ไลฟ์สไตล์

เด็กไทยหัวใจอาสาเปิดบ้านค้นหา“น”

เด็กไทยหัวใจอาสาเปิดบ้านค้นหา“น”

22 ธ.ค. 2552

เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ กำลังถูกจับตามองจากสังคมอย่างเป็นห่วงเป็นใยว่า พวกเขาจะเดินพ้นโค้งอันตรายที่มีมากมายในสังคมปัจจุบันไปได้อย่างไร และดูเหมือนว่า จะมีอยู่เพียงสิ่งเดียวในขณะนี้ที่พอจะช่วยให้พวกเขาไม่ก่อปัญหาให้แก่สังคม และยังสามารถที่จะช่วยเหลือผู้อ

 สมาคมสายใยครอบครัว ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของเด็กและเยาวชนที่มีต่อครอบครัวและต่อสังคมเป็นอย่างมาก  จึงได้จัด  “โครงการเปิดบ้านตามหา น”  ขึ้น โดยจัดอบรมให้แก่อาสาสมัครที่เข้าร่วมโครงการ ได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจและเข้าไปสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยโรคจิตเวช ที่ในปัจจุบันนี้มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ 

 และจากผลสำรวจของเอแบคโพลล์พบว่าประชาชนกว่า 90% ยังมีอคติกับผู้ป่วยโรคจิตเวช  อย่างไรก็ตามผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากโรคจิตเวช คือครอบครัวโดยตรงของผู้ป่วยซึ่งต้องแบกรับภาระหนักทั้งในการดูแลผู้ป่วย ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ต้องอยู่ในสภาพจิตใจที่โศกเศร้า ตึงเครียดยาวนาน ต้องเผชิญกับความรุนแรงในสภาวะวิกฤติของผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น และต้องเผชิญแรงกดดันจากคนในสังคมที่แบ่งแยก กีดกัน และเลือกปฏิบัติต่อผู้ป่วย

 แพทย์หญิงสมรัก ชูวานิชวงศ์  นายกสมาคมสายใยครอบครัว เปิดเผยว่า   “ปัจจุบัน ผู้ป่วยจิตเวชมีจำนวนมาก และ มีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทยมีผู้ป่วยจิตเภท ซึ่งเป็นโรคจิตเวชร้ายแรง 1% ของประชากรหรือ ประมาณ 600,000 คน และผู้ที่มีโอกาสป่วยด้วยโรคนี้แต่ไม่รู้ตัวอยู่ถึง 8-12 % หรือในราว 5-7 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนที่มาก ในจำนวนผู้ป่วยโรคจิตเวชหลายล้านคน มีเพียง 5% ที่เข้าถึงการบริการ  เพราะถ้าไม่หนักจริงๆ ก็ไม่มารับการรักษา  บางคนไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็น  บางทีครอบครัวเองก็ยอมรับไม่ได้ว่ามีคนในครอบครัวเป็น กว่าจะมาถึงมือหมอก็อาการหนักมาก  ซึ่งหากครอบครัวและผู้ป่วยได้เรียนรู้และทำความเข้าใจ ก็จะสามารถรับมือกับโรคจิตเวชได้เป็นอย่างดี 

 เราจึงมุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นกลไกสำคัญในการดำรงอยู่ของครอบครัวและสังคม  โครงการเปิดบ้านตามหา น นอกจากจะช่วยให้เด็กๆ ที่เข้าร่วมโครงการได้สัมผัสและเข้าใจเกี่ยวกับผู้ป่วยจิตเวชแล้ว ยังสอดแทรกเรื่องของการเป็นผู้ให้ และจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ให้พวกเขาถ่ายทอดประสบการณ์เหล่านั้นออกมาเป็นงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ  อาทิ  งานเขียน บทความ  ภาพเขียน  ละคร ”

 เด็กและเยาวชน จำนวน 126  คนจาก 42 ทีม ถ่ายทอดประสบการณ์การ ตามหา น  ในครอบครัวผู้ป่วยจิตเวช 126 ครอบครัว ถ่ายทอดออกมาเป็นงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ กัน แล้วแต่มุมมองและเรื่องราวที่ได้เข้าไปสัมผัสของ แต่ละคนแต่ละครอบครัว โดย “น”  นั้นเป็นสัญลักษณ์ที่แทนความหมายหลายอย่างในครอบครัว เช่น  น่ารัก-ครอบครัวมีความรักความอบอุ่น, น่าอยู่-ครอบครัวมีความเข้าใจกัน, หนักแน่น-ครอบครัวเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน, แน่วแน่-ครอบครัวมีความไว้ใจ ใส่ใจซึ่งกันและกัน, นุ่มนวล-ครอบครัวใช้วาจานุ่มนวลพูดคุยปรับความเข้าใจกัน     ด้าน ทรงพร บุตรเตี่ยม  คุณครูจากโรงเรียนราชินีบน ผู้เป็นสะพานนำเรื่องราวดีๆ ในโครงการตามหา น มาถ่ายทอดให้แก่ลูกศิษย์ที่มีจิตอาสา เปิดเผยว่า “เคยไปอบรมเกี่ยวกับโรคจิตเวชที่สมาคมสายใยครอบครัว และได้นำมาปรับใช้กับการดูแลเด็กๆ  วัยรุ่น  ซึ่งเป็นช่วงวัยที่มีอารมณ์อ่อนไหวง่าย เครียดง่าย จากหลายสาเหตุด้วยกัน  ซึ่งจากการไปอบรมทำให้พบว่าลูกศิษย์คนหนึ่งมีอาการของโรคจิตเวชในระยะแรกเริ่ม  ซึ่งตอนนี้ได้พาไปพบแพทย์และได้ทำการรักษาแล้ว  เราจะอธิบายทำความเข้าใจกับลูกศิษย์ที่อาสาสมัครเข้าร่วมโครงการในเบื้องต้นก่อนว่า การทำงานครั้งนี้ไม่ได้มีอันตรายและยังสามารถช่วยเหลือสังคม เพื่อนฝูงได้อย่างไรบ้าง”

 "น้องลูกศร" ศรกมล ไทยภักดี จากโรงเรียนราชินีบน อายุเพียง 15 ปี กล่าวถึงความรู้สึกประทับใจในการเข้าไปสัมผัสครอบครัวผู้ป่วยจิตเวชครอบครัวหนึ่ง “ครอบครัวนี้น่ารักมาก เขาเป็นทั้งคู่ มาทำการรักษาก็เลยพบรักกัน แต่งงานกัน  ปัจจุบันมีลูก 1 คน อายุ 14-15  เป็นช่วงวัยรุ่นพอดี  ที่น่าสนใจก็คือ ภรรยาหายดีแล้ว  แต่สามียังมีอาการอยู่บ้างบางครั้ง  หงุดหงิด และบางครั้งก็แต่งตัวผิดปกติ  ซึ่งหากคนไม่เข้าใจเรื่องเกี่ยวโรคจิตเวช ก็คงจะต้องเผชิญกับภาวะเครียดมาก ที่น่าเป็นห่วง คือลูกที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น แต่เขาก็อยู่ได้อย่างมีความสุข เพราะครอบครัวมีความเข้าใจกัน” 

 สำหรับ "น้องอ๊ะ" อริยาภรณ์ มุ่งพูนกลาง อายุ 18 ปี จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี  หนึ่งในอาสาสมัครวัยทีน ที่มีความฝันอยากจะเป็นจิตแพทย์ กล่าวว่า 

 “หนูว่าถ้าเรารู้ตัวว่าเป็นตั้งแต่เริ่มต้น เข้ารับการรักษาก็จะหายเป็นปกติได้  บางคนอาจจะเป็นแล้วแต่ไม่รู้ตัว  ถ้าเราได้ทำความรู้จักกับโรคจิตเวชก็จะทำให้เราสามารถช่วยแนะนำเพื่อนๆ หรือคนใกล้ตัวเราที่มีอาการเริ่มต้น ให้ไปรับการรักษา  การเข้าเป็นอาสาสมัครทำให้หนูเข้าใจผู้ป่วยและครอบครัวเขามากยิ่งขึ้น ส่วนใหญ่ตอนนี้หนูว่า วัยรุ่นจะเป็นกันเยอะ และอาจจะไม่รู้ตัวก็คือ โรคอารมณ์สองขั้ว โรคซึมเศร้า อาจจะเป็นเพราะความเครียดของวัยรุ่นซึ่งมีเยอะมาก ไหนจะเรื่องเรียน เรื่องครอบครัว เรื่องเพื่อนฝูง ก็เลยทำให้สารเคมีในสมองผิดปกติก็ได้ค่ะ”    

 อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร   ศิลปินต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการด้วยจิตอาสา และเป็นพี่เลี้ยงให้แก่น้องในการทำงานศิลปะการแสดง ฝากว่า

 “โรคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ไม่ต้องกลัวสังคมไม่ยอมรับ  เพราะเป็นโรคที่เกิดได้กับทุกคน และก็รักษาให้หายได้  อย่าปล่อยให้อาการหนักมาก  เพราะจะทำให้ครอบครัว โดยเฉพาะลูกๆ ต้องเผชิญกับภาวะเครียด และก็ทำให้ครอบครัวไม่มีความสุข  ในทุกๆ ความหมาย ของตัว “น” จะเป็นสายใยที่เชื่อมต่อความรู้สึกของทุกคนในครอบครัวไว้ ทำให้พวกเขาดำรงชีวิตอย่างมีความสุขได้ในสังคม 

 โครงการเปิดบ้านตามหา น เป็นเพียงก้าวแรกของการปลูกฝังจิตสำนึกให้ทุกคนในสังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของโรคจิตเวช โดยผ่านเด็กและเยาวชนไทยหัวใจกล้าหาญกลุ่มนี้ ต้องขอปรบมือให้แก่พวกเขาครับ”

 ร่วมปรบมือให้แก่อาสาสมัครและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยโรคจิตเวช ระหว่างวันที่ 18-20 ธันวาคม 2552  ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  โดยภายในงานจะมี นิทรรศการศิลปะสร้างสรรค์ ผลงานของน้องๆ อาสาสมัครวัยทีน, ละครเวที ถ่ายทอดเรื่องราวการตามหา “น”  จากน้องวัยทีน และ พี่อัษฎาวุธ เ หลืองสุนทร   และ ชมมินิคอนเสิร์ตการกุศล โดยศิลปินต้นแบบ ผู้แบ่งปันเพื่อผู้อยู่กับโรคจิตเวช  อาทิ  "ฟอร์ด" สบไชย ไกรยูรเสน, วิยะดา      โกมารกุล  ณ  นคร, เจนนิเฟอร์ คิ้ม, นรีกระจ่าง  คันธมาส  เป็นต้น