
เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอนสัมมนาวิชาการคนรุ่นใหม่ณ อิลวาฮาต บะห์รียะห์
วันที่ 17-18 ธันวาคม ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปสัมมนาวิชาการกับคณะกรรมการบริหารสมาคมนักเรียนไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในกรุงไคโร ณ เมืองบะห์รียะห์ เมืองแห่งทะเลทรายห่างจากไคโร 395 กิโลเมตร
ในนามตัวแทนของเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย กรุงไคโร โดยเอกอัครราชทูต นภดล เทพพิทักษ์ นำคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดเก่าที่หมดวาระลงแล้วกับกรรมการชุดใหม่ที่กำลังเริ่มทำงาน มาเชื่อมความสัมพันธ์ แนะแนวการทำงานและการสานต่อโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมนักศึกษา
การสัมมนาระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าปี 2008/2009 นำทีมโดย มูฮำมัด อัรกอมมาปะ และกรรมการชุดใหม่ปี 2009/2010 ธนา มูฮำหมัดซัลลีม และคณะกรรมการทั้งหมด 42 คน รวมถึงตัวแทนจากเจ้าหน้าที่สถานทูต การประชุมดำเนินไปอย่างเปิดเผย คณะกรรมการชุดเก่าเล่าถึงการดำเนินการของสมาคมและโครงงานต่างๆ โดยเฉพาะเว็บไซต์สมาคม www.tsacairo.com ต้องมีความเป็นกลางและมีผู้รับผิดชอบอย่างจริงจัง การทำงานต้องมีความโปร่งใสในเรื่องของการเงิน การไว้ใจซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือทุกตำแหน่งงานโดยไม่ต้องขอร้องให้ทำ เพราะพวกเราคือร่างกายเดียวกันในความเป็นพี่น้อง
ด้านกรรมการชุดใหม่ได้เสนองานใหม่ๆ ที่จะทำในปีนี้ พร้อมน้อมรับความคิดเห็นของรุ่นพี่ด้วยความตั้งใจ ซึ่งผู้ที่จะเข้ามาดำเนินการเป็นตัวแทนของนักศึกษาไทย รู้กันดีว่าการทำงานสมาคมเป็นงานที่ต้องเหน็ดเหนื่อยและต้องใช้ความสามัคคีและความเข้าใจกันอย่างมาก เพราะแต่ละคนมาจากต่างถิ่น มารวมตัวกัน ทำงานด้วยหัวใจแห่งศรัทธาจริงๆ ซึ่งความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตอำนวยความสะดวกให้ด้วย
"ผมดีใจที่ได้ข้อคิดเห็นจากกรรมการชุดเก่าทุกคนและดีใจที่เจ้าหน้าที่สถานทูตได้ชี้แจงการทำงานของเจ้าหน้าที่สถานทูตอย่างละเอียด การสร้างความเข้าใจกันทั้งหมดคือสิ่งที่ดี เพราะต่อไปเราก็ต้องพึ่งพากันซึ่งกันและกัน แม้ว่าจะมีความเห็นต่างทางความคิด แต่การพูดคุยกัน ทำให้เข้าใจกันมากขึ้น และคิดว่าหนึ่งปีต่อไปนี้ จะมีแต่สิ่งดีๆ ให้แก่เพื่อนๆ นักศึกษาและประเทศชาติอย่างแน่นอน เพราะรอยยิ้ม การจับมือสลาม และช่วยเข็นเมื่อรถจิ๊ปตกคลื่นทะเลทราย เหล่านี้คือภาพที่สวยงามที่จะทำให้การทำงานร่วมกันต่อไปราบรื่นมากขึ้น" ธนา มูฮำหมัดซัลลีม นายกสมาคมคนปัจจุบันกล่าว
ประเทศชาติวางแผนพลาดก็เหมือนการติดกระดุมเสื้อที่ผิดไป ยังไงก็ไม่สามารถเรียบร้อยได้ นอกจากต้องเริ่มต้นใหม่และใส่ใจในเรื่องความคิดของคนให้มากขึ้น เพราะคำว่าการประสานงาน มันคล้ายการประสานงา ถ้าเราไม่รู้จักให้ถ่องแท้ในความเป็นคน เพราะการประสานงานที่แท้จริงไม่ยากเท่าการประสานคน



