ไลฟ์สไตล์

“ครู”นอกห้องเรียนมบส.ปันความรู้เด็กเยาวชน

“ครู”นอกห้องเรียนมบส.ปันความรู้เด็กเยาวชน

27 ธ.ค. 2552

“การฝึกฝนทักษะภาษา ไม่ใช่อยู่แต่ในตำรา เราสามารถเรียนรู้นอกชั้นเรียนไปพร้อมๆ กับทำประโยชน์เพื่อสังคม จากผู้รับเป็นผู้ให้ ใช้ความรู้ที่มีเพิ่มโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาส” เป็นความตั้งใจของ สุทธิดา แซ่แต้ หรือ น้องกล้วย อายุ 17 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1

 คณะมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ เอกภาษาจีน มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) เล็งเห็นความสำคัญฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษ และภาษาจีนนอกห้องเรียน ผ่านสถาบันสอนภาษาและสถาบันขงจื๊อ มบส. ใช้สื่อการเรียนรู้ไอซีที พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษด้วยโปรแกรมอิงลิช ดิสคัฟเวอรี่ พร้อมฝึกฝนภาษาจีนกับอาจารย์เจ้าของภาษา ควบคู่การทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมเป็น “ครูนอกห้องเรียน”

 น้องกล้วย สาวน้อย กทม. เริ่มเรียนภาษาจีนที่โรงเรียนโกศลภัทรวิทย์ เขตเจริญกรุง จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เมื่อตอนอายุ 14 ปี เลือกเรียนต่อการศึกษานอกโรงเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อจะได้ใช้เวลาว่างวันจันทร์-ศุกร์ ฝึกทักษะภาษาจีนที่มูลนิธิดวงธรรม จนมีพื้นฐานทางภาษาดีขึ้น ได้เป็น “ครู” สอนภาษาจีนที่โรงเรียนนิพัทธ์วิทยา เมื่อปี 2550 สอนในระดับชั้น ป.4-ป.6 ระยะเวลากว่าหนึ่งปีเต็ม

 กระทั่งเรียนจบ กศน. กล้วย สานต่อความฝันเข้าศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาจีน มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ฝึกฝนความรู้กับเหล่าซือเจ้าของภาษา “สถาบันขงจื๊อ” มบส. ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แบ่งปันความรู้ภาษาจีนให้แก่เด็กๆ ในชุมชนบุญมากสอง เขตดอนเมือง สอนฟรีไม่ต่ำกว่าวันละ 2 ชั่วโมง ตามความสนใจใคร่รู้ของเด็ก ส่วนวันปิดเทอมน้องกล้วยเลือกใช้เวลาว่างเป็นอาสาสมัครมูลนิธิดวงธรรม จัดค่ายภาษาและวัฒนธรรมจีนให้แก่โรงเรียนต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

 การเรียนในมหาวิทยาลัยนั้น น้องกล้วยบอกว่า พื้นฐานภาษาอังกฤษไม่ดีนัก จึงต้องขวนขวายหาความรู้ทั้งในและนอกชั้นเรียน เพื่อพัฒนาทักษะภาษาส่วนที่ขาด อย่างโปรแกรมอิงลิช ดิสคัฟเวอรี่ เป็นหนึ่งในสื่อออนไลน์ของสถาบันสอนภาษา มบส. สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชั้นเรียนต่อไป

 จากโอกาสการเรียนรู้ที่เคยได้รับ ทำให้กล้วยอยากให้โอกาสเรียนรู้ภาษาแก่ผู้อื่นเหมือนที่เคยได้รับ จึงตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมโครงการปันรักแด่น้องโรงเรียนบ้านสมเด็จเจ้าพระยาอุปถัมภ์ฯ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี มอบอุปกรณ์การเรียนพร้อมเสริมทักษะภาษาจีนให้แก่น้องๆ สร้างความอิ่มเอมใจทั้งผู้ให้และผู้รับ เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมสถาบัน กชกร ดวงแพงมาตย์ หรือ เอ อายุ 19 ปี ประธานชมรมอิงลิช คลับ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะครุศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ใช้ความรู้ทางภาษาอังกฤษที่มี เป็นเครื่องมือเปิดโลกการเรียนรู้แก่เด็กด้อยโอกาสในกิจกรรม “ค่าย English for fun สานฝันเด็กชนบทไทย” โรงเรียนบ้านม่วงทรัพย์โกฏิ จ.สุรินทร์ ใช้สื่อการเรียนการสอนที่ทำส่งอาจารย์ในรายวิชาฝึกทักษะภาษาให้แก่เด็กนักเรียน

 น้องเอบอกว่า โรงเรียนแห่งนี้มีพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษไม่ดีเท่าที่ควร และวิชาภาษาอังกฤษยังเป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับเด็กๆ ทำให้เพื่อนร่วมค่ายตกลงทำการเรียนการสอนภาษาแบบไม่เน้นหนักวิชาการ แต่แทนที่ด้วยความสนุกกับกิจกรรมสันทนาการสอดแทรกคำศัพท์ภาษาอังกฤษฝึกออกเสียง ท่องจำตัวอักษร และฝึกการเขียนพูดโต้ตอบภาษาอังกฤษ

 เพื่อนร่วมค่ายอย่าง วารุณี โพธิ์คำ หรือ น้องน้อย อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 บอกว่า เป็นครั้งแรกที่ได้ออกค่ายอาสา พอรู้ว่าสถานที่ที่จะไปเป็นโรงเรียนเก่าที่เคยศึกษาทำให้รู้สึกภูมิใจ ได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีไปพัฒนาบ้านเกิด เด็กๆ ในชุมชนมีทักษะภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้น

 วันนี้นักศึกษาสาวทั้งสามคนได้ค้นพบว่า “การทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แค่เราทำด้วยใจ ใช้ความรู้ที่มีแบ่งปันแก่เด็กด้อยโอกาส เราย่อมได้ทักษะชีวิตนำไปปรับใช้ในวิชาชีพครูต่อไป” คือความในใจของคนทั้งสาม

       0 หทัยรัตน์  ดีประเสริฐ 0