชาย กล่าว
นพ.ม.ล.สมชาย กล่าวยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ปกปิดข้อมูล ที่ผ่านมาได้รายงานสถานการณ์การระบาดของโรคในชั้นกรรมาธิการสาธารณสุขของ ส.ส.และ ส.ว.หลายครั้ง ทั้งได้ให้ข่าวแก่สื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง
นพ.วิชัย สติมัน ผอ.สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กล่าวว่า ปัจจุบันยุงทุกชนิดมีวงจรชนิดที่เปลี่ยนไป จากเดิมไข่เป็นลูกน้ำและเป็นยุงใช้เวลา 8-14 วัน แต่ปัจจุบันใช้เวลาเพียง 7-10 วัน และยุงตัวเล็กจะหิวบ่อย ดูดเลือดมากขึ้น เป็นการเพิ่มโอกาสของการแพร่เชื้อโรคมากขึ้น นอกจากนี้การเดินทางทำให้คนที่มีเชื้อแต่ไม่มีอาการเดินทางไปยังอีกพื้นที่ เมื่อยุงในพื้นที่อื่นไปกัดผู้ป่วยที่ย้ายถิ่นทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคมากขึ้นด้วย
นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญระดับ 10 กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัจจุบันการกำจัดยุงทำได้ง่าย โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ศึกษาว่าได้ผลดีคือ การใช้น้ำยาล้างจาน หรือน้ำยาซักผ้า 1 ส่วนผสมน้ำ 4 ส่วน ฉีดพ่นบริเวณจุดที่มืดทึบที่ยุงชอบอาศัยอยู่ในบริเวณบ้าน โดยน้ำยาจะเข้าไปอุดรูหายใจ ซึ่งอยู่ด้านข้างปีกของยุงทำให้ยุงบินไม่ได้และตายในที่สุด นับว่าเป็นวิธีการหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดยุงที่อาจเป็นอันตรายได้



