
ขอโอกาส-ไม่ต้องสงสารเสียงเรียกร้องของคนพิการ
"อยากจะบอกผู้ปกครองที่มีลูกเป็นคนพิการ หรือลูกที่มีพ่อ แม่ เป็นคนพิการ ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนว่าให้รีบมาขึ้นทะเบียน เพื่อรับสิทธิรักษาพยาบาล เบี้ยความพิการ รวมทั้งการเข้ารับการบำบัดรักษาตามหน่วยงานต่างๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เชื่อว่ายังมีคนพิการอีกมากที่
ติ๊ก เป็นคนพื้นเพ จ.พัทลุง จบม.6 แต่งงานแล้ว ย้ายมาอยู่ที่เขตบางแค กทม. มีลูก 2 คน ลูกสาวคนโตปกติ เธอรู้ว่าลูกชายคนเล็กไม่ปกติตอนอายุได้ 4 ขวบ พร้อมกับการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไปพร้อมๆกัน เพราะการพัฒนาเป็นไปตามวัยของเด็กปกติ จึงพาไปปรึกษาแพทย์ที่รพ.ศิริราช จึงรู้ว่าเป็นออทิสติกระดับ 3 และทำบัตรคนพิการ จากนั้นจึงพาไปรับอาชาบำบัดที่มูลนิธิคุณพุ่มจนมีพัฒนาการดีขึ้น ปัจจุบันลูกชายของ ติ๊ก เรียนอยู่ชั้นป.2 ร.ร.ภูมิสุขศึกษา ซอยเพชรเกษม 102
"ต้องขอขอบพระคุณทุกๆ คนที่ให้โอกาส และเปิดกว้างให้เด็กออทิสติกอย่างน้องณัฐ ได้มีโอกาสอยู่ร่วมในสังคม ทุกวันนี้เขามีความสุขกับการเรียน เล่นกับเพื่อนๆ ได้ เข้าใจคนอื่น และรู้จักมารยาทสังคม ซึ่งกว่าจะมีวันนี้ได้เราก็ต้องพยายามสื่อสารกับสังคมอย่างมาก ทุกคนก็เข้าใจ อยากให้คนที่มีลูก หรือมีแม่พิการ กล้าเปิดตัวออกมาเพื่อช่วยให้พวกเขาอยู่ร่วมกับคนอื่นได้โดยไม่มีปัญหา เพื่อวันหนึ่งเราจากโลกนี้ไป ลูกจะได้เลี้ยงตัวเองได้" ติ๊ก กล่าว
ปัจจุบัน ติ๊ก หาเลี้ยงตัวเองกับลูกด้วยการรับจ้างเย็บผ้า และขายนำดื่มยี่ห้อ "สายธาร-สายธรรม สายใจไอวอเตอร์" และเป็นประธานสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึมไทยอีกด้วย เพราะอยากช่วยเหลือคนพิการให้ได้รับโอกาสอย่างพวกเธอแม่ลูก สนใจปรึกษาได้ที่ โทร.08-3609-5364 หรืออีเมล [email protected]
การมีบัตรคนพิการยังทำให้ "ปราณี พัฒนแก้ว" วัย 59 ปีที่ขาพิการมาตั้งแต่กำเนิดได้อานิสงส์ด้วย แม้ว่าจะเพิ่งทำบัตรได้เพียง 4-5 เดือนก็ตาม เพราะสามารถกู้เงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ 4 หมื่นบาท ผ่อนคืน 5 ปี ไม่เสียดอกเบี้ย ไปเปิดร้านขายข้าวแกงได้ ป้าปราณีพิการมาแต่กำเนิด แต่ก็ยังทำงานได้ กระทั่งอายุ 17 ปี ขาซ้ายจึงเริ่มงอ และมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่สูงวัยและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เพื่อนบ้านจึงแนะนำให้ทำบัตรคนพิการ ได้รับเบี้ยความพิการเดือนละ 500 บาท รวมทั้งสิทธิอื่นๆ ที่คนพิการพึงได้
เช่นเดียวกับ "กุ่ย" ธีระศักดิ์ ศิริมาจันทร์ อายุ 36 ปี ที่ตาขวาบอด ตาซ้ายเลือนราง เพราะต้อหินเรื้อรัง ตั้งแต่แตกหนุ่ม แม้ว่าจะผ่านการผ่าตัดมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น แต่ก็ไม่ย่อท้อ ขวนขวายจนเรียนจบ.ม.6 จากกศน. และเรียนนวดแผนโบราณ ปัจจุบันเปิดร้านนวดแผนโบราณ ที่ซอยเสนานิคม ย่านบางเขน จากการกู้เงินกองทุนฯ
"ผมนวดมาแล้ว 15 ปี เราต้องพยายามช่วยเหลือตัวเอง แล้วจะมีคนยื่นมือมาช่วยเหลือเราด้วย ไม่อยากให้สังคมมองว่าต้องให้คนพิการตลอดไป แต่อยากให้สนับสนุนและให้โอกาสเขาอยู่ร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียมกับคนปกติก็เพียงพอแล้ว" ธีระศักดิ์ กล่าว
คนพิการที่สู้ชีวิตอีกคนคือ "กัณฐัศว์ แก้วสังวาลย์" นายกสมาคมไทยคนตาบอดเข้มแข็ง ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนตาบอด ที่ประกอบอาชีพนวดแผนไทยมาแล้ว 17 ปี แถมยังรับดูหมอไผ่ยิปซี และขายลอตเตอรี่ จนมีบ้านเป็นของตัวเองที่ย่านปากเกร็ด ปัจจุบันใช้ชั้นล่างเป็นที่ทำการสมาคมด้วย และอาศัยอยู่ชั้นบนกับคู่ชีวิตที่ประสบอุบัติเหตุแขนซ้ายขาด
"กิ่งแก้ว อินหว่าง" เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) บอกว่า ผู้พิการ หรือผู้รับมอบอำนาจ สามารถนำหลักฐาน เอกสารรับรองความพิการ โดยแพทย์จากสถานพยาบาลของทางราชการ บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ ในกรณีเป็นเด็ก ใช้สูติบัตร ถ่ายสำเนาเอกสาร 1 ชุด ทะเบียนบ้านฉบับจริง ถ่ายสำเนาเอกสาร 1 ชุด รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 รูป ไปจดทะเบียนคนพิการ ได้ที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทุกจังหวัด และศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพชุมชน เขต 1-12 กรุงเทพฯ
เมื่อมีบัตรคนพิการแล้วให้ไปลงทะเบียนขอใช้สิทธิรับเบี้ยความพิการ ณ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา วันนี้-30 มกราคม 2553 เพื่อรับสิทธิจะได้เบี้ยความพิการเดือนละ 500 บาท ซึ่งรัฐบาลจะจ่ายเบี้ยความพิการตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 เป็นต้นไป ส่วนผู้พิการที่มีอายุครบ 60 ปีได้สิทธิเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอีก 500 บาทด้วย ประชาชนที่สงสัย สอบถามที่ ศูนย์ประชาบดี โทร.1300 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0



