ไลฟ์สไตล์

รายงานผลสอบทุจริตสธ.ต่ออภิสิทธิ์ช่วงบ่ายพรุ่งนี้

รายงานผลสอบทุจริตสธ.ต่ออภิสิทธิ์ช่วงบ่ายพรุ่งนี้

27 ธ.ค. 2552

"หมอบรรลุ" พร้อมรายงานผลสอบทุจริตสธ.ต่อนายกฯช่วงบ่ายพรุ่งนี้ กมธ.ชี้งบไทยเข้มแข็ง สธ. 8.6 หมื่นล้านรั่วไหล เหตุโครงสร้าง สบภ. รมต.ไม่ดูแล ระบุเร่งใช้จ่ายเงิน ส่วนกลางจัดซื้อ-ท้องถิ่นไม่ขอ-ไม่พร้อมใช้ ตั้งราคากลางสูงเกินจริง จี้ตั้งกองสำรวจคำขอทั่วประเทศแ

 (27ธ.ค.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 28 ธ.ค.เวลา 13.00 น. นายแพทย์ บรรลุ ศิริพานิช ประธานกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการทุจริตในกระทรวงสาธารณสุข จะเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับกรณีการร้องเรียนการทุจริตทั้งปวงในโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ที่ทำเนียบรัฐบาล

 ขณะที่นายเจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและตรวจสอบงบไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข ในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสถา เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบว่า พบว่าปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากโครงสร้างของกระทรวง โดยฝ่ายรวบรวมคำขอจัดซื้อในส่วนภูมิภาค คือ สำนักงานบริหารสาธารสุขภูมิภาค (สบภ) ที่มีนพ.สุชาติ เลาบริพัตร อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารสาธารณสุขภูมิภาค เป็นผู้อำนวยการ ถือเป็นสำนักที่กระทรวงตั้งขึ้นแต่ไม่ได้เป็นไปตามระเบียบของ กพ. โดยมีนพ.สุชาติ เป็นแพทย์เพียงคนเดียว

 ส่วนที่เหลือประมาณ 40 คนเป็นพยาบาลและเจ้าหน้าที่เท่านั้น ซึ่งปกติสำนักนี้จะบริหารงบประมาณ 700 ล้านบาท แต่คราวนี้ต้องบริหารงบประมาณถึง 86,000 ล้านบาท โดยให้เวลาท้องที่เพียง 2 เดือน และสำนักงานงบประมาณกำหนดให้ส่งข้อมูลกลับภายใน 3 วัน ซึ่งทางกระทรวงไม่เคยได้รับประมาณมากขนาดนี้มาก่อน ดังนั้นจึงถือเป็นโอกาสที่ได้รับงบ ทั้งๆที่มีปัญหาเรื่องโครงสร้าง รัฐมนตรีในฐานะที่รับผิดชอบดูแลก็ไม่ได้จัดทำโครงสร้างเพื่อรองรับการใช้งบประมาณที่มาก อย่างน้อยก็ควรจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมารวบรวมคำขอจากทั่วประเทศ จึงเกิดการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ ทำให้เกิดปัญหาเช่นนี้

 นายเจตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ทางกระทรวงไม่กล้าจัดซื้อรวม ปล่อยให้ทางจังหวัดเป็นผู้เสนอจัดซื้อ เช่น เครื่องยูวีแฟน กมธ.พบว่ามีการจัดซื้อในราคาที่หลากหลาย ตั้งแต่ 38,000-40,000 กว่าบาท ซึ่งหากซื้อรวมจำนวนมากจะได้ราคาที่ถูกกว่า รวมทั้งสิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะอาคารที่พักของเจ้าหน้าที่พยาบาลจำนวน 24 ยูนิต ซึ่งมีความผิดพลาดในการคิดราคากลาง โดยมีการตั้งราคากลางล่วงหน้าไว้ 2 ปี โดยราคาจะเพิ่มขึ้นเบ็ดเสร็จประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมื่อมีการประมูลจริง ถ้าหากดำเนินการในระบบที่ตรงไปตรงมาก็จะได้ราคาที่ถูกกว่าราคากลาง ไม่เช่นนั้นก็จะได้ราคาเท่ากับราคากลาง ดังนั้นกมธ.จึงเสนอให้ไปคิดราคากลางที่ถูกต้องจริงๆ

 นายเจตน์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบ ยังพบว่า มีการใช้งบประมาณที่ไม่มีคุณภาพ เพราะกระทรวงจัดให้โดยจังหวัดไม่ได้ขอ ทำให้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์เครื่องมือเกินกว่าท้องที่ที่จะใช้ เช่น เครื่องตรวจเลือดอัตโนมัติราคา 3 ล้านบาท เครื่องดมยาสลบ และเครื่องช่วยหายใจ เครื่องฆ่าเชื้อใช้สำหรับเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเครื่องดมยาสลบจะต้องมีแพทย์ที่ทำหน้าที่ดมยาโดยตรง ถือเป็นการบริหารครุภัณฑ์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ถามว่ามีคอร์รัปชั่นหรือไม่ ทางกมธ.ได้ข้อมูลว่า หลายจังหวัด มีบริษัทขายเครื่องมือ 5-6 บริษัทไปติดต่อ ปรากกว่าในที่สุดก็ได้รับเลือกโดยที่ผอ.โรงพยาบาลก็ไม่ทราบเรื่องเลย

 “คงต้องรอฟังผลการสรุปของคณะกรรมการสอบสวนของน.พ.บรรลุ ศิริพานิช ว่าความผิดพลาดเกิดจากการควบคุมดูแลของกระทรวงหรือเป็นเพราะนักการเมืองเข้ามาแทรกแซง แต่ในส่วนรัฐมนตรีนั้นในฐานะที่กำกับดูแลจะต้องรับผิดชอบบริหารจัดการใช้จ่ายงบประมาณให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ คงจะโทษกระทรวงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะไม่มีอัตรากำลังที่เพียงพอจะดูคำขอจากทั่วประเทศได้ กมธ.จึงเรียกร้องขอให้มีการตั้งกองขึ้นมา ทำหน้าที่ถูกต้องตามระเบียบของกพ.เพื่อดูแลเรื่องนี้ ส่วนการทุจริตคอรัปชั่นว่ามีใครเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงถึงนักการเมืองอย่างนั้น ทาง กมธ.ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ตัวบุคคล เพราะเชื่อว่าคณะกรรมการสอบสวนของน.พ.บรรลุจะเชื่อมโยงถึง คนที่ทำผิดจะต้องรับโทษ”นายเจตน์ กล่าว