ไลฟ์สไตล์

วิศวะลาดกระบังปรับหลักสูตรรับมือวิกฤติโลก

วิศวะลาดกระบังปรับหลักสูตรรับมือวิกฤติโลก

23 ธ.ค. 2552

วิศวะ ลาดกระบัง ยกเครื่องหลักสูตรใหม่ อัดแน่นเนื้อหาวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ฟิสิกส์ ครอบคลุมโลกทำงานในอนาคต ทั้งเตรียมนำเนื้อหาลงเว็บ เปิดสอนผ่านระบบอีเลิร์นนิ่ง หวังนศ.ได้ทบทวนบทเรียน พร้อมเสริมการป้องกันความปลอดภัย รับมือวิกฤติภาวะโลก คาดเริ

 รศ.ดร.กอบชัย เดชหาญ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า ในปีการศึกษา 2553 นี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. จะมีการปรับปรุงหลักสูตรใหม่ทั้งหมด แต่เน้นทั้งด้านวิชาการ และปฏิบัติ เฉพาะด้านวิชาการขณะนี้ทางคณะได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการในการปรับเนื้อหาวิชาพื้นฐาน ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ฟิสิกส์ ให้มีความเข้มข้น และครอบคลุมกับสิ่งที่นักศึกษาต้องนำไปใช้การทำงานมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันนักศึกษาส่วนใหญ่ค่อนข้างอ่อนทางด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และภาษาอังกฤษ ดังนั้นในปีการศึกษา 2553 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จะมีการอบรม ติวเข้มนักศึกษาในทุกๆ วิชา อีกทั้งจะนำเนื้อหาวิชาลงเว็บไซต์ของคณะ และเปิดสอนผ่านระบบอีเลิร์นนิ่ง  มาใช้เพื่อให้นักศึกษาสามารถทบทวนบทเรียน รวมถึงจ้างนักศึกษาปริญญาโทมาช่วยติว ให้คำปรึกษา และช่วยงานอาจารย์ร่วมด้วย เพื่อที่อาจารย์จะได้มีเวลาในการคิดกระบวนการเรียนการสอนใหม่ๆ

 "อนาคตนักศึกษาที่จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ ต้องพร้อมทั้งทางด้านปฏิบัติ วิชาการ และรู้จักปรับตัวให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะยุคต่อไปไม่ใช่มีเพียงเทคโนโลยีที่มีการเติบโต ก้าวหน้าค่อนข้างเร็ว แต่ต้องรู้จักปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติด้วย เนื่องจากสถานประกอบการณ์ส่วนใหญ่ ต้องการบัณฑิตที่มีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันความปลอดภัยแก่ตนเอง และผู้อื่นในสถานประกอบการด้วย ปีการศึกษา 2553 คณะวิศวะจะฝึกอบรมให้เด็กได้รู้จักการปฏิบัติงาน ที่คำนึงถึงความปลอดภัย และรับมือกับวิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย” รศ.ดร.กอบชัย กล่าว

 รศ.ดร.กอบชัย กล่าวอีกว่า การปรับหลักสูตรจำเป็นต้องปรับให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะวิศวกร ถือเป็นอาชีพที่สร้างสิ่งก่อสร้างแบกรับชีวิตผู้อื่น สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย เพราะฉะนั้น การผลิตบัณฑิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ในอนาคต ต้องเป็นบัณฑิตที่มีความรู้ ทั้งทฤษฎี ปฏิบัติ และรู้จักช่วยเหลือ รับผิดชอบผู้อื่นด้วย ทั้งนี้คณะจะดำเนินการให้เสร็จภายในปี 2553 และจะนำเสนอสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พิจารณา เพราะทุกหลักสูตรต้องผ่านการรับรองจากสกอ.ก่อน เพื่อบัณฑิตจบออกไปจะได้ไม่มีปัญหา