ไลฟ์สไตล์

เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์-"ลูกโป่ง"แสนสนุกร่วมฉลองปีใหม่

เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์-"ลูกโป่ง"แสนสนุกร่วมฉลองปีใหม่

27 ธ.ค. 2552

ว้าวๆ เหลืออีกไม่กี่วัน ได้ฉลองวันปีใหม่แล้ว ว่าแต่น้องๆ เตรียมงานฉลองไปถึงไหนแล้วคะ ถ้าใครไม่รู้ว่าจะหาอะไรมาตกแต่งบ้านให้สวยงามเหมาะกับงานฉลอง พี่ฮัมมิ่งเบิร์ด ขอนำเสนอลูกโป่งค่ะ ส่วนวิธีเป่านั้น ไม่ใช้ปากเป่าจนทำให้น้องๆ แก้มตุ่ยแน่ๆ ค่ะ เพราะที่พี่มา

 เริ่มด้วย ลูกโป่งจากเตาไมโครเวฟ อุปกรณ์เตาไมโครเวฟ 1 เครื่อง ลูกโป่ง กรวย 1 อัน และน้ำค่ะ หลังจากได้อุปกรณ์ ให้น้องๆ เสียบกรวยเข้าไปในปากลูกโป่ง จากนั้นเติมน้ำลงไป 1 ช้อนโต๊ะ มัดปากลูกโป่งให้แน่น นำลูกโป่งไปวางบนจานในเตาอบไมโครเวฟปรับระดับความร้อยให้สูงสุด ตั้งเวลา 1 นาที เพียงเท่านี้ น้องๆ ก็จะได้เห็นลูกโป่งขยับ และพองขึ้นเหมือนกับถูกเป่า หากน้องๆ เห็นลูกโป่งพองจนติดกับเพดานเตาอบ ให้เปิดเตาอบแล้วนำลูกโป่งมาผูกได้ทันทีเลยนะคะ (จับบริเวณปากลูกโป่งนะคะ เพราะจะได้ไม่ร้อน) ส่วนทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะคลื่นไมโครเวฟทำให้น้ำร้อนขึ้น ดังนั้นเมื่อน้ำมีอุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส จะขยายตัวอย่างมากเนื่องจากเปลี่ยนสถานะจากของเหลวกลายเป็นไอ ไอน้ำจึงทำให้ลูกโป่งพองขึ้น

 หากน้องๆ คนไหนที่บ้านไม่มีเตาไมโครเวฟ ลองหันมาใช้ “ลูกโป่งจากผงฟู” ก็ได้ค่ะ โดย นำขวดขนาดเล็ก 1 ใบ ผงฟู 1 ซอง น้ำส้มสายชู ขั้นแรกน้องๆ เติมน้ำส้มสายชูลงในขวด โดยให้ระดับน้ำส้มสายชูสูงจากก้นขวดประมาณ 4 ซม. เทผงฟูลงในลูกโป่ง สวมปากลูกโป่งเข้ากับปากขวด โดยที่ผงฟูยังอยู่ในลูกโป่ง ตอนนี้ลูกโป่งจะห้อยพับลงข้างคอขวด ให้น้องๆ จับปลายลูกโป่งให้ตั้งตรง เพื่อให้ผงฟูหล่นลงไปในขวด จะเกิดปฏิกิริยาระหว่างน้ำส้มสายชูซึ่งเป็นกรดกับผงฟูซึ่งเป็นเบส ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมาก และเจ้าก๊าซนี้แหละที่ทำให้ลูกโป่งพองขึ้น

 ถ้าน้องๆ คนไหนสนใจวิธีใดลองเอาไปทำดูนะคะ แต่อย่าลืมว่าควรทำขณะที่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วยจะดีที่สุดค่ะ ส่วนใครที่ไม่มีอุปกรณ์อย่างที่พี่แนะนำล่ะก็ ไม่เป็นไรค่ะ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะ ลมจากปากเราดีที่สุด ปีใหม่ปี 2553 นี้ ขอให้น้องๆ มีความสุขมากๆ แล้วอย่าฉลองจนลืมดูแลสุขภาพของตนเองด้วยนะคะ พบกันปีหน้า ปีขาลค่ะ