ไลฟ์สไตล์

เหตุใดฉันจึงรักกล้วยไม้ (6)

เหตุใดฉันจึงรักกล้วยไม้ (6)

25 ธ.ค. 2552

ความรู้เรื่องกล้วยไม้ เปิดศักราชใหม่

 จากการเผยแพร่เรื่องกล้วยไม้ ผ่านหนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" ฉันพูดเรื่องการปลูกกล้วยไม้มาแล้ว เธออาจสงสัยว่าเหตุใดฉันจึงเปิดคอลัมน์ใหม่โดยใช้ชื่อว่า ชีวิตกับกล้วยไม้

 ทั้งนี้ ก็เพราะต้องการบ่มเพาะรากฐานความคิดให้เธอรู้จักรับผิดชอบต่อวงการกล้วยไม้ของเรา หลักในการเผยแพร่ความรู้เพื่อปลูกฝังความรับผิดชอบต่อส่วนรวมก็คือ “ให้รู้ที่มาที่ไปของสิ่งซึ่งเธอได้รับประโยชน์อยู่ในปัจจุบัน” ในคอลัมน์นี้ฉันจึงนำเอาเรื่องราวในอดีตมาเล่าให้เธอฟังว่าเหตุใดฉันจึงหันกลับมาจับงานกล้วยไม้

ชีวิตที่เกิดความรู้สึกรับผิดชอบ จำเป็นต้องมีการต่อสู้มาอย่างหนักหน่วง
 หลังจากเธอได้อ่านเรื่องราวภายใต้หัวข้อว่า เหตุใดฉันจึงรักกล้วยไม้ สิ่งนี้แหละที่พวกเธอทั้งหลายควรจะตระหนักดีว่า การได้วงการกล้วยไม้ของไทยมาอยู่ในกำมือของคนไทยอย่างอิสระนั้น ฉันต้องต่อสู้กับปัญหารอบตัว

 1.ปัญหาจากอำนาจรัฐที่มองว่า ฉันส่งเสริมเผยแพร่ความรู้เรื่องกล้วยไม้แก่คนไทย เขาเห็นว่าฉันทำลายเศรษฐกิจของบ้านเมือง

 2.ฉันต้องต่อสู้กับกลุ่มผลประโยชน์เก่าที่คิดทำลายเราทุกรูปลักษณะ โดยเฉพาะการทำร้ายชื่อเสียงอยู่เบื้องหลัง อย่างที่เรียกกันว่า “แอบแทงข้างหลัง”

 เรื่องนี้มันมีเรื่องราวมากมายซึ่งวันหนึ่งฉันจะนำมาเขียนลงในหนังสือเล่มใหม่เพื่อให้เธอนำไปไตร่ตรองว่า “ก่อนที่เธอทั้งหลายจะได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจทางกล้วยไม้นั้น ฉันต้องผ่านอุปสรรคอย่างหนักหน่วงอะไรมาบ้าง” ไม่เช่นนั้นแล้วเธอก็คงไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอได้รับมาทำประโยชน์นั้น เราได้มายากลำบากแค่ไหน เพื่อเธอจะได้ไม่คิดทำลายมันโดยง่าย

 แม้แต่เทคโนโลยีซึ่งปัจจุบันเราได้ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำงานห้องแล็บกล้วยไม้จนกระทั่งมันไปได้ทั่วโลก แท้จริงแล้วมันไม่ใช่ไฮเทค แต่เป็นเทคโนโลยีที่ติดดิน

 เธอควรจะรู้ว่าเครื่องมือเครื่องใช้ภายในห้องแล็บขยายพันธุ์กล้วยไม้ แถมยังเอามาใช้ขยายพันธุ์พืชอื่นๆ ร่วมด้วยนั้นฉันได้มายังไง

 ถ้าฉันไม่ใช่เป็นคนมีหัวในการประดิษฐ์คิดค้น ป่านนี้วงการกล้วยไม้มันคงยังไม่เกิด หรือว่าอาจเกิดแล้วแต่พวกเธอก็คงไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางเช่นปัจจุบัน
        (ต่อฉบับหน้า)

"ระพี สาคริก"