
ยางปูพื้นสระน้ำ
คราวที่แล้วได้เล่าให้ฟังว่าเราสามารถใช้น้ำยางข้นมาปรับปรุงคุณสมบัติแล้วใช้ในการเคลือบสระเก็บน้ำ เพื่อป้องกันการรั่วซึม โดยใช้แทนวิธีการเดิมซึ่งนำแผ่นยางหรือพลาสติกมาปูโดยตรง วิธีการที่ใช้ในการนี้ก็คือ นำน้ำยางข้นที่ได้จากต้นยางพาราปรับปรุงคุณภาพโดยการใส่
เพื่อทำให้ได้คุณสมบัติที่ต้องการ ในที่สุดก็ได้สูตรน้ำยางคอมปาวด์ที่เหมาะสม คือมีคุณสมบัตต่างๆ ตามต้องการ เช่น การวัลคาไนซ์ สมบัติทางกายภาพ และคุณสมบัติในการขึ้นรูปเป็นยางปูสระน้ำ เป็นต้น
เรื่องการวัลคาไนซ์ คงจะไม่นำมาเล่าในรายละเอียด แต่อยากบอกวิธีการใช้ยางข้นนี้ในการเคลือบสระ โดยสรุปก็คือนักวิจัยได้ทดลองการเคลือบสระแล้วเปรียบเทียบกัน 2 วิธีคือ วิธีที่หนึ่ง เริ่มแรกก็มีการพ่นน้ำยางสเปรย์ลงบนดินพื้นสระโดยใช้น้ำยางคอมปาวด์ที่ผลิตขึ้นตามกรรมวิธี ปล่อยให้แห้งแล้วปูด้วยผ้าดิบ 1 ชั้น
หลังจากนั้นจึงทาทับด้วยน้ำยางคอมปาวด์อีกชั้นหนึ่ง ทำซ้ำโดยการปูผ้าและทาด้วยน้ำยางซ้ำอีกครั้งหนึ่ง รวมแล้วเป็นแผ่นยางหนา 2 ชั้นโดยนับชั้นของผ้าดิบเป็นแกน ทิ้งไว้ให้แห้ง สระน้ำนั้นก็พร้อมใช้ได้ต่อไป และอีกวิธีหนึ่งคือ พ่นน้ำยางเป็นชั้นบางๆ 7 ชั้น โดยก่อนที่จะพ่นทับแต่ละชั้นก็รอให้แห้งก่อน หลังจากนั้นวางผ้าด้ายดิบปูทับเพื่อเพิ่มความแข็งแรงแล้วทาทับด้วยน้ำยางก่อนปล่อยทิ้งให้แห้งข้ามคืน แล้วจึงจะใส่น้ำได้ แต่ปรากฏว่าวิธีที่สองนี้น้ำรั่วซึมเร็วมาก แสดงว่าการวางผ้าแล้วเคลือบชั้นเดียวไม่น่าจะเพียงพอ จึงได้มีการเสริมขั้นตอนที่สองเข้าไปคือการเคลือบซ้ำ โดยปูผ้าด้ายดิบเข้าไปอีก 1 ชั้นแล้วทาเคลือบด้วยน้ำยางคอมปาวด์ ปรากฏว่าวิธีนี้สามารถกักเก็บน้ำได้ดี การรั่วซึมเกิดขึ้นน้อยมาก
ยังมีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการเคลือบสระน้ำด้วยน้ำยางคอมปาวด์ ซึ่งคงไม่กล่าวในรายละเอียด แต่เพียงอยากสรุปว่า จากการที่นักวิจัย โดยมี รศ.ดร.เจริญ นาคะสรรค์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นหัวหน้าโครงการ ได้พัฒนางานวิจัยที่ประโยชน์อย่างนี้ขึ้นมา มีโอกาสส่งผลกระทบอย่างมากมายในวงการอุตสาหกรรมและการเกษตรของประเทศไทยเรา เพราะไม่ใช่เพียงแต่เรื่องของการทำให้สระน้ำสามารถกักเก็บน้ำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว ยังสร้างผลกระทบต่อวงการอุตสาหกรรมยางพาราอีกมาก
อย่างแรก คือการใช้ประโยชน์จากน้ำยางพารา ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่สุดของโลก ให้เกิดมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้นกว่าการส่งออกยางดิบหรือยางแผ่นอย่างที่เคยทำกันมา และที่สำคัญที่สุดก็คือ เมื่อเมืองไทยมีการส่งเสริมให้ปลูกยางพารามากขึ้น หากเราคิดพึ่งพาตลาดต่างประเทศเพียงอย่างเดียวย่อมเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะว่าถึงแม้เราจะส่งออกมากแต่ก็ไม่สามารถเป็นผู้กำหนดราคาในตลาดโลกได้
ดังนั้นการผลักดันให้เกิดการสร้างความต้องการการใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศให้มากขึ้น หรือที่เรียกกันว่าการสร้างดีมานด์ ย่อมเป็นทางออกหนึ่งที่น่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างมาก เพราะเมื่อมีการใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศมากขึ้น การพึ่งพาตลาดต่างประเทศก็น้อยลง ดังนั้นเรื่องการใช้น้ำยางข้นมาปรับปรุงเพื่อใช้ในการเคลือบสระเก็บน้ำในประเทศเรา นอกจากจะสร้างมูลค่าเพิ่มจากน้ำยางแล้ว ยังช่วยในการลดการพึ่งพาตลาดต่างประเทศ และสร้างดีมานด์ในประเทศให้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน เกษตรกรทั่วไปก็ได้ประโยชน์จากการเก็บกักน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่างานนี้งานเดียวก่อประโยชน์มากมายหลายฝ่าย และเป็นตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นที่จะชี้ให้เห็นว่า หากเราส่งเสริมให้มีการสร้างความรู้ในประเทศ เพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆ จากของที่เรามีอยู่มาก จะช่วยแก้ปัญหาอะไรได้หลายอย่างพร้อมกันในครั้งเดียวครับ!
รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ



