
ยึดทำเลริมถนนตั้งร้าน"สเต็ก" เพื่อคนเงินน้อย-ฝีมือเชฟ 5 ดาว
"รสอร่อย ของอาหารขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายประการ ทั้งวัตถุดิบ เครื่องปรุง คนทำ รวมไปถึงสถานที่ ยิ่งเป็นระดับโรงแรมหรูด้วยแล้วอาหารจานนั้นคงได้รสชาติไม่น้อย อย่าง "สเต็ก" คงต้องใช้เงินแต่ละมื้อมากทีเดียว "สุวิทย์ ธรรมวิพากย์" ในวัย 27 ปี เชฟมือหนึ่งจากโร
สุวิทย์ เล่าว่า อยู่บ้านเลขที่ 95/10 ถ.เหล่านาดี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น อาชีพหลักคือเป็นกุ๊กโรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด เดิมรู้จักกันในชื่อโรงแรมโซฟิเทล ราชา ออคิด ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองขอนแก่น โดยเขารับผิดชอบแผนกครัวทั้งหมด รวมทั้งทำอาหารตามออเดอร์ของลูกค้า อย่างยิ่งเมนู “สเต็ก” ซึ่งสุวิทย์ถนัดเป็นพิเศษ และได้รับการการันตีจากแขกที่มากินต่างชมเป็นเสียงเดียวกันว่าฝีมือของเขาอร่อยหาใครเทียบยาก
"เรียนทำอาหารมาจากศูนย์ฝึกอบรมอาหารนานาชาติ “ฮอร์สบาร์นสเต็กเฮาส์” (บ้านม้า) ซอยรามอินทรา 40 (นวลจันทร์) กรุงเทพฯ และก่อนมาเป็นเชฟโรงแรมพูลแมน เคยเป็นพ่อครัวร้านอาหาร กุ๊กโรงแรมต่างๆ ซึ่งเมื่อมองว่าอาหารที่ทำส่วนใหญ่จะเป็นคนมีเงินมากิน จึงเกิดความคิดอยากทำให้คนทุกระดับชั้นได้กินด้วย เดือนตุลาคมที่ผ่านมาจึงเปิดร้านขายสเต็กขึ้น" สุวิทย์ เล่าถึงเหตุผลการเปิดร้าน ซึ่งร้านตั้งอยู่ริม ถ.บ้านกอกน้อย ตรงข้ามหมู่บ้านพฤกษา ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น
โดยเงินทุนเริ่มแรกเมื่อรวมกับค่าเช่าที่แล้วใช้ไปราว 1,000 บาท เนื่องจากเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วในบ้าน ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ รวมไปถึงเครื่องครัว ส่วนวัตถุดิบก็เลือกซื้อตามซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดแถวๆ บ้าน คุณภาพอาจสู้วัตถุดิบที่สั่งมาจากเมืองนอกไม่ได้ แต่เมื่อเน้นความสด ความสะอาด รสชาติแล้ว ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันสักเท่าไหร่
สุวิทย์ยอมรับว่าช่วงแรกกระแสตอบรับจากลูกค้าไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากเป็นเพียงร้านเล็กๆ ไม่มีอะไรสะดุดตา แต่เมื่อลูกค้าได้ลองกินแล้ว รู้สึกชอบ จึงบอกกันปากต่อปาก จนเริ่มเป็นที่รู้จักของคนแถบนั้น
เมนูเด็ดอันเป็นที่ติดอกติดใจลูกค้าเป็นพิเศษคือ "สเต็กหมูราดซอสเกรวี่" ซึ่งเขาใช้หมูหนา 2 นิ้ว ยาว 4 นิ้ว โดยนำมาหมักกับซอสหมัก ใช้ซ่อมจิ้มเนื้อหมูให้เกิดรู เพื่อที่น้ำหมักจะได้ซึมเข้าไปข้างใน ซอสจะได้กระจายให้ทั่วเนื้อ แล้วนำมาย่างด้วยไฟอ่อนๆ ย่างเสร็จแล้วนำเนื้อออกมาหั่น
ส่วนน้ำเกรวี่ สุวิทย์บอกนำซอสที่เหลือจากการหมักมาใส่ในหม้อตั้งไฟกลางผสมแป้งข้าวโพดในนม และเครื่องเทศสูตรเฉพาะแล้วเทลงไป เติมเกลือ เคี่ยวไปเรื่อยๆ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง จึงนำมาใช้ราดเนื้อสเต็กได้ ด้วยน้ำเกรวี่อันหอมกรุ่น รสชาติกลมกล่อม รวมถึงสเต็กที่เนื้อนุ่มอร่อยไม่เหมือนใครด้วยวิธีการหมักอย่างพิถีพิถันตามแบบฉบับของกุ๊กมือหนึ่งนั้น ทำให้ได้รับการตอบรับจากลูกค้าแน่นร้านทุกวัน
อย่างไรก็ตาม สุวิทย์ย้ำว่า วันหนึ่งๆ เขาจะทำสเต็กขายเพียงแค่ 20 ชุด ทั้งนี้ ด้วยข้อจำกัดของเวลาที่เขาจะใช้เวลาว่างจากงานประจำเท่านั้น โดยแบ่งเป็นสเต็กเนื้อ 10 ชุด และสเต็กหมู 10 ชุด โดยใน 1 ชุดจะมีสเต็ก สลัด และเฟรนช์ฟรายส์ ขายราคาชุดละ 59 บาท รายได้เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่วันละ 700 บาท หรือประมาณ 2 หมื่นบาทต่อเดือน
“ทุกวันนี้ มีความสุขกับการได้ทำอาหารให้ลูกค้ากิน และยังมีรายได้เสริมเดือนละหลายหมื่น ช่วยลดค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวได้อีกด้วย" กุ๊กหนุ่มกล่าว พร้อมฝากบอก หากใครสนใจอยากลองก็ให้ไปได้ที่ร้าน ซึ่งขายทุกวันตั้งแต่ 15.00-21.00 น. หรือโทรสอบถามได้ที่ 08-2100-3931, 08-6356-8238 ยินดีให้รายละเอียดทุกสาย
"พรสุรี โสโป"



