
เล็งจำกัดให้เฉพาะม.6 ขึ้นไปมีสิทธิ์สอบพีเอที
สทศ.เตรียมหารือ ทปอ. จำกัดให้เด็ก ม.6 ขึ้นไปเท่านั้น มีสิทธิ์สอบพีเอที ดัดหลัง นร.ม.5 วิ่งรอกสอบจีเอที-พีเอที แบบบ้าระห่ำ เผยอาจลดรอบการจัดสอบให้เหลือแค่ปีละ 2 ครั้ง ขณะที่ผู้ปกครอง-ร.ร.กวดวิชาเข้าสอบพีเอทีด้วย คาดชิมลางข้อสอบ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 มีนาคม ที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยมศึกษา ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เดินทางตรวจเยี่ยมสนามทดสอบความถนัดทั่วไป หรือจีเอที และทดสอบความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ หรือ พีเอที เพื่อนำไปใช้ในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาหรือแอดมิชชั่นส์ ในปีการศึกษา 2553 ซึ่งจัดสอบระหว่างวันที่ 7-15 มีนาคม
ศ.ดร.อุทุมพรกล่าวว่า วันนี้เป็นการสอบจีเอที และพีเอที ครั้งแรก โดยในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. เป็นการสอบจีเอที เพื่อวัดศักยภาพในการเรียนในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ ส่วนที่ 2 เป็นความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ส่วนช่วงบ่าย ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น. เป็นการสอบพีเอที 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
ศ.ดร.อุทุมพรกล่าวว่า การจัดสอบครั้งแรกนี้ ในส่วนของจีเอที มีผู้สมัครเข้าสอบทั่วประเทศ 224,199 คน จำแนกเป็นนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในชั้น ม.5 จำนวน 217,444 คน ชั้น ม.6 จำนวน 6,471 คน และผู้ที่จบชั้น ม.6 ซึ่งมีอายุระหว่าง 27-56 ปี จำนวน 284 คน ส่วนผู้สมัครเข้าสอบพีเอที แบ่งเป็นสอบพีเอที 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ 143,978 คน พีเอที 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ 130,196 คน พีเอที 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ 47,038 คน พีเอที 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ 24,808 คน พีเอที 5 ความถนัดทางครู 77,137 คน พีเอที 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ 25,353 คน และพีเอที 7 ความถนัดในการเรียนภาษาต่างประเทศ 24,533 คน
“กลุ่มผู้ที่มีอายุระหว่าง 27-56 ปี แต่มาสมัครสอบจีเอที และพีเอที นั้น เมื่อจำแนกแล้วปรากฏว่า สมัครเข้าสอบพีเอที 2 มากที่สุดถึง 185 คน รองลงมาคือพีเอที 1 จำนวน 181 คน และ พีเอที 3 จำนวน 63 คน คาดว่าคนกลุ่มนี้น่าจะมาจากสถาบันกวดวิชา ผู้ปกครองที่สอบเพื่อติวให้แก่บุตรหลาน นักศึกษาที่เรียนระดับปริญญาตรี-โท นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่จะนำผลการสอบไปสมัครเข้าทำงาน ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งได้ติดต่อมายัง สทศ.ที่จะให้ผู้สมัครเข้าทำงานในบริษัทดังกล่าวต้องผ่านการสอบพีเอที 3 ก่อน แต่ สทศ.ได้แนะนำให้มาสมัครสอบพร้อมกับเด็กในคราวเดียวกัน” ศ.ดร.อุทุมพรกล่าวและว่า ในเบื้องต้นยังไม่พบเหตุการณ์ใดที่จะส่อไปในทางทุจริต แต่หากตรวจพบผู้เข้าสอบคนใดทุจริต จะไม่ตรวจข้อสอบในรายวิชานั้นทันที
ศ.ดร.อุทุมพรกล่าวอีกว่า ในการเปิดรับสมัครจีเอที และพีเอที ที่ผ่านมามีเสียงสะท้อนมาจากผู้ปกครองมากว่าเด็กต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบจำนวนมาก เพราะมีนักเรียนจำนวนหนึ่งสมัครสอบจีเอที และพีเอที 7 กลุ่ม ทั้ง 3 ครั้ง ซึ่งต้องเสียเงินรวมถึง 4,800 บาท ซึ่งบางส่วนผู้ปกครองก็ค้านเด็กไม่ได้ บางส่วนก็สนับสนุนให้เด็กสอบ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าทั้งเด็กและผู้ใหญ่ยังคิดไม่เป็น เพราะ สทศ.ได้ประชาสัมพันธ์มาตลอดว่าจีเอที นักเรียนชั้น ม.5 สอบได้ แต่ไม่ควรสอบพีเอที เพราะเป็นความรู้ในชั้น ม.6 ด้วย แต่จากผลการสมัครสอบที่ผ่านมา มีเด็ก ม.5 เข้ามาสมัครสอบมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ทำให้เกิดปัญหาโรงเรียนต้องเร่งสอนวิชาในชั้น ม.6 และเกิดการกวดวิชามากขึ้น
"สทศ.ก็คิดไม่ถึงว่าเด็กจะบ้าระห่ำถึงขนาดนี้ ดังนั้นหลังการจัดสอบแล้วเสร็จ จะนำข้อมูลสรุปรวมถึงปัญหาร้องเรียนต่างๆ หารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย โดยอาจจะต้องมีการจำกัดอายุการสอบพีเอทีให้เด็กชั้น ม.6 ขึ้นไปได้สอบเท่านั้น และอาจลดจำนวนครั้งในการสอบจากเดิม 3 ครั้งต่อปี ให้เหลือ 1-2 ครั้งต่อปี" ศ.ดร.อุทุมพรระบุ



