ไลฟ์สไตล์

"พิริยะ" หนุ่มพิการใจนักสู้  
พาชาวเลน้อยมีชีวิตที่ดีขึ้น

"พิริยะ" หนุ่มพิการใจนักสู้ พาชาวเลน้อยมีชีวิตที่ดีขึ้น

24 ธ.ค. 2552

แม้ พิริยะ พรหมแก้ว จะไม่คาดคิดว่าวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นผู้พิการขาทั้งสองข้าง แต่เมื่อทำใจยอมรับกับชะตากรรมที่กำหนดเองไม่ได้ จึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดด้วยหัวใจนักสู้ ดั่งที่เรียก “กายพิการ แต่ใจเต็มร้อย” อาศัยความรู้ที่ร่ำเรียนมาปรับใช้กับภูมิปัญญาท้

  "พิริยะ" หรือยุทธ วัย 33 ปี เป็นชาว ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง หลังจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาบัญชี จากโรงเรียนพณิชยการพัทลุง ปี 2547 ก็มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ โดยเป็นลูกจ้างในบริษัทเอกชน กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาประสบอุบัติเหตุโดนรถชน ทำให้กลายเป็นผู้พิการขาทั้งสองข้าง บริษัทเลยจ้างให้ออกจากงาน พร้อมเงิน 1 หมื่นบาท เพื่อนำไปใช้เป็นทุนต่อชีวิต

 “1 เดือนเต็มที่พยายามหางาน ไปสมัครที่ไหนก็ไม่มีใครรับ เงินที่มีอยู่ก็เหลือน้อย เครียดมาก ไม่รู้จะทำอย่างไรกับชีวิต แต่ก็พยายามเข้าใจว่าโชคชะตากำหนดให้เราไม่มีขา แต่ให้เรามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ เราจึงต้องสู้เพื่อตัวเอง และคนที่เรารัก” พิริยะ เล่าให้ฟัง

 แม้โชคชะตาจะเล่นตลกกับชีวิตชายหนุ่มผู้นี้ แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ ตราบที่ยังมีความรู้ มีมือ มีสมอง และภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เมื่อกลับถึงบ้านเขาตั้งสติคิดหาอาชีพใหม่ให้ตัวเอง โดยรับซื้อผลิตภัณฑ์กระจูดของชาวบ้านมาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการตกแต่งลวดลาย เพิ่มสีสันใด้ดูสวยงาม ทั้งเสริมไอเดีย คิดแบบใหม่ๆ นำเสนอลูกค้า จนได้รับการตอบรับที่ดี ทุกวันนี้กลายเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัวและสมาชิกในชุมชนให้อยู่ดีกินดียิ่งขึ้น

 ความรู้สึกเสียดายสินค้าที่ชาวบ้านทำ ซึ่งพ่อค้าจากที่อื่นจะรับซื้อเพียงชิ้นละ 40-60 บาท เอาไปตกแต่งและส่งกลับมาขาย ชิ้นละ 400-600 บาท และในฐานะคนพื้นที่ ไม่อยากเห็นชาวบ้านถูกเอาเปรียบ พิริยะจึงรับสินค้าจากชาวบ้านมาขายเอง เป็นการขายผ่านเว็บไซต์
www.thaishop.in.th/extraboom ที่เขาสร้างขึ้นจากการเรียนรู้ลองถูกลองผิดด้วยตัวเอง ซึ่งช่องทางนี้ ทำให้ครอบครัวเพื่อนบ้านที่สานกระจูดมีรายได้เพิ่มเป็น 5,000-6,000 บาทต่อเดือน

 “ตลอด 1 ปีเต็ม ที่ผมพัฒนาเว็บไซต์ ตอนนี้ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร มีลูกค้าทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติให้ความสนใจ สั่งซื้อกันมาก อีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากห้างเทสโก้ โลตัส สาขาพัทลุง ให้วางจำหน่ายในบูธโอท็อปโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ช่วยเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าได้อีกทาง และทำให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์โอท็อปเป็นของดี ที่ไม่ควรจะอยู่เฉพาะในชุมชนเท่านั้น”

 ด้วย “ทะเลน้อย” เป็นแหล่งขึ้นชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์กระจูด และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ จ.พัทลุง พิริยะ บอกถึงความตั้งใจของเขาว่า อยากจะร่วมพัฒนาชุมชนทะเลน้อยเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อให้เด็ก ชาวบ้านในชุมชนได้มีงานทำ รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

 "ตอนนี้ผู้ใหญ่ในชุมชนหลายๆ คนก็ให้การตอบรับกับความคิดนี้เป็นอย่างดี ผมจึงอยากให้โรงเรียนในพื้นที่บรรจุให้เป็นหลักสูตรเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้และสามารถนำไปใช้ได้จริง หากจบออกมาแล้วจะได้มีงานทำ ไม่ลำบากเหมือนอย่างที่ผมเป็นมาก่อน" พิริยะ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ