
พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง - ปัญหาหมาในสถานที่ราชการ
สถานที่ราชการ เป็นที่คุ้นเคยของทุกๆ ท่าน นับแต่เกิดจนตายย่อมมีกิจให้ไปเกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะความหลากหลายของเรื่อง เช่น การเกิด การตาย ต้องแจ้งอำเภอ เจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องไปโรงพยาบาล ถูกเกณฑ์ไปทหารก็ต้องไปอยู่ประจำค่าย ประจำฐานทัพ ฯลฯ
นอกจากเป็นที่ติดต่อของชาวบ้านแล้ว แน่นอนว่าต้องเป็นที่ทำงานของข้าราชการ ทำให้สถานที่มีขนาดเล็กใหญ่ต่างกัน นับจากขนาดแค่อำเภอไปจนถึงกระทรวง ฐานทัพ ค่ายต่างๆ จำนวนผู้คนที่มาทำงานแบบไปเช้าเย็นกลับไม่น้อย บางแห่งมีผู้พักอาศัยอยู่ประจำ มีบ้านพัก มีครอบครัวจนเกิดเป็นชุมชนย่อยๆ ให้เห็นอยู่ทั่วประเทศ
ที่สำคัญ นอกจากข้าราชการแล้ว ยังมีสมาชิกอาศัยอยู่ในสถานที่นี้จำนวนไม่น้อย นั่นคือ “หมา” ที่มาของเรื่อง หมาในสถานที่ราชการ
หมาเหล่านี้ มีกำเนิดมาจากหมาบ้านที่ถูกนำปล่อยไว้ ตามโรงเรียน มหาวิทยาลัย กระทรวง ทบวง กรม ฯลฯ รวมถึงหมาที่ผลัดหลง จรมาจากข้างถนนเข้าไปอาศัยอยู่
เนื่องจากที่เหล่านี้มีแหล่งอาหาร ที่พักพิง เช่น โรงอาหาร บ้านพักคนงาน แหล่งทิ้งขยะ รวมถึงผู้ชอบให้อาหารแก่หมาเหล่านั้น ฯลฯ มันจึงมีโอกาสเข้ามาพำนักอาศัย กิน หลบหนีศัตรูและผู้คนรบกวนอื่นๆ
มิหนำซ้ำในหลายๆ แห่งยังมีผู้เห็นอกเห็นใจ ออกมาคุ้มครองและเลี้ยงดูหมาเหล่านี้ ถึงขนาดเลี้ยงเป็นกิจจะลักษณะ รับผิดชอบพาไปฉีดวัคซีนป้องกันโรค อาบน้ำ ทำความสะอาด ใส่ปลอกคอ ดูแลเมื่อเจ็บไข้ และพาไปทำหมันคุมกำเนิด แต่ส่วนใหญ่มักเพียงให้ข้าวกิน จะคุ้มครองอ้างความเป็นเจ้าของก็ต่อเมื่อมีความพยายามจะนำหมาเหล่านี้ออกไป แต่ถ้าหมาไปกัดใคร หรือก่อเรื่องเข้า ไม่มีใครรับเป็นเจ้าของหรือรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดเลย!
หมาในสถานที่ราชการ ได้ก่อปัญหาต่างๆ จนหลายแหล่งเอือมระอา เช่น ขับถ่ายเลอะเทอะ กัดทำลายข้าวของ ขุดคุ้ยขยะ รื้อสนามและสวนลงในแหล่งน้ำ ไล่กัดทำร้ายผู้มาเยือน นำโรคพิษสุนัขบ้า ฯลฯ หลายคนที่ไปติดต่อราชการจึงขยาดไม่กล้า (เดิมทีก็ขยาดอย่างอื่นจนไม่อยากไปพอแรงอยู่แล้ว)
“โครงการต้นแบบแก้ปัญหาหมาจรจัดอย่างยั่งยืน” จึงถือกำเนิดขึ้นในมหาวิทยาลัยมหิดล ณ ศาลายา มีคุณสมบัติเป็นสถานที่ราชการ อันมีลักษณะกายภาพเป็นชุมชนเสมือนเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง ที่ประสบปัญหา “หมาจรจัด” ที่มีราว 100 กว่าตัวอยู่ไม่น้อย มหาวิทยาลัยจึงหาวิธีแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและอยู่บนพื้นฐานวิชาการ โดยยึดหลักสวัสดิภาพสัตว์เป็นสำคัญ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.มหิดล “งานเข้า” ด้วยความเต็มใจยิ่ง
กระบวนการแก้ไขปัญหาหมาจรจัดในชุมชนของมหาวิทยาลัย เริ่มขึ้นโดย
1.สำรวจประชากรหมาจรจัด แหล่งที่อยู่ และผู้เลี้ยงดู (ถ้ามี)
2.รณรงค์การหยุดทิ้งหมาเพื่อป้องกันมิให้มีประชากรหมามาเพิ่ม
3.ขึ้นทะเบียนหมาเลี้ยงที่มีอยู่ และเน้นการทำหมัน ฉีดวัคซีน
4.จัดสร้าง “บ้านรักหมาศาลายา” ให้เป็นสถานพักพิงหรือบ้านสำหรับหมาเพื่อการคัดกรองหมา ฝึกหมา และระบายหมาแก่ผู้รับอุปการะหรือเรียกว่า “โครงการหาบ้านใหม่ให้หมาศาลายา” นั่นเอง เพราะช่วยให้มีปริมาณหมาลดลง และหมาบางตัวที่มีนิสัยเกเรอันไม่อาจหาผู้อุปการะได้ จำต้องเลี้ยงดูไว้ต่อไปตลอดชีวิตชั่วอายุขัยของเขา
5.นำหมาเข้าบ้านโดยรับหมาที่ผู้เลี้ยงอาหารพามามอบตัว ออกจับหมาจรจัดภายในเขตมหาวิทยาลัยโดยวิธีละมุนละม่อม แล้วนำมากักโรคและปรับตัวในอาคารส่วนแรกรับของบ้านรักหมาศาลายาก่อนเป็นเบื้องแรก
6.รณรงค์หาแนวร่วมจากนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรใน ม.มหิดล ศาลายา เพื่อช่วยกันเป็นหูเป็นตาไม่ให้ใครแอบมาทิ้งหมา และช่วยรับหมาไปอุปการะด้วย รวมถึงหาการสนับสนุนจากบริษัท ห้างร้านเอกชนต่างๆ เช่น บริษัทอาหารหมารับหน้าที่สนับสนุนอาหารหมาไปโดยตลอด ฯลฯ
7.เป็นตัวอย่างต้นแบบให้แก่ส่วนราชการอื่นๆ ที่กำลังประสบปัญหาอื่นๆ ได้นำไปประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาในหน่วยงานของตน เช่น กองทัพเรือ ฯลฯ
เราเชื่อว่าถ้าปฏิบัติครบถ้วนเช่นนี้แล้วภายใต้ความร่วมมือของทุกฝ่าย การนำโมเดลนี้ไปขยายผลปฏิบัติตามสถานที่ราชการอื่นๆ ตามกำลังของตนต่อไปเรื่อยๆ สักวันปัญหาหมาจรจัดในหน่วยงานราชการจะหมดไปครับ!
ปานเทพ รัตนากร



