ไลฟ์สไตล์

ผลิตภัณฑ์ทำเงินโครงการทูบีฯ
ฝีมือกลุ่มแม่บ้าน"นันตศิลป์"

ผลิตภัณฑ์ทำเงินโครงการทูบีฯ ฝีมือกลุ่มแม่บ้าน"นันตศิลป์"

23 ธ.ค. 2552

จากแนวพระปณิธานอันแน่วแน่ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประธานอุปถัมภ์ โครงการทูบีนัมเบอร์วัน ที่ทรงมุ่งเน้นให้คนไทยปลอดภัยจากยาเสพติด โดยมีพระประสงค์ให้การบริหารจัดการโครงการเป็นไปในแนวทางที่เอื้อต่อการให้ความรู้ ปลุกจิตสำนึก ตระหนัก

   อรรถสิทธิ์ ไชยบุรินทร์ ประธานที่ปรึกษาชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ชุมชนสุวรรณประสิทธิ์ 2 เล่าว่า ชุมชนสุวรรณประสิทธิ์ 2 ได้จัดตั้งชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ขึ้นเมื่อปี 2546 โดยได้นำแนวทางของโครงการมาปรับใช้ในชุมชน เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีสถานที่ที่เหมาะสมในการทำกิจกรรมที่สนใจร่วมกัน เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อย่างสูงสุด รวมทั้งการส่งเสริมให้มีความรู้เพื่อการประกอบอาชีพหรือได้รับการศึกษาต่อเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จนได้รับพระราชทานรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศ เมื่อปี 2551 และได้พัฒนาต่อเนื่องจนได้รับรางวัลชนะเลิศในปี 2552 

 นอกจากนั้นแล้วยังสนับสนุนกิจกรรมด้านการส่งเสริมอาชีพ ณัฐธยาน์ ประสงค์พรสกุล หนึ่งในสมาชิกชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ชุมชนสุวรรณประสิทธิ์ 2 เล่าว่า จากสภาพปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังพ่นพิษในทุกวันนี้ทำให้หลายๆ ครอบครัวต้องประสบกับปัญหาด้านรายได้ทำให้เกิดภาวะช็อตชักหน้าไม่ถึงหลัง จึงได้ร่วมกันตั้งกลุ่มแม่บ้านนันตศิลป์วิสาหกิจชุมชนขึ้น เมื่อประมาณต้นปี 2551 โดยมีสมาชิกเริ่มแรกอยู่เพียง 7 คน ทุกคนล้วนมีความสามารถในงานด้านศิลปประดิษฐ์และช่วยกันสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ขึ้นมา เช่น การทำโอ่งผ้าไหม กล่องผ้าไทยอเนกประสงค์ กระเป๋าผ้าไหม กระเป๋าราตรีและงานศิลปะอื่นๆ เพื่อนำไปขายหารายได้เสริมช่วยเหลือครอบครัว โดยชมรมได้นำหลัก “3 ก”ในโครงการทูบีนัมเบอร์วัน มาใช้ในการบริหารจัดการ คือ กรรมการ กองทุน และกิจกรรม

  ขณะที่ เพลินพิศ เอี่ยมสำอาง หนึ่งในสมาชิกกลุ่มแม่บ้านนันตศิลป์วิสาหกิจชุมชน เขตบึงกุ่ม กล่าวเสริมว่า หลังจากที่กลุ่มแม่บ้านมารวมกลุ่มกัน จึงได้พากันไปรับการอบรมการประดิษฐ์เครื่องจักสานกับ กทม. จากนั้นกลับมาลองผิดลองถูกดู จนกระทั่งได้ผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม และนำออกจำหน่ายเพื่อหารายได้เข้าชมรม ซึ่งการทำงานประดิษฐ์แต่ละชิ้นสมาชิกจะต้องมีใจรักจริงๆ เพราะเป็นงานที่ละเอียดอ่อน ต้องทำช้าๆ เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพ ไม่มีข้อผิดพลาด

 "อย่างการทำกล่องผ้าไทยอเนกประสงค์ อาจดูว่าทำง่ายแต่การทำนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะก่อนที่จะผลิตชิ้นงานขึ้นมาจะต้องมีการศึกษาข้อมูลจากแหล่งผลิตอื่นๆ ว่ามีงานแบบไหนแล้วบ้าง เพื่อที่เราจะได้ไม่ไปทำซ้ำกับคนอื่น ซึ่งงานที่ทำนี้ทางกลุ่มแม่บ้านจะต้องมีการศึกษารูปแบบลวดลายที่สวยงามตามความต้องการของผู้ซื้อด้วย"

  สมาชิกคนเดิมระบุอีกว่า การทำงานประดิษฐ์นี้ แต่ละคนจะสามารถนำงานกลับมาทำที่บ้านได้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อหน้าที่ทางบ้าน ส่วนช่องทางตลาดนั้น กลุ่มจะนำผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ออกขายตามเทศกาลงานขายสินค้า ที่สำนักงานเขตบึงกุ่มจัดขึ้น โดยการขายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มทำให้สมาชิกมีรายได้สำหรับช่วยเหลือครอบครัวตกเดือนละ 1,000-3,000 บาท และยังมีรายได้อีกส่วนหนึ่งจากลูกค้าที่ชื่นชอบผลงานของทางกลุ่มแล้วบอกต่อๆ กันไป และยังขยายผลงานประดิษฐ์ให้แก่นักเรียนในเขตบึงกุ่มเพื่อนำไปประกอบอาชีพเล็กๆ น้อยๆ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวต่อไป

"สุรัตน์ อัตตะ"