
ไวรัสเอชพีวีภาคสอง
ดิฉันสงสัยเกี่ยวกับไวรัสเอชพีวี ที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก อยากให้คุณหมอช่วยอธิบายเพื่อความกระจ่างด้วยค่ะ ปัญหาคือดิฉันกำลังจะแต่งงานกับแฟน ดิฉันเป็นสาวโสดอายุ 29 ปี แต่แฟนอายุ 40 ปี เคยมีภรรยามาสามคน ดิฉันกังวลว่าแฟนจะมีเชื้อไวรัสเอชพีวีหรือไม่ เพรา
1.แฟนของดิฉันมีความเสี่ยงที่จะมีเชื้อไวรัสเอชพีวีมากน้อยแค่ไหน เขาเลิกกับแฟนคนที่สามมานานเกิน 5 ปีแล้ว ยังมีโอกาสติดเชื้อหรือเปล่า
2.จะรู้ได้อย่างไรว่าแฟนติดเชื้อไวรัสเอชพีวี หากติดจะรักษาอย่างไรจึงจะหาย
3.หากเขามีเชื้อไวรัสเอชพีวีแล้วดิฉันจะป้องกันตนเองอย่างไร เพราะเห็นคุณหมอเขียนไว้ว่าการสวมถุงยางอนามัยไม่อาจป้องกันได้ 100%”
ตอบ
ปัจจุบันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ถือว่าเป็นการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบมากที่สุดในโลก ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณว่าหนุ่มสาวในวัยเจริญพันธุ์ร้อยละ 50-75 มีโอกาสติดเชื้อไวรัสเอชพีวีไม่ช่วงใดก็ช่วงหนึ่งของชีวิต โดยส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อเฉพาะที่ที่ในช่องคลอด ปากมดลูกหรือทวารหนักโดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ร้อยละ 80-90 ของการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีสามารถหายไปเองได้ ส่วนน้อยร้อยละ10-20 จึงเป็นการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีที่คงอยู่แบบแนบแน่นตลอดไป ซึ่งนอกจากสามารถแพร่กระจายเชื้อให้คู่นอนแล้ว ร่างกายของคนที่มีเชื้ออย่างแนบแน่นก็อาจจะเกิดโรค เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งทวารหนัก
การติดเชื้อเอชพีวีแบ่งเป็นเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ เสี่ยงต่ำก็คือผู้หญิงหรือผู้ชายที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลย สำหรับผู้ที่เสี่ยงสูงในการติดเชื้อเอชพีวีมีคุณสมบัติดังนี้
- มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย (ต่ำกว่า 16-17 ปี)
- มีเพศสัมพันธ์กับคนหลายๆ คน หรือคู่นอนมีเพศสัมพันธ์กับคนหลายๆ คน
- ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม เริม แผลริมอ่อน แผลริมแข็ง (ซิฟิลิส) เอดส์
- เป็นชายรักชาย
- สูบบุหรี่ หรือภูมิต้านทานไม่ดี เช่น เป็นโรคภูมิต้านทานบกพร่อง โรคภูมิแพ้ต่างๆ มะเร็ง หรือโรคที่ต้องรับประทานยากดภูมิต้านทาน
- เศรษฐกิจฐานะไม่ดี ยากจน หรืออยู่ในที่ที่มีมลภาวะสูง
สรุป ในรายแฟนของคุณจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ในฝ่ายหญิงหากติดเชื้อไวรัสเอชพีวีสามารถตรวจพบได้โดยป้ายเซลล์ที่ปากมดลูกไปหาดีเอ็นเอของไวรัส แต่ฝ่ายชายไม่สามารถตรวจหาได้
หากติดเชื้อไวรัสเอชพีวีชนิดแนบแน่นไม่ว่าหญิงหรือชายปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษา
การป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ได้แก่การสวมถุงยางอนามัย แม้ป้องกันไม่ได้ 100เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ป้องกันได้ถึงร้อยละ 90 สำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อไวรัสเอชพีวีแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวี ซึ่งในประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวีวางจำหน่ายอยู่สองยี่ห้อ ได้แก่ เซอวาริกซ์ และการ์ดาซิล
"พญ.ชัญวลี ศรีสุโข"
([email protected] <mailto:[email protected]>)



