ไลฟ์สไตล์

ศิริราชผ่าตัดตับผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่สำเร็จครั้งแรก

ศิริราชผ่าตัดตับผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่สำเร็จครั้งแรก

25 ธ.ค. 2552

"ศิริราช" ผ่าตัดตับจากผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่สำเร็จเป็นครั้งแรก แถมราคาถูกกว่าทั่วโลกหลายเท่าตัว

 ที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. 2552 ศ . คลินิก นพ . ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย ศ . นพ . ศุภกร โรจนนินทร์ หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ นพ . ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร หัวหน้าทีมผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ และนพ . สมชัย ลิ้มศรีจำเริญ ทีมแพทย์ผ่าตัด ร่วมแถลงข่าว " ศิริราชเปลี่ยนตับผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่สำเร็จเป็นแห่งแรกในประเทศไทย " โดยมีผู้รับบริจาคและผู้บริจาคมาร่วมในงานดังกล่าว ประกอบด้วย   นายศิริศักดิ์ ชีวาจร อายุ 56 ปี ผู้ป่วยภาวะตับแข็งระยะสุดท้าย และนายชนาธิป ชีวาจร อายุ 20 ปี บุตรผู้ให้บริจาคตับกลีบขวาให้กับบิดา โดยทั้งคู่มีสภาพร่างกายที่แข็งแรงดี

   ศ . คลินิก นพ . ธีรวัฒน์ กล่าวว่า เป็นอีกข่าวดีของวงการแพทย์ที่สามารถผ่าตัดเปลี่ยนตับผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ให้แก่ผู้ป่วยได้สำเร็จครั้งแรกของประเทศไทย   โดยการผ่าตัดเปลี่ยนตับที่ผ่านมาผู้ป่วยจะต้องรอตับที่ได้รับการบริจาคจากผู้ที่มีภาวะสมองตาย โดยเฉลี่ยใช้เวลานาน 6 เดือนไปจนถึง 1 ปี   เนื่องจากจำนวนผู้บริจาคอวัยวะต่ำมาก โดยข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า อัตราการบริจาคอวัยวะทั่วไปในประเทศไทยมีเพียง 1.2 รายต่อประชากร 1 ล้านคน หรือตกปีละประมาณ 100 รายต่อปีเท่านั้น ขณะที่ผู้ป่วยรอเปลี่ยนตับในประเทศไทยมีประมาณ 150-200 รายต่อปี และในจำนวนนี้ต้องเสียชีวิตในระหว่างรอตับสูงถึงร้อยละ 20 ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ถือว่าช่วยแก้ปัญหาที่ผ่านมาได้

   ด้าน นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า จริงๆแล้วโรงพยาบาลศิริราชทำการผ่าตัดเปลี่ยนตับมาตั้งแต่ปี 2545 โดยเปลี่ยนตับให้แก่ผู้ป่วยมากที่สุดของประเทศไทยถึง 98 ราย ขณะที่การผ่าตัดเปลี่ยนตับจากผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่ถือเป็นครั้งแรก   โดยวิธีการผ่าตัดที่ดำเนินการอยู่นั้นได้รับการยอมรับจากสากลว่า เป็นวิธีที่ดีที่สุด   โดยผู้ป่วยจะมีอัตราการรอดชีวิตมากกว่าร้อยละ 85 ซึ่งผู้ป่วยที่ควรได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนตับ คือ 1. ผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็งระยะสุดท้ายจากโรคไวรัสตับอักเสบบี   ซี และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2. ผู้ป่วยที่มีภาวะตับวาย   และ 3. ผู้ป่วยมะเร็งตับระยะเริ่มแรกที่ยังไม่มีการแพร่กระจาย

  นพ.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันการผ่าตัดแบ่งเป็นการเปลี่ยนตับจากผู้บริจาคที่มีภาวะสมองตาย   และการเปลี่ยนตับจากผู้บริจาคที่มีชีวิตอยู่ สามารถเปลี่ยนตับจากผู้ใหญ่สู่เด็ก และจากผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่ ซึ่งกรณีของการเปลี่ยนตับผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่ยังไม่เคยมีการผ่าตัดสำเร็จในประเทศไทยมาก่อน และจะทำได้เฉพาะกรณีที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด อย่าง บิดา มารดา บุตร พี่ น้อง ขณะที่สามีภรรยาควรแต่งงานไม่น้อยกว่า 3 ปีเนื่องจากป้องกันการลักลอบซื้ออวัยวะ และ ผู้บริจาคต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป   รวมทั้งร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรค ส่วนกรณีของ นายศิริศักดิ์นั้น ได้ดำเนินการผ่าตัดไปเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2552 โดยได้รับบริจาคจากบุตรชายแท้ๆ คือ นายชนาธิป ซึ่งทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดตับกลีบขวาของนายชราธิปเฉลี่ยร้อยละ 60 ของเนื้อตับทั้งหมดให้แก่บิดา โดยต้องเลาะเส้นเลือดแดง เส้นเลือดดำ ท่อน้ำดีของตับกลีบขวาออกโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตับกลีบซ้ายที่เหลือของผู้บริจาค

  นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า   นอกจากนี้ ยังต้องเลาะเส้นเลือดดำใหญ่ที่รับเลือดจากตับเข้าสู่หัวใจออกมาด้วย ขณะเดียวกันหลังจากเลาะตับออกจากนายชนาธิปแล้ว ยังต้องเย็บเชื่อมต่อเส้นเลือดของทั้งนายชนาธิป และนายศิริศักดิ์ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมาก เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยของทั้งคู่   ซึ่งการผ่าตัดทั้งหมดใช้เวลา 7 ชั่วโมง 28 นาที ทั้งนี้ หลังจากเข้ารับการผ่าตัดพบว่า ทั้งคู่มีสภาพการฟื้นตัวอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยเฉพาะการทำงานของตับใหม่สามารถทำงานได้ทันที ผู้ป่วยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน และทางแพทย์อนุญาตให้นายชนาธิป กลับบ้านได้หลังจากผ่าตัดแล้ว 7 วัน ส่วนนายศิริศักดิ์ จะอนุญาตให้กลับบ้านได้หลังจากผ่าตัด 1 4 วัน เพราะต้องปรับระดับยากดภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้บริจาคตับไม่ต้องกังวล เนื่องจากโดยปกติตับถือเป็นอวัยวะที่งอกใหม่ได้ โดยจะงอกขึ้นมาใหม่ภายในเวลาไม่เกิน 1 เดือน

      "จริงๆแล้วต่างประเทศเคยทำการผ่าตัดวิธีนี้มาก่อนแล้ว ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น แต่การผ่าตัดของต่างชาติมีราคาสูงมากหลายล้านบาท อาทิ สิงคโปร์ ต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 5 ล้านบาท อังกฤษประมาณ 10 ล้านบาท แต่สำหรับประเทศไทยมีค่าใช้เพียง 8 หมื่นไปจนถึงแสนบาท ซึ่งถือว่าถูกที่สุดแล้ว แม้ทุกๆปีจะต้องเสียค่ายากดภูมิคุ้มกันอีกร่วม 100 ,000 บาท ซึ่งต้องกินไปตลอดชีวิตก็ตาม อย่างไรก็ตาม การรักษาพยาบาลที่ศิริราชจะมีกองทุนช่วยเหลือผู้ขาดแคลน ซึ่งจะพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละราย เนื่องจากการผ่าตัดเปลี่ยนตับในปัจจุบันไม่อยู่ในการดูแลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) และสำนักงานประกันสังคม(สปส.)" นพ.ยงยุทธ กล่าว