
สธ.แจ้งจับปฏิทินเบียร์4รายหลังสรุปผิดจริง
สธ.สรุปผิดจริง แจ้งจับ ปฏิทินเบียร์ 4 รายทั้ง สิงห์ ช้าง ลีโอ และอาซาฮี หลังผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย-นักนิเทศยัน เป็นการส่งเสริมการขาย ด้าน สตช.รับเรื่องพร้อมดำเนินคดีต่อ เตรียมต้องเชิญ บ.เบียร์สอบสวน ส่วนจะเชิญนางแบบหวิวหรือไม่ ขอดูรายละเอียดก่อน
ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 21 ธ.ค. นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข แถลงผลการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการบังคับใช้ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 และคณะอนุกรรมการพิจารณาการกระทำความผิดตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 โดยมี นพ.วิทูรย์ อึ้งประพันธ์ เป็นประธาน ซึ่งหากจากการประชุมได้ส่งรายละเอียดการกระทำผิดต่อ พ.ต.ท.ดนุ กล่ำสุ่ม รองผู้กำกับกลุ่มงานกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประชุม เพื่อนำไปดำเนินการทางกฎหมายต่อไป พร้อมกล่าวหลังการรับยื่นเอกสารว่า ขั้นตอนการสอบสวน ทาง สนช.คงต้องเชิญบริษัทเบียร์ที่ถูกกล่าวหามาสอบสวน ส่วนจะเชิญนางแบบในปฏิทินมาสอบสวนด้วยหรือไม่นั้น คงต้องขอดูรายละเอียดก่อน หลังจากนี้จะดูว่า การกระทำความผิดเกิดในพื้นที่ใดบ้างเพื่อที่จะส่งเรื่องไปยังสถานีตำรวจในท้องที่ดังกล่าวเพื่อดำเนินการ
นายมานิต กล่าวว่า จากการประชุมครั้งนี้สรุปว่ามีจำนวนการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จะต้องดำเนินคดีเบื้องต้นจำนวน 65 คดี จากข้อร้องเรียนที่เข้ามาทั้งสิ้น 500 เรื่องที่ทยอยพิจารณาอยู่ โดย 65 คดีที่กระทำความผิดมีทั้งการโฆษณาที่กระทำความผิดชัดเจนที่มีการแสดงโลโก้ และการส่งเสริมการขาย ซึ่งบริษัทที่มีการละเมิดกฎหมายมากที่สุด คือ เบียร์สิงห์ 39 คดี เบียร์ช้าง 14 คดี เบียร์ลีโอ 11 คดี และเบียร์อาซาฮี 1 คดี ซึ่งหลังจากนี้จะมอบให้ทาง สตช. ดำเนินการต่อจากนี้
นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สำหรับ 65 คดีนั้น แยกการกระทำความผิดพบว่าส่วนใหญ่เป็นการโฆษณา ซึ่งอันดับแรกเป็นป้ายโฆษณา 46 คดี ลานเบียร์ 5 คดี การจัดมิวสิคเฟสติวัล 2 คดี ปฏิทิน 2 คดี นอกจากนั้นเป็นโฆษณาผ่านรถและเสื้อ สำหรับกรณีปฏิทินนั้น ที่ประชุมสรุปว่ามีความผิดชัดเจน ทั้งจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและนักนิเทศศาสตร์ ระบุชัดว่าเป็นทั้งการโฆษณาและส่งเสริมการขายไปในตัว เพราะเป็นการสื่อสารการตลาด แม้ว่าที่ผ่านมาทางบริษัทเบียร์ที่มีโลโก้อยู่ปฏิทินพยายามระบุว่า การจัดทำปฏิทินดังกล่าวเป็นการว่าจ้างต่อเนื่อง 6 ปี แต่ก็ถือว่าการกระทำผิด จึงต้องแจ้งความดำเนินคดี ส่วนความผิดจะไปถึงบริษัทเบียร์ที่ว่าจ้าง หรือนางแบบที่ปรากฏในปฏิทินหรือไม่ ก็ขึ้นดุลพินิจของพนักสอบสวนต่อไป
ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยารังสิต กล่าวว่า การจัดทำปฏิทินดังกล่าวถือเข้าข่ายกระทำความผิดชัดเจน ทั้งในมาตรา 32 ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ชัดเจนว่าห้ามโฆษณา มีการแสดงโลโก้ที่ชัดเจน และยังระบุถึงผู้สนับสนุนในการจัดผิด นอกจากนี้กิจกรรมอื่นที่ต่อเนื่องจากการเผยแพร่ปฏิทิน ทั้งการแจก การโหลดภาพผ่านอินเตอร์เน็ต ล้วนแต่ถือเป็นการสื่อสารทางการตลาดทั้งสิ้น ถือว่าทำความชัดเจน
ขณะที่ นพ.วิทูรย์ กล่าวว่า เรื่องการทำปฏิทินนั้น เป็นสิ่งที่รับรู้ในสังคมทั่วไป ซึ่งก็เช่นเดียวกับบริษัทเหล้าที่ในอดีตนิยมทำปฏิทินหวาบหวิวออกมาแจกปีใหม่ คนทั่วไปก็รู้ว่าเป็นการโฆษณาโดยตรง และการทำเป็นภาพชุด 12 เดือน ก็ถือเป็นการส่งเสริมการขาย เพราะทั้งโลโก้จะติดให้เห็นอยู่ทั้งปี ทั้งนี้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นที่รู้กันว่า ไม่เพียงแต่ใช้หลักนิติศาสตร์แต่ยังมีหลักนิเทศศาสตร์รวมอยู่ด้วย คือ ไม่เพียงแต่รวมเฉพาะการโฆษณา แต่ยังครอบคลุมส่งเสริมการขายในรูปแบบต่างๆ ดังนั้นจึงการพิจารณากระทำความผิดจึงครอบคลุมด้วย
ต่อซักถามว่า กรณีที่มีการแจกปฏิทินของบริษัทเบียร์แห่งหนึ่งที่ทำเนียบรัฐบาลถือว่าเป็นการโฆษณาด้วยหรือไม่ นพ.วิทูรย์ กล่าวว่า การแจกก็คือการโฆษณา และหากมีการสอบสวนขึ้นมา คนแจกก็ถือว่าผิดเช่นกัน ส่วนจะไปถึงผู้ผลิตหรือไม่ หรือผู้สนับสนุนการทำปฏิทินหรือไม่นั้น ก็ให้ขึ้นอยู่กับการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เช่นกัน



