
รับตรงเลือกสมัครได้5สาขาต่อสถาบัน
สุเมธ เผยรูปแบบรับตรง เบื้องต้นเด็กสามารถเลือกสมัครได้ 5 สาขา /สถาบัน เตรียมรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง นักเรียน ผู้ปกครองและมหาวิทยาลัย คาดสรุปภายในเดือนเมษายน 2553 อาจเริ่มใช้ปีการศึกษา 2554
(22ธ.ค.) ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการกำหนดรูปแบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาด้วยระบบรับตรง ว่า ขณะนี้คณะกรรมการกำหนดรูปแบบการคัดเลือกฯ ได้วางกรอบการทำงาน พร้อมวางตุ๊กตาเบื้องต้นแล้ว โดยอาจมีการจัดตั้งองค์กรกลาง มาทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานการรับตรงให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่มารับสมัครนักเรียนให้กับมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนได้ไม่ต้องไปวิ่งลอกสมัครด้วยตนเองเหมือนปัจจุบันนี้ พร้อมทั้งองค์การกลางจะรวบรวมข้อมูลการรับของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครองได้ใช้เป็นข้อมูลในการตัดเตรียมตัว และตัดสินใจในการรับตรง เช่น มหาวิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตร สาขาวิชาอะไรบ้าง และ ระเบียบการรับสมัครเป็นอย่างไร เป็นต้น
ดร.สุเมธ กล่าวต่อว่า สำหรับวิธีการดำเนินการองค์กรกลาง เป็นผู้กำหนดระยะเวลาการสมัครครั้งเดียว พร้อมกันทั่วประเทศ และให้มหาวิทยาลัยกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขการรับนักศึกษาที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐ ที่ให้เด็กสอบน้อยที่สุดหรือไม่ต้องสอบเลย โดยมหาวิทยาลัยอาจจะใช้องค์ประกอบการคัดเลือก เช่น คะแนนผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรม.ปลายหรือGPAX ผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET การทดสอบความถนัดทั่วไป หรือ GAT และการทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ PAT และมหาวิทยาลัยอาจจะสอบอื่น ๆเพิ่มเติม หรือจะสอบสัมภาษณ์ก็ได้ อย่างไรก็ตามการดำเนินการครั้งนี้จะต้องมีกฎมายรองรับอย่างการเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้องค์กรกลาง มีอำนาจในการจัดการ มีงบประมาณสนับสนุนจากรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาต้องปฎิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่องค์กรกลางกำหนดขึ้นด้วย
“ส่วนการสมัครนั้นเด็กสามารถยื่นใบสมัคร พร้อมหลักฐานได้ที่องค์กรกลาง โดยเด็กเลือกสมัคร 5 สาขา /สถาบัน ตามลำดับความต้องการ มาที่องค์กรกลาง พิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติและเงื่อนไขเบื้องต้นก่อนประมวลข้อมูลส่งให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งที่ผู้สมัครเลือก โดยรัฐจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายการดำเนินสมัครให้ และเมื่อมหาวิทยาลัยตัดสินใจรับเด็กแล้วก็จะส่งรายชื่อเด็กกลับมายังองค์กรกลาง เพื่อองค์กรกลางจะได้แจ้งข้อมูลให้มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ทราบ เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อน“ ดร.สุเมธ กล่าว
ทั้งนี้ การคัดเลือกในรอบแรกหากมีที่นั่งเหลือ ให้ผู้สมัครที่ยังไม่ได้รับการคัดเลือกยื่นแสดงความต้องการสาขา/สถาบันได้เป็นครั้งที่สอง แต่จะไม่เกิน3 ครั้ง อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าข้อมูลนี้ยังไม่เป็นข้อยุติ เป็นเพียงตุ๊กตาเท่านั้น จากนี้จะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง ทั้งจาก นักเรียน ผู้ปกครองและมหาวิทยาลัย เพื่อสรุปภายในเดือนเมษายน 2553 และคาดว่าอาจใช้ได้ทันในปีการศึกษา 2554



