
สกว.ชูวิทย์-เทคโนโลยีพัฒนาชาติจี้รัฐทุ่มงบเพิ่มผลงาน-ปั้นนักวิจัยรุ่นใหม่
สกว.ชี้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผนึกกำลังปั้นคนรุ่นใหม่เป็นนักวิจัย เพิ่มผลงานวิจัยยกระดับขีดความสามารถของประเทศ
ผศ.ดร.วุฒิพงศ์ เตชะดำรงสิน รองผอ.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่า สกว.เป็นองค์กรที่จัดขึ้นตามพ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการวิจัยปี 2535 และเริ่มดำเนินงานในปี 2536 โดยมีหน้าที่หลักในการสนับสนุนงานวิจัยทุกประเภทสร้างกระบวนการองค์ความรู้ นักวิจัย และระบบการวิจัย เพื่อตอบคำถามและเสนอทางเลือกให้สังคม ครอบคลุมทั้งในระบบเศรษฐกิจภาคดั้งเดิมและสมัยใหม่ ยกระดับขีดความสามารถของประเทศด้วยการวิจัย เพราะฉะนั้นงานวิจัย ถือเป็นการนำประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนองต่อความต้องการของสังคม เนื่องจากการคิดค้น งานวิจัยเกิดจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อันนำไปสู่ผลผลิต องค์ความรู้ในการยกระดับความรู้ของสังคม และการเสริมความเข้มแข็งของสังคมท้องถิ่น
รองผอ.สกว. กล่าวอีกว่า สกว.มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการวิจัยในทุกๆ ด้าน เพื่อเป็นการสร้างสรรค์ปัญญาพัฒนาประเทศ โดยสกว.มีทุนให้แก่นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยในการผลิตผลงาน ทั้งทุนวิจัยและพัฒนา เพื่อนำผลงานวิจัยที่ได้ไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงพาณิชย์ นโยบาย สาธารณะและวิชาการ ทุนวิจัยเชิงวิชาการ งานวิจัยสำหรับตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ และทุนวิจัยเพื่อท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งของท้องถิ่น ซึ่งนักวิจัยสามารถพัฒนาผลงานวิจัยที่เป็นการพัฒนาเทคโนโลยี องค์ความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้น เพื่อนำไปพัฒนาสังคมและประเทศต่อไปได้
"วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปัจจุบันถือมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศมาก เพราะการแข่งขันตอนนี้ เป็นการแข่งขันทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยิ่งประเทศใดรู้จักการคิดค้น สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ประเทศนั้นย่อมสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้ ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทย ตอนนี้ต้องเร่งผลิตนักวิจัย เพราะขณะนี้ยังขาดแคลนนักวิจัยอยู่ ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมมือกันส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่มีหัวใจของนักวิทยาศาสตร์ ชอบประดิษฐ์ คิดค้น เพื่อนำองค์ความรู้เหล่านั้น มาพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไทย" ผศ.ดร.วุฒิพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ศ.ดร.สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ ผอ.สกว.ระบุอุปสรรคการทำวิจัย คือ ทุนวิจัย ซึ่งปี 2553 รัฐบาลมีงบให้ สกว. เพียง 1,100 ล้านบาท จากเดิม 1,600 ล้านบาท แต่ในปีหน้า สกว.จะสนับสนุนงานวิจัยทุกด้านต่อไป โดยเฉพาะงานวิจัยที่ดีสุด และนำไปใช้งานได้จริงก่อน หากรัฐบาลสนับสนุนงบต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี นักวิจัยจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างดีเยี่ยม แต่หากขาดการสนับสนุนเกิน 3 ปีนักวิจัยจะหมดแรงในการคิดค้นสร้างสรรค์ผลงานได้เช่นกัน



