
เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์-ร่วมด้วยช่วยกัน หยุด!!ภาวะโลกร้อน
ตอนนี้หันไปทางไหน คงหนีไม่พ้น กระแส หยุด!! ภาวะโลกร้อน ไม่ได้ว่าไหมคะน้องๆ เพราะตอนนี้ไม่ใช่หน้าที่ของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกๆ ประเทศต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ว่าแต่น้องๆ
ทราบหรือเปล่าว่าเราจะช่วยโลกได้ไงบ้าง วันนี้ “พี่ฮัมมิ่งเบิร์ด” เลยหยิบวิธีง่ายๆ เพียงน้องๆ ปรับพฤติกรรมบางอย่าง เช่น ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ลดการใช้ถุงพลาสติก ลดอาหารแช่แข็ง ใช้จักรยาน ลดการช็อปปิ้ง ปรับเดสก์ท็อป วอลล์เปเปอร์ ของท่านให้เป็นสีเข้ม ยิ่งเป็นสีดำเลยยิ่งดี
เพราะว่ามันจะประหยัดไฟมากกว่า ปิดคอมพิวเตอร์เมื่อไม่ได้ใช้งาน พกผ้าเช็ดหน้า แทนที่จะใช้กระดาษทิชชู ชาร์จแบตมือถือ การชาร์จแบตมือถือของคนทั่วๆ ไปเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ถึง 95% ฉะนั้นเวลาแบตเต็มแล้วให้ถอดสายออก และปลูกต้นไม้ เป็นต้น ซึ่งทุกอย่างที่ยกมานั้น ไม่ใช่เรื่องยาก ที่เด็กวัยใสอย่างเราๆ จะนำไปปฏิบัติ ณ ตอนนี้ และเดี๋ยวนี้เลยใช่ไหม
เอ...แต่ถ้าเราไม่ร่วมมือกันลดภาวะโลกร้อน จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกบ้างนะ ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวา อาจารย?ประจำคณะสิ่งแวดล?อมและทรัพยากรศาสตร? มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าว่า ขณะนี้ถึงภาวะนับถอยหลังเข้าสู่หายนะอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โดยโลกอาจเข้าสู่จุดที่ไม่สามารถกลับตัวได้ ภายในเวลาไม่เกิน 10 ปี
การเผชิญความท้าทายของสภาพอากาศ อุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จะส่งผลให้เกิดความล้มเหลวทางการเกษตร ความแห้งแล้งครั้งใหญ่ โรคระบาดชุกชุม ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และป่าไม้แห้งตาย ผนวกกับข่าวร้าย พืดน้ำแข็ง (icesheet) ขนาดมหึมาในด้านตะวันตกของแอนตาร์กติกมีมวลน้ำแข็งถึง 3.2 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร ที่กำลังสูญเสียเสถียรภาพ หากละลายทั้งหมด จะยกระดับน้ำทะเลทั่วโลกให้สูงขึ้นอีก 16 ฟุต หรือ 4.8 เมตร และหากรวมกับน้ำแข็งที่กรีนแลนด์และขั้วโลกเหนือที่กำลังหลอมละลายอย่างรวดเร็ว จะทำให้น้ำทะเลสูงขึ้นอีก 20 ฟุต หรือ 5-6 เมตร รวมเหนือใต้แล้วอาจทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น 12 เมตร
“เราคงหลีกเลี่ยงหายนะเหล่านี้ไม่ได้ มันเกิดจากการใช้ชีวิตของเรา ถ้าไม่มีใครช่วยหยุดการประพฤติ ปฏิบัติที่คำนึงแต่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม” ผศ.ดร.สินธุ กล่าวทิ้งท้าย
โอ้โห!! เรื่องนี้เรื่องใหญ่จริงๆ ไงเด็กรุ่นใหม่อย่าลืมช่วยกันคนละไม้คนละมือดูแลโลกของเราด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าคะ



